หุ้นสหรัฐพุ่งต่อเนื่อง! กระแส AI กลับมาคึก หนุนดาวโจนส์–แนสแด็กปิดบวก
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ และยุโรปปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง รับแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กลับมาเป็นธีมหลักของตลาดอีกครั้ง ขณะที่นักลงทุนคลายความกังวลจากความผันผวนก่อนหน้า และจับตาทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางหลักทั่วโลก
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ บวกต่อเนื่อง หุ้น AI นำตลาด
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นเป็นวันที่สองติดต่อกันในวันศุกร์ (19 ธ.ค. 2568) โดยได้แรงหนุนจากหุ้นเทคโนโลยีและหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI หลังนักลงทุนกลับมาเปิดรับความเสี่ยงมากขึ้น ท่ามกลางความหวังว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะยังขยายตัวได้ แม้ภาวะการเงินยังตึงตัว
- ดัชนี Dow Jones Industrial Average ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดที่ 48,134.89 จุด เพิ่มขึ้น 183.04 จุด (+0.38%)
- ดัชนี S&P 500 ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดที่ 6,834.50 จุด เพิ่มขึ้น 59.74 จุด (+0.88%)
- ดัชนี Nasdaq Composite ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดที่ 23,307.62 จุด เพิ่มขึ้น 301.26 จุด (+1.31%)
แรงซื้อหลักมาจากหุ้น Oracle ที่พุ่งแรง หลังข่าวการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนด้านเทคโนโลยี ขณะที่หุ้น Nvidia, Micron Technology และหุ้นกลุ่มชิปปรับตัวขึ้นโดดเด่น หนุนบรรยากาศการลงทุนในธีม AI กลับมาคึกคักอีกครั้ง
ตลาดหุ้นยุโรปทำสถิติสูงสุดใหม่ นักลงทุนรับมือดอกเบี้ย
ตลาดหุ้นยุโรป ปิดบวกในวันเดียวกัน โดยดัชนีภาพรวมแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ท่ามกลางการประเมินผลการตัดสินใจด้านอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางยุโรป และธนาคารกลางหลักในภูมิภาค
- ดัชนี STOXX 600 ตลาดหุ้นยุโรป ปิดที่ 587.50 จุด เพิ่มขึ้น 2.15 จุด (+0.37%)
- ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนี ปิดที่ 24,288.40 จุด เพิ่มขึ้น 88.90 จุด (+0.37%)
- ดัชนี CAC 40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศส ปิดที่ 8,151.38 จุด เพิ่มขึ้น 0.74 จุด (+0.01%)
อย่างไรก็ตาม หุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคและเครื่องกีฬาบางตัวปรับลดลง หลังผลประกอบการของ Nike กดดันหุ้นในกลุ่มเดียวกันในยุโรป ขณะที่นักลงทุนยังจับตาความเสี่ยงทางการเมืองและงบประมาณของฝรั่งเศสอย่างใกล้ชิด
ตลาดหุ้นอังกฤษบวกแรง หุ้นใหญ่หนุนดัชนี
ตลาดหุ้นลอนดอน ปิดบวกแข็งแกร่ง โดยได้แรงหนุนจากหุ้นขนาดใหญ่ในหลายกลุ่ม ท่ามกลางการประเมินท่าทีของธนาคารกลางอังกฤษต่อแนวโน้มดอกเบี้ยในปีหน้า
- ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นอังกฤษ ปิดที่ 9,897.42 จุด เพิ่มขึ้น 59.65 จุด (+0.61%)
นักลงทุนยังคงให้น้ำหนักกับหุ้นที่มีรายได้มั่นคง และหุ้นที่ได้รับประโยชน์จากค่าเงินปอนด์ที่ทรงตัว
ราคาน้ำมันฟื้นตัว รับปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์หนุน
ราคาน้ำมันโลก ปรับตัวขึ้นในวันศุกร์ หลังประธานาธิบดีสหรัฐฯ ส่งสัญญาณไม่ตัดความเป็นไปได้ของความขัดแย้งกับเวเนซุเอลา แม้ตลาดยังมองว่าความเสี่ยงด้านอุปทานในระยะสั้นอยู่ในระดับจำกัด
- WTI (ส่งมอบเดือนมกราคม) ปิดที่ 56.66 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 0.51 ดอลลาร์ (+0.91%)
- Brent (ส่งมอบเดือนกุมภาพันธ์) ปิดที่ 60.47 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 0.65 ดอลลาร์ (+1.09%)
ราคาทองคำทรงตัวสูง รับคาดการณ์เฟดลดดอกเบี้ย
ราคาทองคำโลก เคลื่อนไหวในระดับสูง โดยได้รับแรงหนุนจากการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีหน้า หลังข้อมูลเงินเฟ้อและตลาดแรงงานเริ่มส่งสัญญาณชะลอตัว
- ราคาทองคำตลาดสปอต (Spot Gold) ปิดที่ 4,346.69 ดอลลาร์/ออนซ์ (+0.3%)
- ราคาทองคำตลาดโคเม็กซ์ (ส่งมอบเดือนกุมภาพันธ์) ปิดที่ 4,380.00 ดอลลาร์/ออนซ์ (+0.4%)
นักวิเคราะห์มองว่าความไม่แน่นอนด้านนโยบายการเงินและภูมิรัฐศาสตร์ จะยังคงหนุนความต้องการทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
ดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบสกุลหลัก จับตานโยบาย BOJ
ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินหลัก หลังเงินเยนอ่อนค่าลงจากความไม่ชัดเจนของทิศทางดอกเบี้ยญี่ปุ่น ขณะที่นักลงทุนยังคงถือดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
- ดัชนี Dollar Index (DXY) เคลื่อนไหวในทิศทางแข็งค่า
- ดอลลาร์/เยน ปรับขึ้น ขณะที่ยูโรและดอลลาร์แคนาดาเคลื่อนไหวผันผวนตามข้อมูลเศรษฐกิจและราคาน้ำมัน
นักวิเคราะห์ประเมินว่า ทิศทางค่าเงินในระยะถัดไปจะขึ้นอยู่กับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ และสัญญาณการลดดอกเบี้ยของเฟดเป็นสำคัญ