มือแทงรองนายกอบต. ที่แท้ 'ไอ้น้อย' ตัวอันตรายประจำหมู่บ้าน เคยก่อเหตุทำร้ายพ่อจนต้องรื้อบ้านหนี
มือแทงรองนายก อบต. ที่แท้ ‘ไอ้น้อย’ ตัวอันตรายประจำหมู่บ้าน เคยก่อเหตุทำร้ายพ่อจนต้องรื้อบ้านหนี ชาวบ้านหวาดกลัว โล่งรอบนี้คงติดคุกยาว
เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม กรณีนายวีรพงษ์ หรือน้อย ยวงรัมย์ อายุ 42 ปีชาว ต.ปราสาท อ.บ้านด่าน จ.บุรีรัมย์ ใช้มีดปอกผลไม้ แทงคอนายสุริยา นันทสิงห์ อายุ 66 ปี ชาว ต.ปราสาท อ.บ้านด่าน จ.บุรีรัมย์ รองนายกเทศมนตรีตำบลปราสาท อ.บ้านด่าน จ.บุรีรัมย์ จนได้รับบาดเจ็บสาหัส อาการเป็นตายเท่ากัน เหตุเกิดเมื่อเวลา 10.00 น.ที่ผ่านมา ต่อมาตำรวจตามจับกุมนายน้อย ให้การกับตำรวจเพียงแค่ว่า ”จะฆ่าคนโกงบ้านโกงเมือง” จากการสอบสวนเบื้องต้นนายน้อย มีสภาพทั่วไปเหมือนคนปกติ รับรู้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด
ผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบนายธรรมวัฒน์ ยวงรัมย์ อายุ 69 ปี พ่อแท้ๆ นายน้อย ซึ่งก่อนหน้านี้ได้รื้อบ้านของตนเองที่อยู่ติดกับลูกชาย ไปปลูกบ้านหลังใหม่ในหมู่บ้านเดียวกันแต่คนละคุ้ม
โดยนายธรรมวัฒน์เล่าว่า ครั้งนั้นไปทำงานอยู่ต่างประเทศ 6 ปี ส่งเงินมาให้นายน้อย ลูกชายเรียนหนังสือ แต่ไม่เรียนหันไปเสพยา จนต้องออกจากโรงเรียนกลางคัน พอกลับมาจากเมืองนอก มาปลูกบ้านให้ลูกชายกับภรรยาอยู่ใกล้กันกับตน สุดท้ายภรรยาหนีไปเพราะไม่ทำงาน และเสพยาเสพติด
ปี’64 ลูกชายใช้ฉมวกสำหรับแทงปลามาทำร้ายตนโดยไม่มีเหตุผล จนได้รับบาดเจ็บเย็บตามใบหน้าและศีรษะ 21 เข็ม ครั้งนั้นศาลตัดสินให้จำคุกเพราะมียาเสพติดด้วย และออกจากเรือนจำมาได้ประมาณ 1 ปีเศษ
แต่ยังคงมีนิสัยเดิมเป็นคนก้าวร้าว เรียกพ่อว่า “ไอ้ควาย ไอ้สัตว์” ไม่เคยเรียกว่าพ่อแม้แต่ครั้งเดียว รู้สึกว่าจะไม่ปลอดภัย ตัดสินใจรื้อบ้านหลังที่อยู่ติดกับลูกชาย ออกไปปลูกใหม่บนที่ดินของญาติ ส่วนลูกชายไม่เคยมาหาตั้งแต่พ่อย้ายไป
สำหรับทางด้านคดีของลูกชายที่ก่อเหตุแทงรองนายกฯ จะไม่ขอยุ่งปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม ยอมรับถึงแม้ว่าจะยังรักลูก แต่ขอตัดใจไม่ขอยุ่งเกี่ยวอีกแล้ว
ด้านนายแดง แก้วศรี อายุ 50 ปี ชาวบ้านในหมู่บ้าน เล่าว่า นายน้อยเป็นคนเงียบๆ แต่ชาวบ้านผวาทั้งหมู่บ้าน วันไหนว่างๆ ก็จะเอาหนังสติ๊กไล่ยิง ชาวบ้านหลายคนไม่กล้าออกจากบ้านในเวลากลางคืน เพราะเกรงจะได้รับอันตราย หากถามว่านายน้อย มีอาการทางจิตหรือไม่ ขอยืนยันไม่มีอาการคล้ายคนบ้า เพราะคุยได้เหมือนคนทั่วไปปกติ แต่ในใจชาวบ้านได้แต่ลุ้นว่า ”เขาคิดอะไรอยู่” แล้วจะมาทำร้ายใครตอนไหนยังไม่มีใครรู้ โชคดีที่ครั้งนี้โดนคดีน่าจะติดคุกอีก หวังว่าคราวนี้น่าจะอยู่นานชาวบ้านจะได้มีความสุขในห้วงหลังจากนี้