โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เมาแล้วขับ ผิดกฎหมายอะไรบ้าง ประวัติติดตัวส่งผลอะไรในอนาคต

INN News

อัพเดต 26 ธ.ค. 2568 เวลา 09.25 น. • เผยแพร่ 26 ธ.ค. 2568 เวลา 02.25 น. • INN News

เมาแล้วขับ

หนึ่งในปัญหาที่พบบ่อยช่วงปีใหม่ คือเรื่องของการเมาแล้วขับ ที่นอกจากจะเสี่ยงต่อตัวเอง ยังสร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้อื่น แต่บางคนอาจจะไม่ได้ตระหนักถึงเรื่องนี้เท่าที่ควร ดังนั้น ในบทความนี้จึงจะมาพูดถึงการเมาแล้วขับ ว่ามีโทษอะไรบ้าง และถ้าเกิดโดนโทษไปแล้ว จะมีประวัติติดตัว ส่งผลอะไรในอนาคต เพื่อเป็นอุทาหรณ์และเตือนใจไม่ให้เมาแล้วขับ

เมาแล้วขับ ทำไมอันตรายกว่าที่คิด

ปฏิเสธไม่ได้ว่าตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา ข่าวเมาแล้วขับจนก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้มีให้เห็นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงปีใหม่ ที่มักจะมีการดื่มแอลกอฮอล์กันเป็นจำนวนมาก

เมื่อเมาแล้วขับจะทำให้ความสามารถในการตัดสินใจลดลง รวมถึงทำให้ควบคุมรถได้ไม่เต็มที่ ซึ่งความผิดพลาดเพียงเสี้ยววินาที อาจนำไปสู่การบาดเจ็บหรือการสูญเสียที่ไม่สามารถย้อนกลับได้

ดื่มแค่ไหนถึงจะเรียกว่าเมาแล้วขับ

หลายคนอาจสงสัยว่าดื่มแค่ไหนถึงจะเรียกว่าเมาแล้วขับ เพราะบางคนอาจจะดื่มแค่ 1-2 แก้ว และคิดว่าตัวเองไม่ได้รู้สึกเมา แต่ในความเป็นจริง เมาแล้วขับไม่ได้วัดจากจำนวนแก้ว แต่วัดจากปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกาย ตามเกณฑ์ดังนี้

  • ผู้ขับขี่ทั่วไปที่มีอายุเกิน 20 ปี และมีใบขับขี่ (แบบ 5 ปี หรือตลอดชีวิต) หากปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ถือว่าเมาแล้วขับ
  • ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี ที่ได้รับใบขับขี่ชั่วคราว หรือไม่มีใบขับขี่ หรือถูกเพิกถอนใบขับขี่ หรือมีใบขับขี่รถประเภทอื่นที่ใช้แทนกันไม่ได้ หากมีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือด เกิน 20 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ถือว่าเมาแล้วขับ

เมาแล้วขับ มีโทษอะไรบ้าง

ถ้าเมาแล้วขับ กรณีมีใบขับขี่ อายุ 5 ปี และใบขับขี่ตลอดชีพ อายุเกิน 20 ปี ต้องมีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ “ถือว่าต้องโทษเมาแล้วขับ” มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับ 5,000-20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และถูกพักใช้ใบอนุญาตขับรถไม่น้อยกว่า 6 เดือน

จำคุกตั้งแต่ 1-5 ปี ปรับ 20,000-100,000 บาท และถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับรถไม่น้อยกว่า 6 เดือน หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับรถ

เมาแล้วขับจนทำให้ผู้อื่น “บาดเจ็บสาหัส” จำคุก 2-6 ปี ปรับ 40,000-120,000 บาท ระงับใบอนุญาตขับรถไม่น้อยกว่า 2 ปี

เมาแล้วขับจนทำให้ผู้อื่น “ถึงแก่ความตาย” จำคุก 3-10 ปี ปรับตั้งแต่ 60,000-200,000 บาท และเพิกถอนใบอนุญาตขับรถทันที

กรณีที่ 1 : เป่าแอลกอฮอล์แล้วพบว่า ปริมาณแอลกอฮอล์เกินกำหนด ถือว่า “เมาแล้วขับ” ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับ 5,000-20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (ตามปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือด) และถูกศาลสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ ไม่น้อยกว่า 6 เดือน หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ (มาตรา 160 ตรี)

กรณีที่ 2 : หากไม่เป่าแอลกอฮอล์ จะถือว่า “เมาแล้วขับ” ทันที ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับ 5,000-20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และถูกศาลสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ไม่น้อยกว่า 6 เดือน หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับรถ (มาตรา 160 ตรี)

กรณีที่ 3 : เมาแล้วขับเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-5 ปี ปรับ 20,000-100,000 บาท ศาลสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ไม่น้อยกว่า 1 ปี หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่

กรณีที่ 4 : เมาแล้วขับเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตราย บาดเจ็บสาหัส ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 2-6 ปี ปรับ 40,000-120,000 บาท และถูกศาลสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ไม่น้อยกว่า 2 ปี หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่

กรณีที่ 5 : เมาแล้วขับเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 3-10 ปี ปรับ 60,000-200,000 บาท ศาลสั่งเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่

กรณีที่ 6 : ผู้ขับขี่ที่กระทำผิดซ้ำข้อหาเมาแล้วขับ หากทำผิดซ้ำภายใน 2 ปี นับแต่วันแรกที่กระทำความผิด จะเพิ่มอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับ 50,000-100,000 บาท ศาลสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ไม่น้อยกว่า 1 ปี หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่

เมาแล้วขับ ประวัติติดตัวส่งผลอะไรในอนาคต

บางคนอาจจะคิดว่าเมาแล้วขับไม่ได้ส่งผลอะไรมากนัก แต่ในความเป็นจริงเมาแล้วขับเป็นคดีอาญาทั้งยังมีโทษหนักขึ้นเรื่อย ๆ ตามความผิดซ้ำหรือความเสียหายที่เกิดขึ้น ตั้งแต่ปรับ จำคุก พักใช้หรือเพิกถอนใบขับขี่ ไปจนถึงยึดรถ

และถ้าทำซ้ำใน 2 ปี โทษจะหนักขึ้น เช่น จำคุก 2 ปี หรือปรับ 100,000 บาท รวมถึงอาจมีเงื่อนไขคุมประพฤติ ติดอุปกรณ์ติดตามตัว หรือห้ามออกจากบ้านกลางคืน ทำให้เสียประวัติและมีผลต่อการทำงานราชการอีกด้วย

ดื่มยังไงให้ปลอดภัย

สำหรับใครที่รู้ตัวว่าจะออกไปดื่ม แนะนำให้เลือกใช้รถสาธารณะ แท็กซี่ หรือแอปเรียกรถเพื่อความปลอดภัย และลดความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นตามมา ทั้งต่อตนเอง และผู้อื่น การไม่ขับรถหลังดื่ม เป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับทุกคนบนท้องถนน

เมาแล้วขับ เป็นหนึ่งในปัญหาที่มีมาอย่างยาวนาน และก่อให้เกิดอุบัติเหตุอยู่บ่อยครั้ง ในปีใหม่นี้ Inn จึงอยากจะเป็นส่วนหนึ่งที่ร่วมรณรงค์ให้ลดการเมาแล้วขับ ลดการสูญเสีย

เพราะอุบัติเหตุจากเมาแล้วขับ ไม่มีโอกาสแก้ตัว ผลลัพธ์อาจติดตัวไปตลอดชีวิต การไม่เมาแล้วขับ จึงไม่ใช่แค่เรื่องกฎหมาย แต่คือความรับผิดชอบต่อสังคมโดยรวม

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

motorist

tiscoinsure

autospinn

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...