แถลงจับขโมยทอง โรงรับจำนำตรัง ลงมือ 6 วัน กวาด 270 บาท ไปขายต่อ
แถลงจับขโมยทอง โรงรับจำนำตรัง ลงมือ 6 วัน กวาด 270 บาท มูลค่ารวม 17 ล้านบาท ไปขายต่อ ด้านผู้ว่าฯ ขอให้ประชาชนสบายใจ ของใครหายจะรับผิดชอบ
วันที่ 9 ม.ค. 2567 ที่ สภ.เมืองตรัง นายทรงกลด สว่างวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง พร้อมด้วย พล.ต.ต.ภาสกร ภักดีวานิช ผบก.ภ.จว.ตรัง พ.ต.อ.ภูมิ บาลทิพย์ ผกก.สภ.เมืองตรัง พ.ต.อ.ธนวัต เส้งสุย ผกก.สส.ภ.จว.ตรัง นพ.รักษ์ บุญเจริญ นายกเทศมนตรีนครตรัง ปลัดเทศบาลนครตรัง ผู้จัดการสถานธนานุบาลเทศบาลตรัง
ร่วมกันแถลงข่าวกรณีคนร้ายลักทรัพย์ทองคำแท่ง และทองรูปพรรณ จากสถานธนานุบาลเทศบาลนครตรัง (โรงรับจำนำ) มูลค่าทองคำ จำนวน 270 บาท คิดเป็นมูลค่ากว่า 17 ล้านบาท ต่อมาตำรวจจับกุมนายนิพิฐพนธ์ เล้นสิ้น เจ้าหน้าที่โรงรับจำนำ ซึ่งเป็น 1 ในคนถือกุญแจตู้เซฟได้ เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ
พล.ต.ต.ภาสกร ภักดีวานิช ผบก.ภ.จว.ตรัง กล่าวว่า เบื้องต้นพบผู้ต้องหาก่อเหตุเพียงลำพัง แต่ตำรวจยังอยู่ระหว่างการสอบปากคำ เพื่อติดตามทรัพย์ที่เหลือกลับคืน โดยเกิดเหตุระหว่างวันที่ 31 ธ.ค. 2568 เวลาประมาณ 17.00 น. ถึงวันที่ 5 มกราคม 2569 เวลาประมาณ 07.55 น. ตามภาพจากกล้องวงจรปิดพบว่าผู้ก่อเหตุซึ่งมีหน้าที่รักษาทรัพย์ของสถานธนานุบาลฯ ลงมือก่อเหตุหลังเลิกงาน
สอบปากคำผู้ต้องหารับสารภาพว่า แบ่งทรัพย์ออกเป็น 4 ส่วน คือ 1.ทองแท่ง ทองรูปพรรณ ไปขายที่โรงรับจำนำแห่งหนึ่ง ต.ทับเที่ยง อ.เมืองตรัง จำนวนประมาณ 50 บาท อยู่ระหว่างการดำเนินการสืบสวนติดตามทรัพย์กลับ
2.ทองแท่ง นำไปขายที่ห้างทองแห่งหนึ่ง ใน ต.ทับเที่ยง อ.เมืองตรัง น้ำหนักทอง ประมาณ 80 บาท อยู่ระหว่างการดำเนินการของฝ่ายสืบสวน
3.นำทรัพย์สินบางส่วน ซึ่งเป็นทองรูปพรรณไปซุกซ่อนไว้บริเวณห้องเก็บของ ชั้น 4 ของสถานธนานุบาลเทศบาลนครตรัง เจ้าหน้าที่ตามไปตรวจยึดทองรูปพรรณมาได้ จำนวน 31 รายการ น้ำหนักรวม 50.40 บาท
4.นำทองรูปพรรณไปฝากเพื่อนไว้แถวสนามกีฬากลางเทศบาลนครตรัง ติดตามตรวจยึดมาได้ จำนวน 5 รายการ รวมน้ำหนักทอง 30 บาท
เบื้องต้นสามารถยึดทองกลับคืนมาได้น้ำหนักรวมจำนวน 80.40 บาท มูลค่าประมาณกว่า 5 ล้านบาท ทั้งสร้อย แหวน นาฬิกา กำไล พระเลี่ยมทอง ส่วนที่เหลืออีกประมาณน้ำหนักทองประมาณ 200 บาท กว่า 13 ล้านบาท ซึ่งมีทองแท่งรวมอยู่ด้วยนั้นได้ประสานกับร้านทอง และโรงรับจำนำแล้ว อยู่ระหว่างการดำเนินการของชุดสืบสวนที่จะติดตามกลับคืนมา เชื่อว่าจะได้กลับมาทั้งหมด
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อหากับผู้ต้องหาว่า ลักทรัพย์ของผู้อื่นในสถานที่ราชการ ซึ่งเป็นของนายจ้าง หรืออยู่ในความครอบครองของนายจ้างโดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิด หรือการพาทรัพย์นั้นไป
ด้าน นางบุษบา ทิพย์เหรียญ ผู้จัดการสถานธนานุบาล เทศบาลนครตรัง กล่าวว่า ระบบรักษาความปลอดภัยของห้องมั่นคงที่เก็บรักษาทรัพย์มีทั้งหมด 2 ชั้น กุญแจมีทั้งหมด 5 ดอก ผู้ต้องหามีหน้าที่รักษาทรัพย์ที่อยู่ในห้องมั่นคงจะถือกุญแจ 4 ดอก เพราะเขาจะมีสิทธิเหนือผู้จัดการ ส่วนตนเป็นผู้จัดการถือ 1 ดอก ซึ่งเป็นไปตามระเบียบของสำนักงานคณะกรรมการสถานธนานุบาลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ส่วน นายทรงกลด สว่างวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง กล่าวว่า เท่าที่รับฟังพบว่าแม้จะมีระเบียบกำหนดระบบการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดแล้ว แต่พบว่าอาจมีจุดบอด ซึ่งจะต้องให้ท้องถิ่นจังหวัดตรั รายงานช่องโหว่ดังกล่าวให้หน่วยงานกำกับดูแลให้รับทราบ เพื่อได้ออกระเบียบปฏิบัติให้เข้มงวดมากขึ้น
นายทรงกลด กล่าวอีกว่า โดยต่อไปจะให้เชื่อมโยงกล้องวงจรปิด ซึ่งเป็นระบบความปลอดภัยของสถานธนานุบาลฯ กับห้องควบคุมระบบรักษาความปลอดภัยของตำรวจภูธรจังหวัด เพื่อให้ทางตำรวจได้มอนิเตอร์ความปลอดภัยตลอด 24 ชม.ด้วย ทางด้านเทศบาลนครตรัง เสนอต่อไปจะต้องมีการตรวจค้นตัวเจ้าหน้าที่ทุกคนเวลาออกจากงาน เพื่อเพิ่มระบบรักษาความปลอดภัย
นายทรงกลด กล่าวต่อว่า ส่วนทรัพย์สินของประชาชนที่เหลือนั้น ทางตำรวจจะติดตามกลับมาโดยเร็ว หากพบส่วนไหนที่หายไป ทางสถานธนานุบาลจะรับผิดชอบให้ หากประชาชนต้องการเป็นทรัพย์ หรือเงินสด สามารถแจ้งได้ โดยจะมีการติดต่อกับเจ้าของทรัพย์โดยตรงหลังจากนี้ และจะเปิดให้บริการตามปกติในวันจันทร์ที่ 12 ม.ค.นี้ ส่วนของกลางที่ยึดได้ทั้งทั้งหมด ทางเจ้าหน้าที่จะเก็บไว้เพื่อประกอบสำนวนคดีต่อไป
- สารภาพติดหนี้พนัน! จับขโมยทอง โรงรับจำนำเทศบาลนครตรัง ที่แท้คนใน คนถือกุญแจตู้เซฟ
- เผยปม ทองคำหาย จากโรงจำนำ ทน.ตรัง ตู้เซฟไร้รอยงัด มี 3 คนถือกุญแจ จนท.บางคนถูกเค้นสอบหนัก
- ทองโรงรับจำนำหาย มูลค่า 3-5 ล้าน ตร.สอบแล้ว 4 ปาก มุ่ง 3 ปม พนันออนไลน์ หนี้สิน และการเมืองท้องถิ่น
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แถลงจับขโมยทอง โรงรับจำนำตรัง ลงมือ 6 วัน กวาด 270 บาท ไปขายต่อ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th