ย้อนเวลามาแก้ไขอดีต(ยุค90)ในประเทศไทย (จบบริบูรณ์)
ข้อมูลเบื้องต้น
เวลาแห่งความสุข มักผ่านไปเร็วเสมอในที่สุดฉันก็ถึงเวลาที่ต้องจากอ้อมกอดของ ตา ยาย และแม่เพื่อไปหางานทำที่กรุงเทพทั้งที่ใจของฉันอยากอยู่บ้านกับแม่ไม่อยากจากไปไหน ในเวลาค่ำคืนของวันนั้น ฉันได้นั่งรถจักรยานยนต์ไปขึ้นรถบัสที่ บขส.ในตัวอำเภอ เพื่อเดินทางไปหาพี่ชายที่กรุงเทพฯ
ใน"ระหว่างเดินทางรถบัสได้เกิดอุบัติเหตุขึ้น"ทำให้ฉันเสียชีวิตในทันที "ลมหายใจสุดท้าย ฉันคิดถึงแม่สุดหัวใจได้ แต่หวังว่าแม่จะเข้มแข็งและผ่านไปให้ได้
" แม่หนูอยากบอกแม่ว่าหนูรักแม่ที่สุด ลาก่อนแม่จ๋า "
แต่…อยู่ดีๆฉันก็ตื่นมาในวัย8ขวบ วันที่พ่อมาขอหย่ากับแม่ที่บ้านของตายาย
………………………..
ฝากนิยายเรื่อง นางร้ายขอย้อนเวลากลับไปหาสามี (จีนยุค 60)
https://writer.dek-d.com/Sahakarn/writer/view.php?id=2539071
ด้วยนะคะ
แนะนำตัวละคร
ตา ชื่อ ทองดี "นิสัย" ใจดี รักครอบครัว รักพี่น้องชอบช่วยเหลือคนอื่นเสมอและชอบทำบุญ
ยาย ชื่อ กลอยใจ "นิสัย" ปากร้ายแต่ใจดี รักครอบครัวชอบช่วยเหลือพี่น้องและคนอื่นชอบทำบุญ
แม่ ชื่อ นางน้อย "นิสัย" ใจเย็น รักลูกมากกว่าทุกสิ่งไม่มีสามีใหม่เพราะคิดว่าขนาดพ่อยังไม่รักลูกแล้วคนอื่นจะมารักได้ไงกลัวลูกเสียใจ ทำทุกอย่างเพื่อครอบครัว
พ่อ ชื่อ บุญมา "นิสัย" ใจดีแต่รักสบาย เจ้าชู้ ไม่สนใจครอบครัวเท่าที่ควร
ลูกชาย ชื่อ ก๊อป "นิสัย" เก็บกดไม่ชอบพูดดื้อเงียบครับทุกคำแต่ไม่ทำตาม รักทุกคนในครอบครัว รักเพื่อนเป็นที่สุด
ลูกสาว ชื่อ กุ๊ก "นิสัย" ร่าเริงดื้อเงียบแต่ทำทุกอย่างให้แม่สบายใจมีความคิดอยู่เสมอว่าถ้าโตขึ้นจะทำให้แม่สบายมากกว่าเดิมรักทุกคนในครอบครัว ,ได้เสียชีวิตตอน 23 ปี และย้อนเวลาในวัย 8 ขวบ
เรื่องนี้เขียนเป็นเรื่องแรก
ขอฝากเนื้อฝากตัวกับทุกท่านด้วยนะคะ
ฝากติดตามและให้กำลังใจด้วยนะคะ
จะพยายามอัพเดททุกวันคะ
คอมเมนต์ได้นะค่ะแต่อย่าแรงเพราะ ไรท์ใจบาง มากๆค่ะ
ขอบคุณทุกคนมากๆ ค่ะที่เข้ามาอ่าน
(ยังไม่ได้ตรวจคำผิดนะคะ)
………………………………………………………….
มีนิยายเรื่องใหม่มาฝากทุกคนค่ะ
นางร้ายขอย้อนเวลากลับไปหาสามี (จีนยุค 60)
https://writer.dek-d.com/Sahakarn/writer/view.php?id=2539071
????????????????????
บทนำ
ครอบครัวของฉันอยู่ในชนบทที่ห่างไกล และถึงแม้ว่าครอบครัวจะไม่สมบรูณ์แบบอย่างใครเขา แต่ฉันก็มีความสุข เพราะฉันได้รับความรักจากแม่ ตา ยาย พี่ชาย และคนอื่นในครอบครัวช่วยกันเลี้ยงดูฉันมาตั้งแต่เล็กจนเติบโต
แม่ได้ส่งเสียฉันเรียนจนจบมหาวิทยาลัย โดยการขายวัวให้เทอมละหนึ่งตัว ส่วนตัวฉันเองก็ได้กู้ยืมเงินเพื่อการศึกษา และไปทำงานทุกวันหลังเลิกเรียนจนกระทั้งเรียนจบ ทำให้แม่ดีใจและภาคภูมิในตัวฉันเป็นอย่างมาก หลังจากเรียนจบฉันได้ไปอยู่บ้านกับแม่ที่บ้านของตากับยายเป็นเวลา2อาทิตย์
อยู่มาวันหนึ่งฉันอยากรู้เรื่องราวของพ่อ จึงได้ถามแม่ว่าทำไมพ่อถึงไม่อยู่กับพวกเรา แม่จึงเล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนหมู่บ้านของเราไม่เจริญรุ่งเรืองเหมือนทุกวันนี้ จะไปไหนทำอะไรก็ลำบาก พ่อพูดว่าอยู่ที่นี้ลำบากมาก ทั้งทำนา เลี้ยงวัว เลี้ยงควาย ไม่อยากทำอีกแล้ว ทำไปให้ตายก็ไม่ทางรวยขึ้นมาได้
พ่อจึงตัดสินใจจะไปหางานทำที่กรุงเทพฯ เพื่อจะได้ส่งเงินมาให้แม่เลี้ยงลูกทั้งสองคน แต่พอไปทำงานจริงๆ นานๆครั้งถึงจะส่งเงืนมาให้แม่ แต่ละครั้งก็ส่งไม่เคยเกินหนึ่งร้อยห้าบาท จนในท้ายที่สุดก็ไม่ส่งเงินกลับมาอีกเลย แต่ก็มีบ้างที่เขียนจดหมายส่งกลับบ้าน และไม่นานก็เงียบหายไป
จนเวลาผ่านหลายปีฉันอายุแปดขวบ พ่อได้มาขอหย่ากับแม่ ทำให้พี่ชายของฉันรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก ทั้งไม่ตั้งใจเรียนหนังสือ ทั้งโดดเรียน จนแทบจะเรียนไม่จบ ม.3 ด้วยซ้ำ
ดังนั้นแม่จึงได้ตัดสินใจส่งพี่ชายไปเรียนกับป้าในกรุงเทพฯ ยิ่งทำให้พี่ชายเกเรมากกว่าเดิม ทำให้แม่เสียใจจนถึงทุกวันนี้ แต่ก็ยังดีที่พี่ชายเรียนจบม.6และได้หางานทำ จึงทำให้แม่ไม่คิดมากเหมือนในอดีต
แต่เวลาแห่งความสุข มักผ่านไปเร็วเสมอ ในที่สุดก็ถึงเวลาที่ฉันต้องจากอ้อมกอดของทุกคนที่รัก เพื่อไปหางานทำที่กรุงเทพฯ ทั้งที่ใจของฉันอยากอยู่บ้านกับแม่ ไม่อยากจากไปไหน
ในเวลาค่ำคืนนั้นเอง ฉันได้นั่งรถจักรยานยนต์ไปขึ้นรถบัสที่ บขส.ในตัวอำเภอ เพื่อใช้ในการเดินทางไปหาพี่ชายที่กรุงเทพฯ และในระหว่างเดินทางรถบัสได้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงทำให้ผู้โดยสารในรถบัสเสียชีวิต ไม่มีใครรอดชีวิต
รวมทั้งตัวฉันด้วย
แต่ลมหายใจสุดท้ายของชีวิต
ฉันคิดถึงแม่สุดหัวใจ
ได้แต่หวังว่าแม่จะเข้มแข็งและผ่านเรื่องเลวร้ายไปให้ได้
แม่จ๋า หนูอยากบอกแม่ว่า……หนูรักแม่ที่สุดในโลก
ถ้าชาติหน้ามีจริง
ขอให้หนูเกิดมาเป็นลูกแม่อีกครั้ง
สาธุ……
แต่……
เริ่มต้นชีวิตใหม่ 1
อยู่ดีๆ ฉันก็ตื่นมาในวัยแปดขวบ
วันที่พ่อมาขอหย่ากับแม่
ฮือๆๆ…. กุ๊กร้องไห้อย่างดีใจ ขอบคุณสวรรค์ ที่ทำให้ฉันย้อนกลับมาหาแม่และทุกคนอีกครั้ง ฉันขอสัญญาว่าจะทำความดี ช่วยเหลือคนอื่นเท่าที่ทำได้ ทำให้แม่ ตา ยาย พี่ชาย ทุกๆคนมีแต่ความสุข ไม่ลำบากเหมือนในอดีตที่ผ่านมาอีกแล้ว
แต่ว่าตอนนี้กี่โมงแล้ว กุ๊กหันไปดูนาฬิกาข้างฝาผนังบ้าน ตอนนี้เป็นเวลาแปดโมงเช้า ฉันยังอยู่บนที่นอนอยู่เลย ดีนะวันนี้เป็นวันเสาร์ไม่ต้องไปโรงเรียน ไม่อย่างนั้นคงไปไม่ทันแน่นอน และอีกไม่นานพ่อกับญาติๆของเขา คงกำลังเดินทางมาหาแม่ที่บ้านแน่
เฮ้ย…จะว่าไปก็สงสารแม่ตัวเอง มีสามีทั้งทีก็ไม่ได้เรื่อง แต่ไม่เป็นไร ลูกสาวคนนี้จะอยู่ข้างๆแม่เอง กุ๊กได้นั่งทบทวนสิ่งต่างๆที่ผ่านมาในอดีตบนที่นอนที่แสนคุ้นเคย จึงตัดสินใจเดินไปหาแม่
“แม่……วันนี้ทำอะไรกินคะ” กุ๊กยืนกอดแม่และหอมแก้มอย่างมีความสุข และพูดขึ้นว่า
“แม่คะ หนูรักแม่ที่สุดในโลก”
“แม่ก็รักหนู”
คิก คิก มีความสุขจังเลย ตอนนี้อายุแค่แปดขวบ จะออดอ้อนแม่อย่างไงก็ได้ ไม่ต้องกลัวเขินอาย ความตายเป็นสิ่งไม่แน่นอน อยากจะทำอะไรก็ต้องรีบทำ จะไม่ได้มาเสียใจในภายหลัง
“แม่กำลังทำทอดปลาและทอดไข่ของชอบลูก”
“แม่รู้ใจหนูที่สุด”
“อาหารก็ใกล้เสร็จแล้ว หนูไปเรียกตากับยายและพี่ก๊อปมากินข้าวได้แล้ว” นางน้อยใช้ลูกสาวไปเรียกทุกคนมากินข้าวในห้องครัว
“ได้ค่ะ หนูจะไปตามทุกคนมากินข้าวเช้าเดี๋ยวนี้ค่ะ"
“ทุกคนมากินข้าวได้แล้ว ตอนนี้หนูหิวมากๆ” กุ๊กวิ่งไปเรียกทุกคนในสวน
“มาแล้วๆ คงจะหิวข้าวมากสินะ ถึงเรียกดังขนาดนี้ ฮ่าๆๆ” ก๊อปได้พูดหยอกล้อกับน้องสาวอย่างมีความสุข
หลังจากทุกคนกินข้าวเสร็จก็แยกย้ายกันทำงานตามปกติ
“นางน้อย นางน้อยอยู่บ้านไหม”
“ใครกัน มาเรียกแม่อยู่หน้าบ้าน เดี๋ยวหนูวิ่งไปดูให้นะคะ" กุ๊กรีบวิ่งไปดูหน้าบ้านว่าใครมา
‘ต้องเป็นพ่อแน่ๆเลย นั้นไงเป็นอย่างที่คิดเอาไว้ไม่มีผิด’
"สวัสดีค่ะ พ่อ ลุงใหญ่ ป้านิ่ม" กุ๊กพูดกล่าวทักทายและยกมือไหว้ทุกคนทันที
"สวัสดี ลูกสบายดีไหม" พ่อถามลูกสาวพอเป็นพิธี และไม่ได้ถามอะไรเพิ่มเติ่ม เพราะตัวเองไม่ได้มีความผูกพันลูกสาวคนนี้อยู่แล้ว
"หนูสบายดีค่ะ" กุ๊กตอบคำถามพ่อและยิ้ม
“แล้วแม่ของเราอยู่บ้านไหมวันนี้” บุญมาหวังว่านางจะอยู่บ้าน จะได้พูดให้รู้เรื่องรู้ราวกันไปเลย
“อยู่ค่ะ ตอนนี้อยู่หลังบ้าน เดี๋ยวหนูพาไปหาแม่นะคะ”
“แม่คะ พ่อกับลุงใหญ่และป้านิ่มมาหาค่ะ” กุ๊กเดินนำทุกคนไปหาแม่ที่อยู่ในห้องครัว
“อ้าว …สวัสดีค่ะ พี่ใหญ่ พี่นิ่ม ไม่ได้เจอกันนานเลย ไปไงมาไง สบายดีกันนะคะ” ไม่ได้เจอกันนาน จนแทบจำไม่ได้ว่าเจอกันตอนไหน
“สบายดี”
“นางสบายดีไหม” ป้านิ่มถามแม่พร้อมรอยยิ้ม
“ฉันสบายดีค่ะพี่นิ่ม” แม่ตอบด้วยรอยยิ้ม
“คือ…ที่พวกพี่มาวันนี้ ก็พาบุญมาพูดเรื่องขอหย่ากับนาง นางมีความคิดเห็นว่าอย่างไง” เฮ้อ…ในใจก็สงสาร แต่จะทำอย่างไรได้ ฝั่งนี้ก็น้องชายเองตัวเอง
“อ้าว….บุญ เอ็งพูดกับนางสิ เอ็งต้องการอะไร อย่าเอาแต่เงียบ ให้พามาก็พามาแล้วยังจะให้พูดแทนอีก”
ฝากติดตามและเป็นกำลังใจ
ให้นักเขียนตัวเล็กๆด้วยนะคะ
ขอบคุณค่ะ