น้ำท่วมหาดใหญ่ บอกอะไรกับเรา
คอลัมน์ : สามัญสำนึก ผู้เขียน : สมถวิล ลีลาสุวัฒน์
วินาทีนี้ แม้ท้องจะหิว แต่ใจกับปากก็ไม่อยากขยับ ไม่อยากกินไร เพราะกินไม่ลง
เห็นข่าวน้ำท่วมภาคใต้แล้ว สงสารมาก ผู้คนกำลังลำบากเดือดร้อน โดยเฉพาะหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เมืองเศรษฐกิจติดอันดับของประเทศ ที่มีท่าอากาศยานแห่งชาติ เป็นศูนย์กลางขนส่งหลัก
เคสน้ำท่วมรอบนี้ หนักสุดเท่าที่เคยเห็น กระแสน้ำป่าจากภูเขาไหลแรง ลงสู่ตัวเมืองหาดใหญ่ที่เป็นแอ่ง เป็นที่ลุ่ม กระหน่ำซ้ำด้วยฝนที่ตกแรงข้ามวันข้ามคืน ทำให้น้ำท่วมมิดบ้าน มิดหลังคา รถเก๋ง มอเตอร์ไซค์จมน้ำกันระนาว ทรัพย์สินเสียหายหนัก พอ ๆ กับชีวิตคน และสัตว์เลี้ยงหมาแมว
ยิ่งเห็นภาพวัวท้องแก่ที่พยายามว่ายทวนน้ำ หวังเอาชีวิตรอด ก็ไม่รู้ชะตากรรม
ความเสียหายจากภัยพิบัติรอบนี้ ไม่อาจประเมินค่าได้ รู้แค่ว่าคงมหาศาลทั้งเม็ดเงินและสภาพจิตใจ
หากดูภาพมุมสูง ทุกสิ่งอย่างจมอยู่ใต้บาดาล ทางน้ำไหลที่จะออกสู่ทะเลสาบสงขลา มีสภาพเปลี่ยนแปลงไปตามความเจริญของบ้านเมือง
“ความเจริญ” กับ “ธรรมชาติ” ถ้าคิดวางแผนและพัฒนาดี ๆ น่าจะไปด้วยกันได้อย่างยั่งยืน โดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเป็นตัวช่วย เพราะโลกทุกวันนี้เปลี่ยนไปแล้วจริง ๆ เปลี่ยนเร็วด้วยเร็วเกินกว่ามนุษย์จะตั้งตัว รับมือกันทัน เพราะคิดไม่ถึง คาดไม่ถึง จะว่าประมาทก็ไม่เชิง
น้ำท่วมเหนือ และอีสาน ยังไม่สงบดี ภาคใต้ก็เกิดวิกฤตตามมาติด ๆ สาหัสสากรรจ์กว่าอีกหลายจังหวัด
เป็นสถานการณ์รุนแรงฉับพลัน ทำให้ภาครัฐและเอกชนเกิดอาการงง ๆ เอ๋อ ๆ ตั้งตัวไม่ติด เลยเกิดเสียงวิพากษ์ รัฐดีแต่แจกของ ถ่ายรูป
ในรอบหลายปีนี้ กลุ่มคนจิตอาสามีบทบาทมากในสังคมไทย แต่ละคนแต่ละกลุ่มมีความตั้งใจช่วยเหลือแบบถึงลูกถึงคนในทุกรูปแบบ ทั้งกล้าแลก และเสี่ยงตาย เลยได้ใจชาวบ้าน
ขณะที่กลไกระบบข้าราชการ และรัฐวิสาหกิจในไทย ยังดูไม่ทันใจกับการช่วยเหลือในรูปแบบที่เหมาะสม
อย่างไรก็ตาม คนไทยไม่เคยทิ้งกัน ขอให้กำลังใจทุกฝ่าย ทั้งฝ่ายที่สูญเสียและฝ่ายที่ตั้งใจช่วยเหลือจริง ๆ
หากมวลน้ำไหลลงทะเลไปแล้ว ฝนหยุดตกแล้ว ก็ถึงเวลาต้องเร่งฟื้นฟูบ้านเมือง ซ่อมแซมที่อยู่อาศัยขนานใหญ่ ชาวบ้านต้องนับหนึ่งใหม่ รวมถึงการฟื้นเศรษฐกิจหลังน้ำท่วมด้วย
ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิทยาศาสตร์ทางทะเล เป็นนักวิชาการที่รักธรรมชาติ บอกว่า เมืองไทยติดอันดับ 1 ใน 10 ประเทศ ที่เสี่ยงน้ำท่วมจากปัญหาโลกร้อนมากที่สุด
ทั้งเชื่อว่า ภัยน้ำท่วมใหญ่จะเกิดถี่ขึ้นเรื่อย ๆ ตามอุณหภูมิโลก จาก 3-4 เท่าในช่วง 1.5 องศา กลายเป็นสิบ ๆ เท่า เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น ในอีก 30-40 ปี อาจทะลุ 2 องศา และไปจบที่ 2.6 องศาในอีก 75 ปี หากโลกยังเป็นเช่นนี้
หากเราอยู่ในเขตนั้น ต้องเพิ่มความระวังให้มากที่สุด โดยเฉพาะในปีที่มีสัญญาณเตือน เช่นปีนี้ นักวิชาการเตือนมาแล้วเรื่องลานีญาเมื่อ 2-3 เดือนก่อน อย่างฝนตกหนักในภาคเหนือกลางเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ก็บ่งบอกว่า ฝนภาคใต้ในปีนี้คงหนักขึ้น
ก่อนหน้าน้ำท่วม หลายเพจก็เริ่มเตือนเรื่องฝนตกหนัก ดังนั้นเราต้องเริ่มหาข้อมูลให้เยอะ เพื่อประกอบการตัดสินใจ
เพราะหากเราเป็นผู้ประสบภัย บทเรียนจากหลายแห่ง ก็เหมือนกันหมด ทั้งแบตหมด อาหารหมด เมื่อขอความช่วยเหลือ แต่ไม่มีใครมา เฉพาะคืนฝนตกหนักที่หาดใหญ่ น่าจะมีคนติดอยู่เป็นหมื่น ๆ คน
น้ำขึ้นสูง น้ำเชี่ยว มืด เรือเล็กเข้าไม่ได้ กู้ภัยไม่ชินเส้นทาง มีสิ่งกีดขวาง ทั้งรถ สิ่งของจมใต้น้ำ ฯลฯ
สารพัดปัญหา ทำให้การกู้ภัยในยามค่ำคืนอันตรายมาก จึงยากที่จะมีคนมาช่วยเรา
จึงเน้นย้ำตั้งแต่ต้น “กฎข้อแรกของภัยพิบัติ” คือ อย่าเป็นผู้ประสบภัยจนช่วยตัวเองไม่ได้
เราผ่านวิกฤตหลายวิกฤตมาแล้ว บทเรียนครั้งนี้ได้สอนใจเราอีกครั้ง
คนเราต้องไม่ประมาท และต้องเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เคารพธรรมชาติ “อย่าตัดต้นไม้ทำลายป่า”
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : น้ำท่วมหาดใหญ่ บอกอะไรกับเรา
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net