โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

แล็ปทอป-แท็บเล็ต-คอมพิวเตอร์ โดนสกัด ส่งออกไปอินเดียต้องขออนุญาต ดีเดย์ 1 พ.ย. 66

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 21 ก.ย 2566 เวลา 03.37 น. • เผยแพร่ 21 ก.ย 2566 เวลา 03.35 น.

อินเดียประกาศส่งออกแล็ปทอป แท็บเลต-คอมพิวเตอร์ ไปอินเดียต้องขออนุญาต ดีเดย์ 1 พ.ย. 2566 นี้ โดยมาตรการนี้ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการผลิตและจัดจำหน่ายยักษ์ใหญ่ในอินเดีย รวมถึงผู้ส่งออกไทยใน Supply chain ที่ต้องเตรียมพร้อมรับมือความท้าทายใหม่

วันที่ 21 กันยายน 2566 นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า อินเดียประกาศ Notification No. 23/2023 ลงวันที่ 3 สิงหาคม 2566 และ Notification No. 26/2023 ลงวันที่ 4 สิงหาคม 2566 ว่าด้วยการปรับปรุงนโยบายการนำเข้าสินค้าภายใต้พิกัดอัตราศุลกากร 8471 เฉพาะสินค้า 7 รายการ ตามพิกัดอัตราศุลกากรอินเดีย (Indian Trade Classification: ITC) ได้แก่ 84713010 84713090 84714110 84714120 84714190 84714900 และ 84715000 ซึ่งครอบคลุมถึงชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ แล็ปทอป แท็บเลต และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (All-in-one PCs)

โดยกําหนดให้การนําเข้าสินค้าในกลุ่มดังกล่าวเข้าสู่อินเดียต้องขอใบอนุญาตนำเข้า ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 เป็นต้นไป ทั้งนี้ การบังคับใช้มาตรการดังกล่าวมีข้อยกเว้นให้ไม่ต้องขอใบอนุญาต เช่น การนำเข้าไปเพื่อวัตถุประสงค์การศึกษาวิจัยและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ (R&D) การทดสอบ การประเมิน การซ่อมบำรุง การส่งกลับ (Re-export) เป็นต้น โดยกำหนดปริมาณและเงื่อนไขกำกับ

มาตรการนี้เกิดจากความพยายามของรัฐบาลอินเดียตั้งแต่ปี 2564 เป็นต้นมา ในการผลักดันและส่งเสริมอุตสาหกรรมการผลิตในประเทศตามนโยบาย “Make in India” อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อมุ่งสู่การเป็นแหล่งผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ชั้นนำใน Supply chain สอดรับกับแผนกระตุ้นการลงทุนด้านอิเล็กทรอนิกส์ตามโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการผลิต (Production-Linked Incentive Scheme: PLI) สำหรับสินค้า IT hardware ดึงดูดให้ผู้ผลิตรายใหญ่มาลงทุนเพื่อขยายการผลิตในอินเดีย

โดยตั้งเป้าสร้างผลตอบแทนในอุตสาหกรรมให้ถึงมูลค่า 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปีภายในปี 2569 นอกจากนี้ อินเดียมุ่งหวังที่จะเพิ่มเสถียรภาพและความปลอดภัยของอุตสาหกรรมในประเทศโดยลดการพึ่งพาการนำเข้าวัสดุอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากประเทศจีนที่เป็นแหล่งนำเข้าหลัก รวมถึงป้องกันความเสี่ยงหรือภัยคุกคามต่อความปลอดภัยทางเทคโนโลยีจากสินค้าดังกล่าวที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ ระบบการออกใบอนุญาตจึงนำมาใช้คัดกรองการนำเข้าจาก “คู่ค้าที่เชื่อถือได้” เท่านั้น

ทั้งนี้ รัฐบาลอินเดียมั่นใจว่าการบังคับใช้มาตรการดังกล่าว จะส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมการผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ของอินเดีย ช่วยสร้างโอกาสในการจ้างงานและรายได้หมุนเวียนในประเทศจำนวนมาก ในขณะเดียวกันจะสร้างความท้าทายต่อผู้ผลิตรายใหญ่ที่ดำเนินการผลิตและจัดจำหน่ายสินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ แล็ปทอป แท็บเลต และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลในอินเดียรวมถึงคู่ค้าตลอด Supply chain ในประเทศต่าง ๆ ซึ่งอาจมีต้นทุนเพิ่มขึ้นจากการผลิตและบริหารจัดการที่จะเกิดขึ้นจากมาตรการนี้ นำไปสู่ความจำเป็นที่ต้องมีการปรับราคาสินค้าและปรับระยะเวลาการดำเนินตามแผนการผลิตเพื่อให้สามารถแข่งขันในตลาดอินเดียได้

ทั้งนี้ ในปี 2563 อินเดียได้เคยดำเนินมาตรการในลักษณะเดียวกันกับการนำเข้าสินค้าโทรทัศน์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความจริงจังและมุ่งมั่นของอินเดียในการดำเนินมาตรการส่งเสริมอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ในประเทศอย่างต่อเนื่อง

นายรณรงค์กล่าวอีกว่า อินเดียเป็นหนึ่งในคู่ค้าสำคัญของไทย โดยไทยเป็นแหล่งนำเข้าสินค้าภายใต้พิกัดอัตราศุลกากร 8471 อยู่ในอันดับที่ 7 ของอินเดีย ซึ่งในปี 2565 อินเดียมีมูลค่าการนำเข้าสินค้ากลุ่มดังกล่าวจากไทยรวมราว 225 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ดี มูลค่าการนำเข้าจากไทยมีแนวโน้มลดลงแม้จะอยู่ในช่วงเวลาที่สามารถนำเข้าไปยังตลาดอินเดียได้อย่างเสรีโดยไม่ต้องขอใบอนุญาตนำเข้าก็ตาม

เห็นได้จากในปี 2566 (มกราคม-มิถุนายน) อินเดียมีมูลค่านำเข้าจากไทย 102 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงร้อยละ 15.78 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าที่มีมูลค่า 121 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งการหดตัวดังกล่าวของไทยไปอินเดียเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับคู่ค้าส่วนใหญ่ของอินเดีย

โดยเฉพาะอย่างยิ่งจีนที่เป็นแหล่งนำเข้าอันดับ 1 และมีส่วนแบ่งตลาดนำเข้าสู่อินเดียมากกว่าร้อยละ 50 โดยในปี 2566 (มกราคม-มิถุนายน) อินเดียมีมูลค่าการนำเข้าสินค้ากลุ่มดังกล่าวจากจีน 2,167 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงร้อยละ 28.67 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีก่อนหน้า ซึ่งมีมูลค่า 3,038 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ผู้ประกอบการในประเทศไทยในฐานะคู่ค้าใน Supply chain ของอินเดีย จึงควรศึกษาแนวทางการออกใบอนุญาตสำหรับสินค้าในกลุ่ม แล็ปท็อป แท็บเล็ต อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล และสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ภายใต้พิกัดอัตราศุลกากร 8471 เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับมาตรการใหม่ที่จะเริ่มบังคับใช้ในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 นี้

โดยในช่วงเปลี่ยนผ่านตั้งแต่ปัจจุบันถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2566 สามารถนำเข้าสู่อินเดียได้โดยไม่จำเป็นต้องขอใบอนุญาตนำเข้า ทั้งนี้ ผู้ประกอบการควรติดตามข่าวสารที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด โดยสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ตาม QR Code ที่ปรากฏ และเว็บไซต์ทางการอินเดีย www.dgft.gov.in ในหัวข้อ “REGULATORY UPDATES”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...