21 รัฐของ ‘อเมริกา’ ถูกตีตรา ‘พื้นที่สีแดง’ หลังยอดโควิด-19 พุ่งสูง
นิวยอร์ก, 30 ก.ค. (ซินหัว) -- หนังสือพิมพ์เดอะ นิวยอร์ก ไทมส์ เผยแพร่รายงานฉบับใหม่ของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ซึ่งระบุว่ามี 21 รัฐในสหรัฐฯ ที่โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) แพร่ระบาดอย่างรุนแรงจนถูกกำหนดให้เป็น "พื้นที่สีแดง" (red zone) ของประเทศแล้ว
รัฐท้องถิ่นทั้ง 21 แห่ง ซึ่งกลายเป็นพื้นที่สีแดงหลังจากตรวจพบผู้ป่วยใหม่มากกว่า 100 รายต่อประชากร 100,000 คน ในช่วงสัปดาห์ที่สิ้นสุดเมื่อวันศุกร์ (24 ก.ค.) ได้แก่ แอละแบมา, แอริโซนา, อาร์คันซอ, แคลิฟอร์เนีย, ฟลอริดา, จอร์เจีย, ไอดาโฮ, ไอโอวา, แคนซัส, ลุยเซียนา, มิสซิสซิปปี, มิสซูรี, เนวาดา, นอร์ธ แคโรไลนา, นอร์ธ ดาโกตา, โอกลาโฮมา, เซาธ์ แคโรไลนา, เทนเนสซี, เท็กซัส, ยูทาห์ และวิสคอนซิน
ปัจจุบันเวอร์มอนต์เป็นรัฐเดียวที่เป็น "พื้นที่สีเขียว" (green zone) อันหมายถึงมีผู้ป่วยใหม่ต่ำกว่า 10 รายต่อประชากร 100,000 คน ขณะที่อีก 28 รัฐและเขตปกครองพิเศษโคลัมเบียถูกจัดเป็น "พื้นที่สีเหลือง" (yellow zone) แต่รายงานระบุว่ามีบางพื้นที่ในรัฐเหล่านั้นที่เกิดการแพร่ระบาดหนักจนถูกจัดอยู่ในกลุ่ม "พื้นที่สีแดง"
รัฐบาลกลางสหรัฐฯ จัดทำรายงานเกี่ยวกับการรับมือโรคโควิด-19 เป็นประจำ และกองปฏิบัติการรับมือโรคโควิด-19 ของทำเนียบขาวได้แจกจ่ายรายงานฉบับลงวันที่ 26 ก.ค. ที่มีข้อมูลสถานการณ์ในแต่ละรัฐให้กับเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งเดอะ นิวยอร์ก ไทมส์ ได้รับมาหนึ่งฉบับ โดยรายงานฉบับนี้เสนอให้เพิ่มข้อจำกัดในรัฐที่เป็นพื้นที่สีแดง
หลายฝ่ายเสนอหลายครั้งให้ออกข้อบังคับสวมหน้ากากในรัฐและเมืองที่พบการแพร่ระบาด โดยรายงานฉบับข้างต้นระบุว่าช่วงหลายวันที่ผ่านมา ยอดผู้ป่วยใหม่ในรัฐแอริโซนา ซึ่งเป็นพื้นที่สีแดง มีการเติบโตช้าลง เนื่องจาก "พยายามยับยั้งการแพร่ระบาดอย่างแข็งขันด้วยมาตรการสวมหน้ากาก รักษาระยะห่างทางสังคม และปิดบาร์"
อนึ่ง ศูนย์วิทยาศาสตร์และวิศวกรรมเชิงระบบ (CSSE) มหาวิทยาลัยจอห์นส ฮอปกินส์ รายงานว่าสหรัฐฯ มีผู้ป่วยโรคโควิด-19 อยู่ที่ 4,426,982 ราย และผู้ป่วยเสียชีวิต 150,713 ราย เมื่อนับถึง 13.34 น. ของวันพฤหัสบดี (30 ก.ค.) ตามเวลาประเทศไทย