คุมเข้มขายอาหารเสริมออนไลน์ ดีเดย์ 31 ธ.ค. กฎหมายใหม่ต้องแสดงใบอนุญาต
แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซรับมือกฎหมาย Digital Platform Services บังคับใช้ 31 ธ.ค. 2568 บี้จัดระเบียบ-คุมเข้มร้านขาย “อาหารเสริม-เครื่องสำอาง-เครื่องใช้ไฟฟ้า” ต้องแสดงใบอนุญาต-ใบจดแจ้ง จาก อย.-สมอ. เผยฝ่าฝืนเสี่ยงถูกระงับสิทธิการขาย ขณะที่ยักษ์แพลตฟอร์มมีหน้าที่ต้องตรวจสอบข้อมูล และรายงานหน่วยงานกำกับภายใน 3 วัน
ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า ปัญหาจากการซื้อสินค้าบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซอันดับต้น ๆ คือการได้รับสินค้าไม่ตรงปก สินค้าที่ไม่มีคุณภาพ หรือไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนด ซึ่งหลายกรณีเป็นอันตรายร้ายแรงต่อชีวิตของผู้บริโภค ที่ผ่านมาหน่วยงานภาครัฐพยายามออกมาตรการและบทลงโทษต่าง ๆ เพื่อจัดการปัญหานี้โดยเฉพาะ รวมถึงสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) ที่ออกประกาศเพิ่มเติม ภายใต้ พ.ร.ฎ.การประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ. 2565 หรือ “กฎหมาย DPS” (Digital Platform Services) เพื่อกวดขันเรื่องนี้ให้เข้มข้นมากขึ้น
โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าที่อยู่ภายใต้กำกับของ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ตามประกาศคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ เรื่อง การดำเนินการอื่นสำหรับผู้ประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลประเภท “ตลาดสินค้า” (Online Marketplace) ที่มีลักษณะเฉพาะตามมาตรา 18 (2) แห่ง พ.ร.ฎ.การประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ. 2565 พ.ศ. 2568 ที่จะมีผลบังคับใช้วันที่ 31 ธ.ค. 2568
เสี่ยงถูกระงับสิทธิขาย
สาระสำคัญของประกาศฉบับนี้ คือการกำหนดหน้าที่เพิ่มเติม ให้แพลตฟอร์มดิจิทัลประเภท Online Marketplace ที่เป็นพื้นที่กลางในการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้า ที่มีลักษณะเฉพาะตามมาตรา 18 (2) ที่มีความเสี่ยงต่อความมั่นคงทางการเงินและพาณิชย์ ที่ความเสียหายอาจกระทบต่อสาธารณะ และมีผลกระทบในระดับสูง ซึ่งขณะนี้มีทั้งสิ้น 21ราย อาทิ ลาซาด้า, ช้อปปี้, TikTok, Temu, แกร็บ, ไลน์แมน เป็นต้น
รวมถึงผู้ขายที่เปิดร้านค้าบนแพลตฟอร์มออนไลน์ดังกล่าว ต้องปฏิบัติตามข้อบังคับที่เข้มงวด โดยต้องแสดงข้อมูลสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าเกี่ยวข้องกับสุขภาพและความปลอดภัยที่ถูกคุมเข้ม ต้องแสดงใบอนุญาตที่เกี่ยวข้อง หากผู้ขายไม่สามารถแสดงหมายเลขและเอกสารใบอนุญาตที่ถูกต้อง อาจถูกระงับสิทธิการขายบนแพลตฟอร์ม
คุมเข้มแสดงใบอนุญาต
นอกจากนี้ แพลตฟอร์มมีหน้าที่ต้องเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับสินค้า และร้านค้าบนแพลตฟอร์ม, การเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อลงทะเบียนเป็นผู้ประกอบการด้วยระบบที่น่าเชื่อถือ รวมถึงต้องตรวจสอบความน่าเชื่อถือของข้อมูลตามความเหมาะสม, การตรวจสอบการขาย หรือการโฆษณาสินค้าที่ต้องมีมาตรฐานของสินค้า แจ้งเตือนผู้ประกอบการเกี่ยวกับการขายสินค้า การลบ ระงับ หรือปิดกั้นสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน
พร้อมกันนี้ต้องแสดงข้อมูลสินค้าอย่างละเอียด, ใบจดแจ้ง หรือหลักฐานการรับรองมาตรฐาน จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สมอ. และ อย.
รวมทั้งต้องมีการรายงานผลการดำเนินการตามข้อกฎหมายต่อหน่วยงานกำกับ ต้องมีกระบวนการแจ้งเตือนและนำออก (Notice and Take Down) กรณีร้านค้าบนแพลตฟอร์มที่ไม่ปฏิบัติตามข้อกฎหมายก็ต้องนำออกจากแพลตฟอร์ม หรือระงับการแสดงรายการสินค้า ชื่อผู้ขาย และดำเนินการตรวจสอบข้อมูล และแจ้งหน่วยงานภายใน 3 วัน โดยมีบทลงโทษกรณีฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข เช่น ยุติหรือระงับการให้บริการ พร้อมมีมาตรการดูแลเยียวยาผู้เสียหาย เป็นต้น
แพลตฟอร์มเร่งกระตุ้นผู้ขาย
แหล่งข่าวในแวดวงอีคอมเมิร์ซ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จากประกาศฉบับดังกล่าวยังมีผู้ขายจำนวนไม่น้อยที่ไม่ได้ปฏิบัติตามข้อกำหนด อาจเนื่องด้วย 1.ผู้ขายไม่เข้าใจในรายละเอียดของประกาศ และ 2.ผู้ขายอาจยังไม่ตระหนักถึงผลกระทบที่มีกับธุรกิจของตนเองโดยตรง
โดยที่ผ่านมาบางแพลตฟอร์มมีการให้ข้อมูลในช่องทางต่าง ๆ กับผู้ขายที่มาเปิดร้านบนแพลตฟอร์ม ทั้งการให้ความรู้ผ่าน Help Center สื่อสารผ่านอีเมล์ และระบบ Seller Center อย่างสม่ำเสมอ เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ผู้ขายปฏิบัติตามประกาศ นอกจากนี้ ยังมีการเพิ่มฟังก์ชั่นต่าง ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ขายในการลงรายการสินค้า พร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้อง เลขทะเบียน และใบอนุญาตตามที่กฎหมายกำหนดด้วย
จัดระเบียบร้านค้า
แหล่งข่าวกล่าวว่า อย่างไรก็ดี ปัจจุบันยังมีร้านค้าบนแพลตฟอร์มจำนวนมากที่ยังไม่ได้ดำเนินการตามข้อกฎหมาย ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะร้านค้าออนไลน์ที่ขายสินค้า ทั้งอาหารเสริม, เครื่องสำอาง หรือยาสามัญประจำบ้าน ที่ต้องมีการขอใบอนุญาตหรือใบจดแจ้ง จาก อย. ก็ต้องไปดำเนินการให้ถูกต้อง ซึ่งในที่สุดก็คาดว่าอาจทำให้ร้านค้าที่ขายกลุ่มสินค้าที่อยู่ภายใต้กำกับของ อย. และ สมอ.อาจลดลง เพราะที่ผ่านมาจากที่แพลตฟอร์มไม่มีความเข้มงวดก็ทำให้ร้านค้าเปิดซื้อขายกันง่าย
การบังคับใช้กฎหมายที่จะมีผลในวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ก็ถือเป็นเรื่องที่ดีสำหรับผู้บริโภค เพราะจะมีการควบคุมทั้งในแง่ร้านค้า และความน่าเชื่อถือของข้อมูลการโฆษณาของผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ด้วย
เปิดลิสต์สินค้าควบคุม
รายงานระบุว่าประเภทสินค้าที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานรัฐ และต้องแสดงเลขทะเบียนผลิตภัณฑ์ และ/หรือเอกสารใบอนุญาตตามที่กฎหมายกำหนด ประกอบด้วย
1.สินค้าที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ อย.
- ผลิตภัณฑ์ประเภทอาหาร เช่น อาหาร, เครื่องดื่ม, อาหารเสริม
- ผลิตภัณฑ์ประเภทยาสามัญประจำบ้าน, ผลิตภัณฑ์ประเภทสมุนไพร
- ผลิตภัณฑ์ประเภทเครื่องสำอาง, ผลิตภัณฑ์ประเภทเครื่องมือแพทย์
- ผลิตภัณฑ์ประเภทที่มีวัตถุอันตราย เช่น วัตถุอันตรายที่ใช้ในบ้านเรือน
2.สินค้าที่ต้องมีใบอนุญาตโฆษณาจาก อย. ผู้ผลิตหรือผู้จำหน่ายสินค้าต้องยื่นขอจดทะเบียนโฆษณาสินค้าต่อ อย. ก่อนที่จะทำการโฆษณาเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับสินค้า ผ่านสื่อใด ๆ
- ผลิตภัณฑ์ประเภทยา
- ผลิตภัณฑ์ประเภทสมุนไพร
- ผลิตภัณฑ์ประเภทอาหาร
- ผลิตภัณฑ์ประเภทเครื่องมือแพทย์
3.สินค้าที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกรมปศุสัตว์ เช่น อาหาร และยาสัตว์
4.สินค้าที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ สมอ. เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า หมวกกันน็อก และวัสดุก่อสร้าง
สิ่งที่ผู้ขายต้องทำ
อย่างไรก็ตาม จากกระบวนการยื่นขอใบอนุญาตจาก อย. หรือ สมอ. ต้องใช้เวลา ทางแพลตฟอร์ม Online Marketplace จึงแนะนำให้ร้านค้าจึงควรเร่งจัดเตรียมเอกสาร การตรวจสอบ และการอนุมัติ ก่อนลงขายสินค้าบนแพลตฟอร์ม ตามขั้นตอน ดังนี้
1.รีบลงทะเบียน (KYC) ยืนยันตัวตนบนแพลตฟอร์มให้สมบูรณ์ พร้อมรับรองตนเองว่าสินค้าทั้งหมดเป็นไปตามกฎหมาย
2.ตรวจสอบสินค้าทั้งหมด และแยกหมวดหมู่สินค้าที่ต้องมีใบอนุญาต อย./สมอ. ออกมาให้ชัดเจน
3.ศึกษาขั้นตอน และเตรียมเอกสารที่ต้องใช้เพื่อยื่นขอใบอนุญาตสำหรับผลิตภัณฑ์แต่ละประเภท เช่น อาหาร/อาหารเสริม ที่การขอขึ้นทะเบียนจะแบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก คือการขออนุญาตสถานที่ และการขออนุญาตผลิตภัณฑ์ โดยการยื่นเอกสารส่วนใหญ่สามารถทำผ่านระบบออนไลน์ e-Submission ได้
4.ยื่นขอใบอนุญาตทันที โดยดำเนินการยื่นเรื่องต่อ อย. หรือ สมอ. และเตรียมเอกสารสำหรับส่งให้แพลตฟอร์ม เพื่อลงขายสินค้าอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : คุมเข้มขายอาหารเสริมออนไลน์ ดีเดย์ 31 ธ.ค. กฎหมายใหม่ต้องแสดงใบอนุญาต
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net