สุสานเทพผนึกมาร
ข้อมูลเบื้องต้น
เจ้าของลิขสิทธิ์ต้นฉบับ:BeijingKaixingculturemediaco.,Ltd(Chuangbie)
ลิขสิทธิ์ฉบับภาษาไทยถูกต้องโดย:GloryForeverPublicCo.,LTD
ประพันธ์โดย:小龙卷风(Xiao Long Juan Feng)
บรรณาธิการ:ไพสิฐต่วนขำ
แปลภาษาไทยโดย:Bunnyb (กฤษณา กองทรัพย์)
พิสูจน์อักษร:จิวสา กำเนิด
แสงสีฟ้าอ่อนส่องสว่างพริบพราวท่ามกลางห้วงน้ำอันแสนมืดมิด
ร่างกายที่อ่อนแอฟื้นตัวกลับคืนรวดเร็วดั่งแสงอัสนี
ทว่า…หลังฟื้นจากความตายในหัวของ “จูชิง” กลับมืดสนิท.
มีเพียงสองอักษรโบราณจากหลุมศพปรากฎให้เห็นเด่นชัดเท่านั้น
“จูชิง ตายคร้ังที่สิบสี่!”
“จูชิง…ชื่อของข้าอย่างนั้น หรือ?”
บางทีสิ่งนี้อาจเป็นข้อพิสูจน์เพียงอย่างเดียวที่บอกว่าเขาอาจเคยมีชีวิตอยู่!
แต่ยังไม่ทันได้ไขปริศนา ดันมาถูกผู้หญิงจับเพราะโดนเข้าใจผิดว่าเป็นขโมย
ชีวิตของข้าช่างน่าอัปยศยิ่งนัก.
หากอยากหลุดพ้นจากพันธการเพื่อตามหาตัวเอง…
ข้าต้องก้าวสู่เส้นทางบำเพ็ญเพียรเท่านั้น!
ว่าแต่ “พลังยุทธ์คืออะไรอย่างนั้นหรือ?”
แนะนำนิยายสนุก สุดมันส์ อยากอ่านเรื่องไหน กดที่รูปได้เลย
ตอนที่ 1 : เกิดใหม่
เมฆาก่อตัวแน่นหนา อัสนีบาตทมิฬเส้นหนึ่งผ่าฟาดกลางท้องนภา ปราณมรณะพร่างพรายประหนึ่งสายพิรุณ ท่ามกลางม่านหมอกหนาทมิฬ ทันใดนั้นพลันปรากฏรอยร้าวขึ้นบนถุงดิน!
ราวกับว่าปราณมรณะคล้ายเจอช่องระบาย พวกมันหลั่งไหลเข้าไปในรอยร้าวบนถุงนั้นอย่างบ้าคลั่ง
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใด ฝ่ามือซีดเซียวผลักถุงดินที่อยู่บริเวณโดยรอบ ร่างกายขาวซีดแหวกทะลวงออกมาจากรอยร้าว!
“แค่กๆๆ! ที่นี่ที่ไหน?” เด็กชายที่เพิ่งตะเกียกตะกายขึ้นมาจากใต้ถุงดินกวาดสายตามองไปรอบด้านด้วยความฉงนสงสัย บริเวณรอบๆ ถุงดินล้วนเต็มไปด้วยซากกระดูกน่าสยดสยอง
เด็กชายพยายามปีนออกมาจากเนินดินที่ปกคลุมไปด้วยตะไคร่น้ำ ร่างกายของเขาอ่อนแอเป็นอย่างมาก จำต้องค่อยๆคลานเข้าไปใกล้สระน้ำ
ทว่าเด็กชายใช้แรงทั้งหมดที่เหลืออยู่ปีนขึ้นมาได้ไม่ถึงสิบเมตรก็หมดแรงร่วงตกลงไปในสระน้ำ!
“ตู้มม!”
ยามที่ร่วงตกลงไป พลันเกิดแสงโลหิตปกคลุมทั่วสรรพางค์กายขาวซีด กระทั่งน้ำในสระก็ยังมิได้สัมผัสร่างของเด็กชายด้วยซ้ำ
เด็กชายค่อยๆ จมลงสู่ก้นสระ ภายใต้การคุ้มครองของแสงโลหิต
ครั้นตกลงไปในสระน้ำครู่หนึ่ง แสงสีฟ้าอ่อนส่องสว่างพริบพราวท่ามกลางห้วงน้ำที่มืดมิด เด็กชายเหมือนถูกดึงดูดด้วยแรงบางอย่างขณะจมลึกลงไปยังก้นสระ แสงสีฟ้าอันไร้ที่มาค่อยๆ ผสานเข้าไปในร่างกายของเขา
ภายใต้การหล่อเลี้ยงของแสงสีฟ้า ผิวกายซีดขาวเริ่มมีสีทีละเล็กทีละน้อย
ร่างกายที่อ่อนแรงฟื้นตัวกลับคืนรวดเร็วดั่งแสงอัสนี เด็กชายลืมตาขึ้นอย่างงุนงง ในดวงตาว่างเปล่าราวกับสูญเสียจิตวิญญาณ เขาเอื้อมมือออกไปเบื้องหน้า คว้าแสงสีฟ้าเล็กๆ เหล่านั้นอย่างไม่เข้าใจ
หากแต่ปราณมรณะที่ดารดาษอยู่บนท้องฟ้าคล้ายยังไม่ต้องการปล่อยเด็กชายไป มันค่อยๆ หลอมรวมเป็นหนึ่ง กลายเป็นอัสนีบาตลั่นคำรามอยู่บนผืนนภา
แลในทันใดนั้นอัสนีทมิฬทะลวงผ่านสระน้ำฟาดลงบนร่างของเด็กชาย!
“อ๊ากกก!” เด็กชายแผดเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด อัสนีทมิฬคลับคล้ายจักทำลายทุกสรรพสิ่งในร่างกายของเขา!
ในช่วงเวลาวิกฤติ แสงโลหิตสาดแสงจรัสแจ้งยิ่งกว่าเดิม ขจัดปราณมรณะบนร่างของเด็กชายอย่างต่อเนื่อง
แสงโลหิตหลอมรวมกันกลายเป็นดอกบัวโลหิต พลานุภาพกล้าแกร่งแสนพรรณนา ปราณมรณะหวาดหวั่น มิกล้าต่อต้านดอกบัวโลหิต สุดท้ายจึงหดหายเข้าไปในร่างกายของเด็กชาย
จากนั้น ดอกบัวโลหิตก็สลายหายเข้าไปที่กลางระหว่างคิ้ว
เมื่อรู้สึกถึงกำลังที่ฟื้นคืนเด็กชายจึงปีนขึ้นมาจากสระ จ้องมองหลุมศพเบื้องหน้าที่ถูกปกคลุมหนาแน่นไปด้วยตะไคร่น้ำ ไม่รู้ว่ามันอยู่มานานเท่าไหร่แล้ว จากนั้นเขาก็ใช้มือปาดตะไคร่น้ำออก สองอักษรโบราณพลันปรากฏเด่นชัดในคลองจักษุ
“จูชิง ตายครั้งที่สิบสี่!” นอกจากอักษรพวกนี้แล้วก็ไม่มีอักษรใดๆ อีกเลย
‘จูชิง’ สองคำนี้เสมือนกับอัสนีฟาดลงกลางหัวของเด็กชาย
“จูชิง…ชื่อของข้าอย่างนั้นหรือ?” เด็กชายตะลึงงัน
“ข้าตายแล้วหรือ?” จูชิงเอามือแตะหน้าอก เขารู้สึกได้ว่าหัวใจของตัวเองกำลังเต้นอยู่
“ฟื้นคืนชีพจากความตาย มีเรื่องไร้สาระอะไรเช่นนี้บนโลกด้วยหรือไร?” แม้ว่าสิ่งนี้จักเกิดขึ้นกับจูชิงเอง ทว่ามันก็น่าอัศจรรย์เกินกว่าที่จะทำใจเชื่อ
จูชิงลูบไล้หลุมศพ ในหัวยังคงสับสนอยู่บ้าง ทว่าบางทีสิ่งนี้มันคงเป็นข้อพิสูจน์เพียงอย่างเดียวที่บอกว่าเขาอาจเคยมีชีวิตอยู่บนโลกนี้!
“อ๊ะ!” ส่วนที่คมของหลุมศพทิ่มลงบนนิ้วมือของจูชิง เลือดสีแดงฉานหยดลงบนหลุมศพ
ทันใดนั้น หลุมศพลอยทะยานออกมาจากพื้นพุ่งตรงเข้าใส่จูชิง!
จูชิงตกใจมาก หลุมศพสูงเท่าคนหนึ่งคน น้ำหนักน่าจะหนักอย่างน้อยร้อยชั่ง คนบ้าที่ไหนจะต้านทานได้?
“หรือว่าข้าต้องตายอีกรอบ?” ฟื้นตื่นมาได้ไม่ทันไรพอคิดว่าตัวเองต้องตายอีกคราจูชิงก็อดขนลุกไม่ได้
พริบตานั้น แสงโลหิตสาดส่องออกมาจากหน้าอกของจูชิงปกคลุมหลุมศพ ภายใต้การเหนี่ยวนำของแสงโลหิต หลุมศพพลันฝังลึกลงไปในจิตวิญญาณของจูชิง
หลุมศพปรากฏในจิตวิญญาณของจูชิงคล้ายกับเบิกฟ้าสร้างปฐพี จิตวิญญาณที่ก่อนหน้าเต็มไปด้วยความโกลาหล ยามนี้กลับกลายเป็นบริสุทธิ์ไร้ที่ติติง!
จูชิงมองร่างกายของตัวเองอย่างไม่อยากเชื่อ เขาคิดไม่ถึงเลยว่า ผลที่ออกมาจะกลายเป็นเช่นนี้ หลุมศพสูงเท่าคนหนึ่งคนผสานเข้าไปในจิตวิญญาณ มันกลายเป็นเช่นนี้ไปได้อย่างไร
ฟื้นคืนชีพจากความตาย หลุมศพผสานลงไปในร่าง สำหรับจูชิงแล้ว ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในวันนี้ช่างแปลกประหลาดยิ่งนัก
“เกิดอะไรขึ้นกับร่างกายของข้า?” จูชิงยังสงสัยไม่หาย
“อุ๊บ! ฮ่าๆๆ” ท่ามกลางความมึนงงสับสน เสียงหญิงสาวหัวเราะดุจดั่งระฆังดังสะท้อนก้อง
จูชิงหูผึ่ง เขาได้ยินเสียงน้ำกระเซ็น หรือว่าจักเป็นสระน้ำที่เขาตกลงไปมาก่อนหน้านี้
“มีคนอย่างนั้นหรือ!” จูชิงสะดุ้งโหยง รอยยิ้มผุดพรายบนใบหน้า ขอแค่ที่นี่มีคนอยู่ น่าจะไขปริศนาพิศวงได้ง่ายกว่าเดิม
----------------------------------
เพื่อไม่ให้พลาดทุกการอัปเดตก่อนใคร
กดติดตามตรงนี้ไว้ได้เลย
.
.
ขอให้ทุกท่านสนุกกับการอ่านนิยายนะคะ
ตอนที่ 2 : ซวยซ้ำซวยซ้อน
จูชิงแหวกพุ่มหญ้าออกดูตามเสียงที่ได้ยิน สายตาพลันเห็นผ้ากองหนึ่งพับไว้อย่างเรียบร้อยวางอยู่ริมสระน้ำ ครั้นเพ่งพิศมองกลับพบว่ามันเป็นเสื้อผ้าของสตรี
“ซู่ๆ!” สิ้นเสียงหยาดน้ำที่ตกกระทบกายอรชรพลันโผล่ขึ้นจากผืนน้ำดุจดั่งบุปผาชลาลัย
ครั้นเห็นนาง จูชิงตาแข็งค้างโดยพลันทันใด!
“เทพธิดา?” จูชิงอุทานอย่างอดมิได้ ใบหน้าโฉมสะคราญงามล่มเมืองหาใดเปรียบ ช่วงขณะที่นางประจักษ์ ฟ้าดินคล้ายกับสูญเสียสีสันชั่วนิจนิรันดร์
เมื่อหญิงสาวเห็นจูชิงกำลัง "แอบมอง" อยู่ คิ้วพลันเลิกขึ้น นิ้วเรียวสวยสะบัดคราหนึ่ง หยดน้ำรอบตัวพุ่งทะยานทลายฝ่าอากาศ!
จูชิงยังไม่ทันรู้ตัวว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น หยดน้ำนั้นก็พุ่งตรงเข้าใส่ที่หน้าอก!
แม้จะเป็นหยดน้ำเล็กๆ หากกลับเปี่ยมล้นด้วยพลังมหาศาล จูชิงรู้สึกราวกับถูกทุบด้วยค้อนขนาดใหญ่ กายาถูกแรงพลังอันน่าตื่นตะลึงพัดพากระแทกตกลงสู่พื้นอย่างรุนแรง
หยาดน้ำสาดกระเซ็น พริบตาเดียวหญิงสาวก็สวมใส่อาภรณ์สีชมพูบานเย็นจนเสร็จ ในดวงตาที่ดูฉลาดเฉลียวคู่นั้นแฝงไว้ด้วยความกราดเกรี้ยวแสนโทสะ!
“แค่กๆๆ! เจ้าเข้าใจผิดแล้ว ข้าไม่ได้ตั้งใจจะแอบมองเจ้า” แม้หน้าอกจะปวดแสบปวดร้อนปานใดจูชิงก็ต้องรีบอธิบาย มิเช่นนั้นหญิงสาวตรงหน้าคงโกรธามากกว่านี้เป็นแน่!
“หัวขโมย!” หญิงสาวแค่นเสียงหึพลางพลิกฝ่ามือ กระบี่ยาวดุสิตาเล่มหนึ่งปรากฏภายในมือมาดหมายจ้วงแทงจูชิง
จูชิงตกใจมาก คิดไม่ถึงว่าสตรีที่งดงามปานเทพธิดาจะมีจิตใจชั่วร้ายดั่งมารปีศาจ ยังไม่ทันฟังคำอธิบายก็จักฆ่าเขาทิ้งเสียแล้ว!
“สวยแต่รูปจูบไม่หอม! คิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าจักจิตใจอำมหิตถึงเพียงนี้” จูชิงสูดลมหายใจเข้าลึก
“จิตใจอำมหิต?” หญิงสาวเอ่ยทวน คิ้วเรียวขมวดมุ่น นางเป็นสตรีผู้หยิ่งผยอง ศิษย์ในนิกายล้วนเคารพนบนอบ ไม่มีผู้ใดอาจหาญกล้าพูดจาอุกอาจเช่นนี้กับนาง
กระบี่พุ่งปราดรวดเร็วดั่งแสงอัสนี ความแข็งแกร่งของหญิงสาวอยู่เหนือจูชิงอย่างสิ้นเชิง เบื้องหน้าของนาง จูชิงไม่มีกระทั่งเรี่ยวแรงที่จะต่อต้าน ไม่ถึงสามลมหายใจ กระบี่อันแหลมคมก็เสียบแทงเข้าที่แขนของเขา!
“อั่ก!” เลือดสาดกระเซ็น กระบี่แทงทะลุแขนของจูชิงตรึงติดอยู่บนต้นไม้
“กรี๊ดดด!” ทันใดนั้น หญิงสาวก็ส่งเสียงร้องอย่างตื่นตระหนก รีบปล่อยมือจากกระบี่คล้ายถูกสายฟ้าฟาด!
จูชิงแทบกระอักโลหิต เขาเป็นคนได้รับบาดเจ็บยังไม่ร้องเลยสักแอะ นางเป็นคนทำแท้ๆ จะร้องไปเพื่ออันใด?
แต่แล้วก็เกิดเรื่องไม่คาดคิด ปราณมรณะหลั่งไหลออกมาห่อหุ้มแขนของจูชิง ภายใต้ปราณมรณะนั้น กระบี่ยาวของหญิงสาวกลับแปรเปลี่ยนกลายเป็นซากเศษเหล็ก
แม้เป็นเพียงเศษเสี้ยวพลังปราณทว่าหญิงสาวก็ไม่กล้าประมาท นางขับเคลื่อนพลังลมปราณขจัดปราณมรณะจนหมดสิ้น
“คนประหลาด!” หญิงสาวตวัดสายตามองจูชิง ในดวงตาเต็มไปด้วยความซับซ้อนเกินอธิบาย
ครั้นแขนหลุดออกมาจากต้นไม้ได้แล้วยามจูชิงหันไปเห็นหญิงสาวจ้องมองตนเช่นนั้นก็รีบสับเท้าหนีเผ่นแน่บอย่างไว เขามีลางสังหรณ์บางอย่าง ถ้าตกอยู่ในเงื้อมมือของนางจักต้องไม่ตายดีอย่างแน่นอน!
หากแต่จูชิงประเมินความแข็งแกร่งของหญิงสาวต่ำเกินไป เพียงนางสะบัดฝ่ามือ โซ่เหล็กใหญ่เท่าแขนซึ่งไม่รู้มาจากที่ใดพลันปรากฏขึ้นมามัดขาจูชิงไว้ทั้งที่ตนวิ่งหนีห่างไปไกลถึงสิบจั้งแล้วแท้ๆ
“บัดซบ!” จูชิงแทบร่ำไห้ หนีมาไกลตั้งขนาดนี้แล้ว โซ่เหล็กนี่ก็ยังตามมาถึง วันนี้มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นกันแน่!
“คิดหนีอย่างนั้นรึ? ไม่เคยมีใครรอดพ้นจากข้าซั่งกวานจือหนิง” ซั่งกวานจือหนิงแสยะยิ้ม
“เป็นสาวเป็นแส้ เหตุใดจึงได้ร้ายกาจนัก ข้าแค่บังเอิญเห็นเจ้ากำลังอาบน้ำ จำเป็นต้องทำกันถึงขนาดนี้เลยหรือ?” จูชิงสบถด่าอย่างอดไม่ได้
ซั่งกวานจือหนิงเหลือบมองจูชิง “เจ้าลองพูดอีกครั้งสิ ข้าจักตัดลิ้นเจ้าซะ”
จูชิงรีบหุบปากทันใด หากพูดต่อเกรงว่าจะถูกนางตัดลิ้นเข้าให้จริงๆ
ซั่งกวานจือหนิงแค่นเสียงในลำคอ หัวขโมยพรรค์นี้สมควรถูกบั่นร่างให้แหลกเป็นแปดส่วน แต่เมื่อนึกถึงปราณมรณะอันน่าพิศวงในตัวของจูชิง ซั่งกวานจือหนิงจึงตัดสินใจไว้ชีวิตเขาชั่วคราว
มีปราณมรณะไหลเวียนอยู่ในร่างกาย หากกลับยังมีชีวิตอยู่ได้อย่างน่าประหลาด ผู้อาวุโสจักต้องสนใจเรื่องนี้มากอย่างแน่นอน
“เพิ่งมาเกาะหลัวโหวครั้งแรก คิดไม่ถึงเลยว่าจะมาเจอคนประหลาดเช่นนี้ได้” ซั่งกวานจือหนิงยิ้ม แลเป็นรอยยิ้มที่พูดได้ว่างดงามเหลือล้ำยิ่งพรรณนา
แต่ในสายตาของจูชิง รอยยิ้มนั้นเหมือนกับรอยยิ้มของปีศาจ
“อุตส่าห์รอดมาได้ แต่ดันมาถูกผู้หญิงจับ ช่างน่าอัปยศเสียจริง” จูชิงถอนหายใจ
โซ่เหล็กที่ผูกมัดเขาเอาไว้นั้นหนายิ่งกว่าแขนเขาเสียอีก เป็นไปไม่ได้เลยที่จะทำลายโซ่เหล็กด้วยร่างกายที่อ่อนแอเฉกเช่นนี้
----------------------------------
เพื่อไม่ให้พลาดทุกการอัปเดตก่อนใคร
กดติดตามตรงนี้ไว้ได้เลย
.
.
ขอให้ทุกท่านสนุกกับการอ่านนิยายนะคะ
ตอนที่ 3 : เส้นทางแห่งยุทธ์
เพราะถูกโซ่เหล็กมัดล่ามเอาไว้จูชิงจึงจำใจต้องเดินไปข้างหน้าอย่างหมดหนทาง ทว่าในใจด่าทอไปถึงโคตรเหง้าตระกูลของซั่งกวานจือหนิงเรียบร้อยแล้ว
ในฝั่งของหญิงสาวนั้นเพราะปราณมรณะซั่งกวานจือหนิงจึงไม่กล้าแตะต้องตัวจูชิง ทว่าอย่างไรเสียจูชิงก็ถูกโซ่เหล็กล่ามอยู่ เจ้าเด็กที่ไม่เคยบำเพ็ญเพียรเดินบนเส้นทางแห่งยุทธ์จักทำอะไรนางได้?
กระนั้นแล้วอย่าคิดว่าซั่งกวานจือหนิงทำอะไรจูชิงไม่ได้เช่นกัน เพราะเมื่อยามใดที่จูชิงหยุดเดิน เพียงซั่งกวานจือหนิงดีดนิ้วคราหนึ่ง ก้อนหินก็พุ่งเข้าใส่ร่างของจูชิงในทันที
พลังปราณน่าพรั่นพรึงปกคลุมทั่วทั้งก้อนหิน ทุกครั้งที่มันพุ่งใส่จูชิงก็จะทิ้งรอยแดงเอาไว้บนร่าง ความเจ็บคงอยู่นานหนึ่งถ้วยชา ทำให้จูชิงเจ็บปวดแทบปางตาย
พอโดนเช่นนั้นแล้วแม้ว่าจูชิงจะเกลียดชังซั่งกวานจือหนิงมากขนาดไหน แต่สิ่งที่ทำได้มีเพียงก้มหน้าก้าวเดินต่อ
“คิดไม่ถึงเลยว่าผู้ครอบครองศิลาผนึกวิญญาณพิชิตสวรรค์จักอ่อนหัดเฉกเช่นนี้!” เสียงเย้ยหยันสะท้อนก้องออกมาจากจิตวิญญาณของจูชิง
จูชิงตกใจมาก แรกเริ่มยังคงไม่รู้ว่าเสียงนั่นมาจากที่ใด “นั่นใคร?”
กระทั่งเสียงชราดังขึ้นมาอีกครั้ง! “เจ้าโง่!”
ครานี้จิตวิญญาณของจูชิงสั่นสะท้าน ในหัวคล้ายแลเห็นภาพชายชราคนหนึ่งประจักษ์กายบนหลุมศพ อาภรณ์อาบชโลมชุ่มโลหิต จ้องเขม็งมองเขาอย่างสมเพชเวทนา
“จะ…เจ้าเป็นใคร? เหตุใดถึงมาโผล่ในจิตวิญญาณของข้าได้!” จูชิงเอ่ยถามไปอย่างตื่นตระหนก
ชายชรากลอกตาแล้วพูดว่า “มิรู้ว่าพระเจ้าตาบอดหรือไร ถึงได้เลือกเจ้าเป็นผู้ครอบครองศิลาผนึกวิญญาณพิชิตสวรรค์!”
“ศิลาผนึกวิญญาณพิชิตสวรรค์? หมายถึงหลุมศพนั่นน่ะหรือ?” มาถึงยามนี้จูชิงตะลึงงันเข้าให้แล้วจริงๆ
“เช่นนั้นแล้วเจ้าคิดว่าเจ้าจักฟื้นคืนชีพจากความตายได้อย่างไร? ถ้าไม่ใช่เพราะศิลาผนึกวิญญาณพิชิตสวรรค์ ป่านนี้เจ้าคงกลายเป็นเศษดินเศษขี้เถ้าไปแล้ว” ชายชราแค่นเสียงหึ
“หากท่านรู้ว่าข้าฟื้นคืนชีพจากความตาย ท่านก็ต้องรู้ใช่หรือไม่ว่าข้าเป็นใคร ข้าตายได้อย่างไร แล้วใครฝังศพข้าเอาไว้ที่นี่?” จูชิงตื่นเต้นมากยามแลเห็นโอกาสที่จะได้รู้เรื่องราวของตัวเอง เขาพูดถามทุกอย่างที่ค้างคาอยู่ในใจออกมาจนหายใจแทบไม่ทัน
ถึงจะมีปาฏิหาริย์น่าเหลือเชื่อเกิดขึ้นกับเขา ทว่าจูชิงกลับไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นราวกับสูญเสียความทรงจำก่อนหน้านี้ไปจนหมดสิ้น
“น่าเสียดาย แต่ข้าไม่รู้หรอกว่าเจ้าเป็นใคร” ชายชรายักไหล่
“ท่านจะไม่รู้ได้อย่างไร?” จูชิงเบิกตากว้างจับจ้องมองชายชรา
ชายชราเหลือบมองจูชิงแวบหนึ่ง “ข้าเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าไอ้บัดซบตัวไหนที่ผนึกข้าไว้ในศิลาผนึกวิญญาณพิชิตสวรรค์!”
“ถ้าท่านไม่รู้ก็ช่างเถอะ!” จูชิงถอนหายใจ ทำท่าคล้ายกับจะไปจากที่นี่
“เจ้าโง่ เจ้าจักยอมให้นางรังแกเจ้าต่อไปเช่นนี้รึ?” ชายชราเรียกจูชิงไว้ก่อน
“ข้าไม่ได้เต็มใจเสียหน่อย แต่นางแข็งแกร่งเกินไป ทั้งยังมีพลังลึกลับอันใดนั่นอีก ข้าสู้นางไม่ได้เลย” จูชิงพูดด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย
พลังลึกลับของซั่งกวานจือหนิงทำให้จูชิงหวาดผวา แม้เขาจะพยายามเต็มที่แล้วก็ตาม หากก็ยังมิใช่คู่ประมือของซั่งกวานจือหนิง
“พลังลึกลับงั้นหรือ เจ้าช่างโง่เขลาเสียจริง แค่พลังยุทธ์ก็ยังไม่รู้จักอย่างนั้นรึ!” ชายชราหัวเราะ
“พลังยุทธ์คืออะไรอย่างนั้นหรือ?” แสงวูบวาบประจักษ์ในจิตวิญญาณของจูชิงคล้ายกับคิดอะไรบางอย่างออก ทว่ากลับยังมิอาจเข้าได้ใจแจ่มแจ้ง
“พลังยุทธ์คือการรวบรวมพลังปราณฟ้าดินเป็นหนึ่งเดียว ข้ามก้าวความสามัญธรรมสู่ความเหนือชั้นหาใดเทียม!” ชายชราพูดอย่างภาคภูมิใจ
“แข็งแกร่งขนาดไหน สามารถเอาชนะนางได้หรือไม่?” จูชิงถาม
“หึ เจ้าสามารถฉีกร่างสิงสาราสัตว์ได้ด้วยมือเปล่า หรือจักให้ประมือกับคนร้อยคนก็ย่อมได้ ซึ่งมันเป็นเพียงส่วนหนึ่งของพลังยุทธ์เท่านั้น จอมยุทธ์ที่แท้จริงนั้นสามารถตัดขาดแม่น้ำ ทำลายภูเขาได้ด้วยฝ่ามือเดียว จะแผดเผามหาสมุทรหรือทลายปฐพีย่อมได้ทั้งนั้น กับอีแค่สยบสตรีโฉดเพียงคนเดียว หาได้เหลือบ่ากว่าแรงไม่” ชายชราเบะปากตอบ
“แข็งแกร่งขนาดนั้นเชียว!” จูชิงสะดุ้งโหยง ตัดขาดแม่น้ำ ทลายภูเขา มันใช่สิ่งที่มนุษย์ทั่วไปทำได้อย่างนั้นหรือ?
“พลังยุทธ์แบ่งออกเป็นเก้าขั้นพลังใหญ่ ทุกขั้นพลังใหญ่มีเก้าขั้นพลังย่อย หากฝึกปรือเก้าขั้นพลังย่อยสำเร็จก็จักยกระดับไปสู่ขั้นพลังต่อไป!”ชายชราอธิบาย
“แล้วเก้าขั้นพลังที่ว่ามีอะไรบ้างหรือ?” จูชิงถามต่อ
“หลอมกายา ร่างกายเป็นรากฐานของทุกสิ่ง หากต้องการเดินบนเส้นทางแห่งยุทธ์จักต้องมีร่างกายที่แข็งแกร่งเสียก่อน ในขั้นพลังนี้ ผู้บำเพ็ญเพียรยุทธ์จะดูดซับพลังฟ้าดินเป็นลมปราณเพื่อเสริมแกร่งให้กับร่างกาย
เคลื่อนย้ายลมปราณอันเป็นพื้นฐานของพลังยุทธ์ ควบคุมพลังลมปราณได้มากขึ้นจนสามารถสังหารศัตรูได้ในระยะหนึ่งจั้ง
สร้างลมปราณ กลั่นลมปราณในกายาประหนึ่งเตาหลอม ลมปราณยกระดับมากยิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง
หลอมลมปราณ ลมปราณทั้งกายาจักเข้มข้นมากเป็นพิเศษ โลหิตเปรียบดั่งไฟ กระดูกเปรียบดั่งหยก ไขกระดูกเปรียบดั่งน้ำแข็ง หรือจักเรียกว่าผู้เยี่ยมยุทธ์ย่อมไม่ผิด สามารถทลายภูเขา นทีได้โดยไม่ใช่เรื่องยาก”
“หลอมกายา เคลื่อนย้ายลมปราณ สร้างลมปราณ หลอมลมปราณ สี่ขั้นพลังเองไม่ใช่หรือ แล้วห้าขั้นพลังที่เหลือล่ะ” จูชิงยกมือขึ้นนับนิ้ว
“ยังมิทันเริ่มคลานก็จักวิ่งแล้วงั้นรึ รู้หรือไม่ว่าจอมยุทธ์บางคน ถึงจะทำทุกวิถีทางก็ยังไปไม่ถึงขั้นหลอมลมปราณ อีกอย่างรู้มากเกินไปก็ใช่ว่าจักมีประโยชน์กับเจ้า” ชายชราลูบเครา
----------------------------------
เพื่อไม่ให้พลาดทุกการอัปเดตก่อนใคร
กดติดตามตรงนี้ไว้ได้เลย
.
.
ขอให้ทุกท่านสนุกกับการอ่านนิยายนะคะ