ยึดทรัพย์ที่ดิน 5 แปลง 20 ล้าน 'เจ๊ออย' พี่สาวเดชอิศม์ บิ๊กโจ๊กลุยเอง จ่อแจ้งข้อหาเพิ่ม
เจ้าหน้าที่ ปปง.พร้อมหน่วยกำลังทั้งตำรวจและฝ่ายปกครอง ทำการตรวจค้นเป้าหมาย 12 จุด เครือข่ายบุกรุกโบราณสถาน พร้อมปิดป้ายยึดทรัพย์ที่ดินรวม 5 แปลงมูลค่า 20 ล้านบาท บิ๊กโจ๊กเผยหลักฐานเด็ด ตรวจดินเขาน้อยกับดินหาดจันทร์สว่างที่ใช้ถม ตรงกัน แจ้งข้อหาฟอกเงินเพิ่มอีก 4
รายงานข่าวจากจังหวัดสงขลาเมื่อวันที่ 16 กันยายนนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา ร่วมกับฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่ คณะกรรมการธุรกรรม ปปง. เข้าทำการตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 12 จุด ในอำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นเป้าหมายของกลุ่มผู้ต้องหาบุกรุกโบราณสถานเมืองสงขลาเก่า ซึ่งประกอบด้วย โบราณสถานเขาแดงและเขาน้อย ซึ่งมีการดำเนินคดีอาญากับผู้ต้อง ใน 3 คดี ซึ่งทางกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสงขลาได้ตั้งคณะทำงานสืบทรัพย์ดำเนินการตรวจสอบทรัพย์สินของนางณัฏฐ์ณรันต์ จันทร์สว่าง หรือ เจ๊อ้อย พี่สาว นายเดชอิศม์ ขาวทอง ส.ส.เขต 5 สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ กับพวก รายงานไปยังเลขาธิการปปง.ซึ่งคณะกรรมการธุรกรรมปปง. มีมติให้ยึดทรัพย์ซึ่งเป็นที่ดินจำนวน 5 แปลงตามคำสั่งที่ ย 201/2566 ลงวันที่ 4 กันยายน 2566 มูลค่าที่ดินรวมประมาณ 1 ล้าน 1 แสนบาท มีราคาซื้อขายจริงไม่น้อยกว่า 20 ล้านบาท
และสภ.สิงหนครได้รวบรวมหลักฐานดำเนินคดีกับผู้ต้องหากับพวกจำนวน 4 รายคือนางณัฏฐ์ณรันต์ จันทร์สว่าง ( เจ๊อ้อย) นางจันทิมา ลอยลม (คนใกล้ชิด) นางสาวจันทิมา จันทร์สว่าง (บุตรสาวเจ๊อ้อย) และนางสาวจิรัฐฐิกาล อดทน(คนใกล้ชิด) ในความผิดฐานร่วมกันฟอกเงินตามมาตรา 5 ( 1 ) และ ( 2) แห่งพ.ร.บป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินตามคดีอาญาที่ 302/66 ลงวันที่ 5 กันยายน 2566 อีกส่วนหนึ่ง
ทั้งนี้ได้ร่วมกันปิดหมายยึดทรัพย์ พร้อมแจ้งให้เจ้าตัวทราบ โดยทรัพย์ทั้ง 5 แปลงนั้น เป็นการโอนให้กับคนใกล้ชิด อาทิ แม่บ้าน ถือครองแทนตัวเองและครอบครัว
เวลา 13.30 น. วันเดียวกัน ที่ห้องประชุมกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา พลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ. ตร.ลงพื้นที่ ร่วมกับฝ่ายปกครอง สำนักศิลปากรที่ 11 สำนักงาน ปปง.และภาคส่วนเกี่ยวข้อง แถลงปิดคดี บุกรุกโบราณสถานเมืองสงขลาเก่า หลังในวันนี้ได้ทำการ สนธิกำลังจากหลายหน่วย ร่วมทำการตรวจค้นเป้าหมายของเครือข่ายผู้ต้องรวม 12 จุด โดยได้ใช้กฎหมาย ปปง.ดำเนินคดีฐานฟอกเงิน ยึดทรัพย์เป็นที่ดิน 5 แปลงซึ่งมีราคาประเมินมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท แต่มีราคาซื้อขายจริงไม่น้อยกว่า 20 ล้านบาท
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า สำหรับการตรวจค้นเป้าหมาย 12 จุดในวันนี้เป็นของเครือข่ายบุกรุกโบราณสถาน ซึ่งในจำนวนนี้ เป็นบ้านของผู้ต้องหา 5 คน รวม 8 จุด ในทางการสืบสวนพบว่า มีการนำดินจากโบราณสถานเขาน้อย ไปทำการปรับถมที่ดินบริเวณหาดจันทร์สว่าง ในพื้นที่อำเภอสิงหนคร ซึ่งต้องชมเชยคณะทำงานทั้งหมด ที่ใช้วิธีการตรวจหน้าดิน เอาดินในที่เกิดเหตุไปตรวจพิสูจน์กับดินบริเวณหาดจันทร์สว่าง จนยืนยันชัดเจนว่า เป็นดินที่มาจากโบราณสถานเขาน้อย ซึ่งเป็นหลักฐานที่ชัดเจน ที่ใช้เวลาทำกันมานานกว่า 1 ปี ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ซึ่งยืนยันชัดเจนว่า กลุ่มผู้ต้องหากระทำความผิดจริง ทำกันอย่างแยบยลและทำกันมานานแล้ว เป็นการเอาเปรียบคนสงขลามานาน
“ดังนั้น หากถูกดำเนินคดีอาญาอย่างเดียว อีกไม่นานออกมาก็กระทำความผิดได้อีก จึงต้องดำเนินการในมาตรการทางภาษี ตาม พรบ.ฟอกเงิน ยึดทรัพย์ แม้จะออกมาแล้วก็ไม่สามารถกลับไปกระทำผิดได้อีก เพราะไม่มีทรัพย์สินเหลือแล้ว โดยจากการสืบทรัพย์นั้น พบว่า ที่ดินทั้ง 5 แปลงนั้นได้มีการโอนไปให้บุคคลใกล้ชิดครอบครองแทน ซึ่งเป็นแม่บ้านบ้าง คนใกล้ชิดบ้าง จึงต้องใช้ความผิดฐานฟอกเงิน หรือ เป็นกฎหมายในความผิด 7 ชั่วโคตร และหากคนสงขลา พบว่ามีเจ้าพ่อ เจ้าแม่อีก ก็ขอให้แจ้งมาที่ตนเองได้เลย จะดำเนินการให้หมด และหลังจากนี้ก็คงต้องยินดีกับชาวสงขลา ที่จะได้เดินหน้าขับเคลื่อน เป็นเมืองมรดกโลกต่อไป”
ในขณะที่นายบรรจง นะแส ตัวแทนเครือข่ายภาคประชาชนที่เข้าร่วมในคดีนี้ ก็ยอมรับในการทำงานของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่มีความจริงจัง ในการดำเนินคดี และมีหลักฐาน พยานที่แน่นหนา เชื่อว่าจะสามารถเอาผิดผู้ที่ก่อเหตุบุกรุกโบราณสถานได้อย่างแน่นอน แต่ภาคประชาชนยังคงมีความกังวล กับการบูรณะฟื้นฟู โดยเฉพาะ บริเวณฐานเจดีย์เขาน้อยอายุ 1,400 ปี ที่ขณะนี้ยังไม่ได้มีการตั้งงบประมาณในการบูรณะ ที่สำนักศิลปากรที่ 11 สงขลา ได้ทำแผนเสนอจังหวัดสงขลาไป 12 ล้านบาท หากได้งบประมาณก็คงจะเป็นปี 2568 ซึ่งเสี่ยงมากที่เจดีย์เขาน้อยจะทรุดตัวพังลงมา โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่กำลังจะมาถึง โดยฤดูกาลที่ผ่านมาก็มีดินสไลด์ตัวแล้วไม่น้อย
สำหรับคดีบุกรุกโบราณสถาน เมืองสงขลาเก่าในอำเภอสิงหนครจังหวัดสงขลาสำนักศิลปากรที่ 11 จังหวัดสงขลาได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.สิงหนคร เพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่บุกรุกขุดหน้าดินและขุดดินในเขตโบราณสถานเมื่อ 21 กุมภาพันธ์ 2565 โดยเมื่อประเมินความเสียหาย ประมาณ 4 ไร่ มีมูลค่าความเสียหายทางโบราณคดี กว่า 42 ล้านบาท และยังมีผลกระทบกับเจดีย์เขาน้อยที่เป็นโบราณสถานสำคัญอายุกว่า 1400 ปีตามคดีอาญาที่ 154/65 ลงวันที่ 28 มีนาคม 2565 สามารถจับกุมผู้ต้องหาและดำเนินคดีจำนวน 5 รายประกอบด้วยนางณัฐณรันต์ จันทร์สว่างหรือเจ๊อ้อย นายชาญชญา จันทร์สว่าง หรือ โกแป็ก อดีตนายกเทศมนตรีเมืองสิงหนคร นายกอง จันทร์สว่าง นายกเทศมนตรีเมืองสิงหนคร นายสนธิเทพ เต็มอริและนายวุฒิชัย คล้ายเพชร พร้อมตรวจยึดรถแบคโฮร์ยี่ห้อ โคมัตสึ สีเหลือง 1 คัน แจ้งข้อหา 7 ข้อหาร้ายแรง เป็นความผิดตาม พรบ.โบราณสถาน พรบ.ป่าไม้ พรบ.เหมืองแร่ ลักทรัพย์ เป็นต้น
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง