โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ตรัง วอนมาขอขมาศพน้องเหยื่อถูกเพื่อนวัย 14 ปี ทำปืนลั่นใส่เสียชีวิต

77kaoded

เผยแพร่ 11 ต.ค. 2566 เวลา 12.21 น. • 77 ข่าวเด็ด

ญาติวอนคู่กรณีมาขอขมาศพน้องวัย 14 เหยื่อถูกเพื่อนวัยเดียวกัน ทำปืนลั่นไกเสียชีวิต ภายหลังจากแอบขโมยปืนคุณตาซึ่งเป็นอดีตตำรวจ ตชด. มาโชว์เล่นกับเพื่อน ด้านน้าสาวผู้เสียชีวิตเผย ตนอยู่ในเหตุการณ์ยิงในพารากอน แต่ไม่คิดว่าจะมาเกิดขึ้นกับหลานชาย ด้าน ผอ.สพม.เขต 13 รีบลงมาพูดคุยกับญาติ ประสานเยียวยาครอบครัว พร้อมทั้งเร่งหามาตราป้องกันความปลอดภัยของเด็กนักเรียน

วอนมาขอขมาศพ เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 11 ต.ค.66 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สมาคมย่านตาขาว เขตเทศบาล ต.ย่านตาขาว จ.ตรัง ซึ่งเป็นสถานที่บำเพ็ญกุศลศพ ด.ช.เอ (นามสมมุติ) อายุ 14 ปี ชาว ต.ย่านตาขาว จ.ตรัง นักเรียนระดับชั้น ม. 2 โรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่ง ที่ถูกกระสุนปืนขนาด .45 ลั่นใส่เข้าบริเวณแผ่นหลังทะลุหน้าอกซ้ายเสียชีวิต ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบทราบว่าผู้ก่อเหตุเป็นเพื่อนของผู้เสียชีวิต อายุ 14 ปีเท่ากัน และศึกษาอยู่ระดับชั้น ม.2 เช่นกันทำปืนลั่นใส่ โดยปืนกระบอกดังกล่าวเป็นปืนที่ผู้ก่อเหตุแอบขโมยมาจากคุณตา ซึ่งเป็นอดีตตำรวจ ตชด. ที่ จ.พัทลุงมานานกว่า 3 เดือน ตามที่มีการนำเสนอข่าวไปแล้ววานนี้ (10 ต.ค.66)

บรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า บริเวณหน้าโลงศพมีการตั้งโต๊ะธูปเทียน และมีการนำรถจยย.ยี่ห้อฮอนด้ารุ่นเวฟ สีดำ-แดง ที่ตาของผู้ตายเพิ่งซื้อให้ยังไม่ถึง 1 เดือน มาจอดไว้เนื่องจากผู้ตายรักรถคันนี้มากและชอบเรื่องเกี่ยวกับงานสายช่างยนต์ชอบแต่งรถ ในอนาคตเคยเปรยกับแม่ว่าอยากไปเรียนที่วิทยาลัยเทคนิค เพื่อเรียนรู้เติมเต็มทำงานตามเป้าหมายชีวิตที่ได้ตั้งไว้

ในเวลาต่อมา นายชัยณรงค์ ช่างเรือ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา ที่ 13 ตรัง-กระบี่ (สพม.) พร้อมด้วยคณะผู้บริหารได้เดินทางเข้ามาคารวะศพ พร้อมวางพวงหรีดเพื่อแสดงความไว้อาลัยกับการสูญเสียในครอบครัว จากนั้นได้มีการพูดคุยกับครอบครัวและมอบเงินเยียวยาเป็นการให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นกับครอบครัว ตนเองหลังจากทราบข่าวปืนลั่นใส่นักเรียนเสียชีวิต ก็ได้รีบลงพื้นที่มาที่งานศพ พร้อมกับคณะผู้บริหารสถานศึกษา และได้พูดคุยกับผู้ปกครองของน้องกัน ก็เสียใจเป็นอย่างยิ่ง และได้รายงานผู้บังคับบัญชาไปแล้ว ทางโรงเรียนและทางเขตพื้นที่จะหาวิธีการช่วยเหลือเยียวยา เบื้องต้นก็ได้นำเงินส่วนหนึ่งมาทำบุญ พร้อมกับจะหาวิธีเยียวยาความรู้สึก หลังจากนี้ก็จะต้องเป็นอุทาหรณ์ให้กับเรา และเป็นคติสอนใจในเรื่องของการดูแลนักเรียนเป็นสำคัญที่สุด โดยเฉพาะนโยบายความปลอดภัย คงจะต้องรีบดำเนินการประสานไปยังผู้บริหารโรงเรียนทุกโรงเรียน กำชับเป็นพิเศษในเรื่องของการดูแลนักเรียน โดยเฉพาะในช่วงปิดภาคเรียน เพราะเด็กอยู่บ้าน และปรากฏข้อเท็จจริงว่าบางผู้ปกครองบางครอบครัวไม่ค่อยมีเวลาในการดูแลบุตรหลานไปบ้าง

ขณะที่ นางอุทัยวรรณ ศรีสวัสดิ์ อายุ 48 ปี ผู้เป็นแม่ของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า เมื่อวานนี้ฝ่ายคู่กรณีได้ไปที่โรงพยาบาล แต่ไม่ได้คุยกัน เนื่องจากตนยังไม่มีสติ รู้สึกแย่สุดๆ แย่มาก เพราะว่าน้องกันนอนกับแม่ ถึงเขาจะอยู่ ม.2 แล้ว อายุ 14 ปีก็จริง แต่เขายังเหมือนเด็กอนุบาล ต้องให้แม่กอดก่อนนอน อาบน้ำให้ ขึ้นนอนพร้อมกัน ผ้าห่มต้องผืนเดียวกัน ทุกวันเวลา 2 ทุ่ม น้องกันจะทักมาหาว่ามีข้าวอะไรบ้าง หากอยากกินอะไรแม่ก็จะไปซื้อมาตั้งไว้ให้เขากิน โดยน้องกันบอกแม่ว่า หากกจบชั้น ม.3 เขาจะไปเรียนต่อช่างยนต์ สายอาชีพที่เทคนิค เพราะเขาชื่นชอบรถ ชอบซ่อมรถ แม่ก็อยากให้ผู้ก่อเหตุลั่นกระสุนใส่มาขอขมาศพ เพราะยังไงก็เป็นเพื่อนกัน น้องกันจะได้ไปสบาย ไปสู่สุขติ ในวันนี้ทางโรงเรียนก็มาหาถึงที่งานศพของน้องกัน ซึ่งศพน้องจะทำพิธีฝังในวันอาทิตย์ (15 ต.ค.) ที่จะถึงนี้ เพราะไม่อยากจะเผาน้อง

ด้านนายวิไล ทองฤทธิ์ อายุ 69 ปี ตาของผู้เสียชีวิต เผยว่า ตนได้รับแจ้งว่าหลานอยู่ รพ.แต่ไม่คิดว่าตะถูกยิงด้วยอาวุธปืนคิดแค่ว่าประสบอุบัติเหตุล้มรถจยย. แต่พอไปถึงก็เห็นเจ้าหน้าที่เร่งปั๊มหัวใจช่วยชีวิตหลานของตนแต่ก็ไม่เป็นผล ตอนนั้นหลานสิ้นใจแล้วแต่ดวงตายังไม่หลับ ตนจึงบอกกับหลานว่าหลานไปเถอะไม่ต้องเป็นห่วงตา ตาดูแลตัวเองได้ ขอให้น้องหลับ ก่อนที่ร่างไร้วิญญาณของหลานจะหลับตาลง ตนเชื่อว่าหลานรอตนอยู่ หลานสนิทกับตนมากเลี้ยงมาตั้งแต่เล็กๆ หลานเคยพูดกับตนว่า ตาก็ขาไม่ดีแล้ว น้องบางทีอาจจะดูแลตาได้ไม่นาน

อยากขอให้คู่กรณีมาขอขมาสักครั้ง พ่อแม่ก็มาคุยกับครอบครัวตนเพื่อหาทางออกร่วมกันไม่ใช่มาเงียบแบบนี้ การสูญเสียครั้งนี้เกิดขึ้นกับทุกฝ่ายยากที่จะทำใจยอมรับ ทางคู่กรณีก็สูญเสียแต่ยังมีโอกาสกลับมาอยู่ด้วยกันได้ แต่ทางครอบครัวตนหลานหมดโอกาสไปแล้ว ขอความเป็นธรรมให้กับครอบครัวตนด้วย

ขณะเดียวกันนางนภัสร กุศลศิริ อายุ 46 ปี น้าสาวของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตนก็ตกอยู่ในเหตุการณ์กราดยิงในห้างสยามพารากอนเมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็ไม่คิดว่าเหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นกับหลานของตน ไม่คาดคิดว่าจะเจอกับความสูญเสียที่ตนไม่ได้ตั้งตัว เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับเด็กอายุ 14 อีกแล้ว มันเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นซ้ำๆ ตนมองว่ามันเป็นพฤติกรรมเลียนแบบ เพราะ เด็กสามารถหาอาวุธปืนและกระสุนได้ง่ายมาก การที่เป็นเยาวชนทำผิดโดยเจตนาหรือไม่เจตนาและไม่มีความผิดสร้างความหวาดระแวงกับบทลงโทษตรงนี้ว่าทำไมไม่มีการจัดการให้เด็ดขาด อยากให้เหตุการณ์ของหลานเป็นเคสสุดท้ายจริงๆ ให้มีบทลงโทษ ตอนนี้ครอบครัวตนย่ำแย่จนไม่สามารถบรรยายเป็นคำพูดได้ ทุกคนรู้สึกเจ็บปวด.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...