รู้จัก ว่าที่สตรีหมายเลข 1 'พญ.พักตร์พิไล ทวีสิน' ดีกรีไม่ธรรมดา แพทย์แนวหน้าของเมืองไทย
รู้จัก ว่าที่สตรีหมายเลข 1 พญ.พักตร์พิไล ทวีสิน ดีกรีไม่ธรรมดา แพทย์แนวหน้าของเมืองไทย
ภายหลังจากที่วานนี้ (22 สิงหาคม) ในการประชุมรัฐสภาร่วม มีมติ ‘เห็นชอบ’ นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย นั่งเก้าอี้นายกฯคนที่ 30 ของประเทศไทย
สปอตไลต์ก็ฉายแสงไปยังหลังบ้านของนายเศรษฐา สตรีคู่ชีวิตที่อยู่ข้างกายมามากกว่า 33 ปี อย่าง พญ.พักตร์พิไล ทวีสิน หรือหมออ้อม ปัจจุบันอายุ 61 ปี เป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวพรรณ โดยเฉพาะเวชศาสตร์ชะลอวัย (Anti-Aging) ประจำการที่ VitalLife ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ และเป็นผู้ก่อตั้งเอส เมดิคัล สปา
ด้านครอบครัว พญ.พักตร์พิไล มีพี่น้อง 5 คน บิดาเป็นข้าราชการตำรวจ ภูมิลำเนาเป็นชาวท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี ก่อนจะย้ายมาเรียนและรับราชการที่เมืองหลวงของไทย
“คุณพ่อเป็นข้าราชการตำรวจ หมอมาจากครอบครัวธรรมดา เป็นข้าราชการที่ไม่ได้มีทรัพย์สินอะไร ยังต้องกู้เงินส่งเสียลูกเรียน คุณพ่อเป็นคนสุราษฎร์ธานี เกิดที่ท่าชนะ บ้านไม่มีไฟไม่มีน้ำประปา สมัย 10 ขวบจำได้เลยว่า ตอนไปบ้านต้องเดินจากถนนข้ามท้องร่องท้องนาไกลเป็นกิโลๆ กว่าจะถึง
วัดคือศูนย์กลางของคนต่างจังหวัด เรียนหนังสือที่วัด กินที่วัด เมื่อพ่อมาเรียนกรุงเทพฯ ก็สอบเป็นตำรวจ ตอนจบคุณพ่อสอบได้ที่ 1 ท่านเล่าให้ฟังว่า ถ้าเรียนดีสอบได้ที่ 1 ก็จะได้เป็นหัวหน้าหมวด หัวหน้ากอง เราจะมีเงินเดือนที่ดี” พญ.พักตร์พิไลเล่า
ชีวิตสมรสและทายาท
ชีวิตสมรส กับ นายเศรษฐา ทวีสิน มีบุตรด้วยกัน 3 คน คือ
- ลูกชายคนโต ‘คุณน้อบ ณภัทร’
จบการศึกษาปริญญาโทจาก Oxford ด้าน PPE (Politics-Philosophy-Economics) และ MBA Harvard Business school และทำงานที่ Bain Consulting, London
- ลูกชายคนกลาง ‘คุณแน้บ วรัตม์’
จบการศึกษาปริญญาตรีจาก Economics และจบการศึกษาปริญญาโท Public Administration จาก Stanford U. และทำงานที่ Raine group ที่นิวยอร์ก
- ลูกสาวคนเล็ก ‘คุณนุ้บ ชนัญดา’
จบการศึกษาปริญญาตรีจาก Neuroscience ที่ Barnard college, Columbia U. นิวยอร์ก และจบการศึกษาปริญญาโท Social worker ที่มหาวิทยาลัยเดียวกัน และทำงานเป็น Educational Counselor ที่ Edusmith
ซึ่งความสามารถด้านการทำธุรกิจก็หล่นไม่ไกลต้น เพราะยังได้ร่วมหุ้นกับเพื่อนซื้อแฟรนไชส์ Mikka cafe รวมถึงเป็นหุ้นเล็กๆ ของร้านดังระดับมิชลิน กับลุงหมอประดิษฐ สินธวณรงค์ ที่นำร้าน Tasty Congee and Noodle Wantun จากฮ่องกง มาให้เหล่านักกินอร่อยกับบะหมี่เกี๊ยว และโจ๊กสูตรต้นตำรับ 7 ทศวรรษ ที่สยามพารากอน
ประวัติด้านการศึกษา
- เกียรตินิยมอันดับ 2 คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ (นักเรียนทุนเล่าเรียนหลวง)
- ศึกษาและฝึกปฏิบัติการด้านผิวหนังจากศูนย์การแพทย์ไลออนส์ สุพรรณหงส์ กรุงเทพฯ (ปี 2529-2530)
- ศึกษาและฝึกปฏิบัติด้านแสงเลเซอร์กับศาสตราจารย์ ลีออน โกลด์แมน ผู้ได้ฉายาว่า “บิดาแห่งเลเซอร์” ที่เมืองซินซินเนติ รัฐโอไฮโอ สหรัฐอเมริกา เป็นคนไทยคนแรกๆ ที่ไปเรียนด้านนี้ และนำเทคโนโลยีเลเซอร์เข้ามาใช้ในประเทศไทย
- ประกาศนียบัตร Biofeedback Therapist by the Neurotherapy and Biofeedback Certification Board (พ.ศ.2547)
- ประกาศนียบัตร Post-University Education in Anti-Aging Medical Therapeutics by the World Society of Anti-Aging Medicine (พ.ศ.2547-2548)
ด้านประสบการณ์การทำงาน นอกจากจะคร่ำหวอดในวงการแพทย์เมืองไทยมากกว่า 30 ปี หมออ้อมยังเคยนั่งเก้าอี้ประธาน World Medical Spa Association กรรมการสมาคมเวชสําอางและศัลยศาสตร์ผิวพรรณแห่งประเทศไทย ทั้งยังชอบงานเขียน งานบรรยาย เป็นคอลัมนิสต์และวิทยากรรับเชิญบรรยายเรื่องสุขภาพและความงามให้กับองค์กรต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศด้วย
“หมอกลับมา (จากการศึกษาและฝึกปฏิบัติด้านแสงเลเซอร์ที่สหรัฐ) ก็ช่วยบุกเบิกศูนย์เลเซอร์ในเครือราชเทวีคลินิก ต้องบอกว่าเป็นเลเซอร์เครื่องแรกที่ใช้กับผิวหนังในประเทศไทย จริงๆ ตอนนั้นมีเลเซอร์ที่ใช้กับตา หู คอ จมูก แต่เลเซอร์ผิวหนังต้องบอกว่าเครื่องแรกคือที่ศูนย์เพลินจิตไฮเทคเลเซอร์ในเครือของราชเทวีคลินิก ซึ่งหมอก็ร่วมบุกเบิกตรงนี้ เป็นคนชอบทำอะไรใหม่ๆ
สมัยตรวจสกิน บางทีกลับบ้านบอกคุณสามี (คุณเศรษฐา ทวีสิน) ว่า วันนี้ไม่โกรธนะคะ แต่ขอไม่พูดนะ ไม่มีเสียงน่ะ เพราะตรวจคนไข้เฉลี่ยสมัยอยู่ราชเทวีคลินิกวันละ 120-150 คน คือตั้งแต่ห้างเปิดอยู่จนห้างปิด มีเวลาเบรก 20 นาที
เราต้องใช้เวลานี้เดินเข้าห้องน้ำ เพราะถ้าไม่เข้าก็จะไม่ได้เข้าเลย แล้วของว่างที่กินได้อย่างเดียวคือไอศกรีม นี่เป็นกิจวัตรประจําวัน พอตัดเบรก หมอก็จะเดินผ่านซุ้มไอศกรีม เดินกินไปจนถึงห้องน้ำพอดี แล้วกลับมาตรวจคนไข้ต่อ กลับบ้าน 3 ทุ่ม ก็ไปกินข้าวเย็นตอนนั้น” หมออ้อมเล่าถึงพาร์ตการทำงานไว้ตอนหนึ่ง ในบทสัมภาษณ์ของประชาชาติธุรกิจ
กิจกรรมเพื่อสังคม
หมออ้อม ช่วย หมอกฤษณ์ จาฏามระ ทำ ‘บ้านพิงพัก’ มา 2-3 ปีแล้ว ด้วยปรารถนาให้ผู้ป่วยมะเร็งเต้านมระยะสุดท้ายได้มีสถานที่พักพิง โดยลงแรงช่วยจัดงาน ‘Eat Drink Pink’ และงานคอนเสิร์ตต่างๆ เพื่อระดมทุนอย่างต่อเนื่อง
ด้านไลฟ์สไตล์ นอกจากจะเป็นเวิร์กกิ้งวูเมนแล้ว หมออ้อมเปิดเผยกับประชาชาติธุรกิจ ว่าสิ่งที่หมออ้อมต้องทำทุกวันคือ “ออกกำลังกาย” ด้วยมองว่า การออกกำลังกายคือ “เราให้รางวัลกับตัวเราเอง” เป็นช่วงที่เราอยู่กับตัวเราเอง ทำให้เรามี endorphin happy hormones และ achievements hormones สรุปว่า หมอมีความสุขทุกครั้งหลังจากออกกำลังกาย และชอบการเข้าสปา เพิ่มฮอร์โมนความสุข
“ถ้าคุณทำไม่ได้ทุกวัน อาทิตย์หนึ่งก็ขอสัก 5 วันก็ยังดี พื้นฐานเลยคือเดินให้มาก อย่างหมอเดินได้ถึงวันละ 50,000 ก้าวแล้วนะ มีบางวันไปถึง 60,000 ก้าว เดินทั้งวัน กินข้าวกลางวันเสร็จฉันก็เดิน ฝนตกฉันก็เดินในตึก อยู่ในคอนโดฯก็เดินไปเดินมาใน corridor พอกลางคืนกินข้าวเสร็จก็ลงไปเดินที่สระว่ายน้ำ คือยามบอกว่า ไม่ต้องจ้างยามก็ได้เดี๋ยวช่วงหัวค่ำพักตร์พิไลจะมาเป็นยามให้ (เธอพูดติดตลก)
ต่างจังหวัดก็ไปหัวหินค่ะ ไปเดินเล่นชายหาด แล้ววิ่งไปเขาตะเกียบ คือจะไม่วิ่งต้านลม สมมุติว่าลมไปทางเขาตะเกียบเราก็วิ่งตามลม ก็มีความสุขไปอีกแบบ” พญ.พักตร์พิไลกล่าว
ย้อนอ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง