โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“มาม่า” ควัก 2 พันล้าน ขึ้นโรงงานใหม่-เพิ่มดีกรีบุกต่างประเทศ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 16 ต.ค. 2566 เวลา 05.53 น. • เผยแพร่ 15 ต.ค. 2566 เวลา 11.09 น.
พันธ์ พะเนียงเวทย์

“มาม่า” ลงทุนใหญ่ในรอบ 20 ปี ทุ่ม 2,000 ล้าน สร้างโรงงานใหม่-ขยายกำลังการผลิต เร่งเพิ่มสัดส่วนตลาดต่างประเทศ ประกาศกลับไปบุกจีนอีกรอบ เล็งลุยอินเดีย-แอฟริกา มั่นใจสิ้นปีกวาดรายได้ 25,000 ล้าน

นายพันธ์ พะเนียงเวทย์ ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TFMAMA เปิดเผยว่า จากการผลิตมาม่าที่มีหลากหลายรสชาติและมีรูปแบบที่หลากหลาย และการขยายตลาดที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้ปัจจุบันบริษัทได้ขยายกำลังการผลิตเพิ่มในโรงงานหลายแห่ง โดยได้มีการปรับปรุงและเปลี่ยนเครื่องจักรใหม่ที่ให้ประสิทธิภาพมากขึ้น และในอนาคตมีแผนจะสร้างโรงงานใหม่ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อรองรับการทำตลาดที่มากขึ้นในอนาคต

ล่าสุดจะสร้างโรงงานใหม่อีก 1 แห่ง ภายใต้งบฯ 2,000 ล้านบาท แบ่งเป็นเครื่องจักร 1,600 ล้านบาท และที่ดิน-การก่อสร้าง 400 ล้านบาท เป็นการลงทุนใหญ่ในรอบ 20 ปี อาจจะอยู่ในพื้นที่แถบ EEC อาทิ ชลบุรี ระยอง หรืออาจจะเป็นพื้นที่แถบแม่น้ำโขง อาทิ มุกดาหาร หนองคาย ซึ่งจะทำให้มีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้น 30% จากเดิมมีกำลังการผลิต 450,000 ซองต่อวัน เป็น 600,000 ซองต่อวัน

จากปัจจุบันที่มีโรงงานผลิต 8 แห่ง เป็นในประเทศ 4 แห่ง โดย 3 แห่ง เป็นโรงงานผลิตเส้นบะหมี่ ได้แก่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี 1 แห่ง ลำพูน 1 แห่ง ระยอง 1 แห่ง และโรงงานผลิตเส้นขาว ที่ราชบุรี 1 แห่ง และโรงงานผลิตในต่างประเทศอีก 4 แห่ง ได้แก่ เมียนมา กัมพูชา บังกลาเทศ และฮังการี

รุกตลาดต่างประเทศ

ส่วนในต่างประเทศ ตอนนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการย้ายโรงงานจากย่างกุ้งไปที่โรงงานแห่งใหม่ที่มัณฑะเลย์ เพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต รวมทั้งมีแผนจะขยายตลาดเพิ่มขึ้นในยุโรปและอเมริกา รวมถึงตลาดใหม่ที่น่าจับตา ได้แก่ อินเดีย และแอฟริกา โดยในแอฟริกานั้นเป็นการไปร่วมมือกับผู้ผลิตบะหมี่ในเคนยา เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ และศึกษาตลาด ในระยะยาวอาจจะมีผลิตภัณฑ์มาม่าเข้าไปทำตลาด

นอกจากนี้ ยังมีแผนจะเข้าไปทำตลาดเชิงรุกในประเทศจีนอีกครั้งหนึ่ง และจะขยายช่องทางใหม่ ๆ เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันเทรนด์ผู้บริโภคจีนนิยมอาหารไทยมักจะซื้อเป็นของฝากมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีการส่งออกผลิตภัณฑ์มาม่าไปแล้วกว่า 68 ประเทศทั่วโลก

สำหรับกลยุทธ์สำคัญจากนี้ไปจะยังคงมุ่งต่อยอดสู่ Future Food โดยจะมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ออกมาอย่างต่อเนื่อง ตามความต้องการของตลาดและไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่เปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา และมีแผนจะสร้างการรับรู้ให้ผู้บริโภคได้เห็นมาม่าในรูปแบบต่าง ๆ มากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ เช่น Mama Station หรือร้านอาหารมาม่าในห้างสรรพสินค้า รวมไปถึงร้านอาหารไทยในต่างประเทศ ซึ่งจะได้เห็นมากขึ้นตั้งแต่ปี 2567 เป็นต้นไป

สำหรับผลประกอบการคาดว่าปี 2566 นี้ จะมีอัตราการเติบโตขึ้นจากปี 2565 อยู่ที่ 4% หรือมีรายได้ประมาณ 23,000-25,000 ล้านบาท และมีกำไร 3,500 ล้านบาท โดยในปี 2567 คาดการณ์ว่าจะสามารถเติบโตอยู่ที่ 5-7% ปัจจุบันสัดส่วนการทำตลาดแบ่งเป็นในประเทศ 70% ต่างประเทศ 30% ในอนาคตตั้งเป้าว่าจะเพิ่มสัดส่วนการทำตลาดต่างประเทศอยู่ที่ 40-50%

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...