โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

รู้จัก! ‘หุ้นSICT’ จากซิลิคอนวัลเลย์ สู่ mai

The Bangkok Insight

อัพเดต 11 ส.ค. 2563 เวลา 02.15 น. • เผยแพร่ 11 ส.ค. 2563 เวลา 02.15 น. • The Bangkok Insight

หุ้น SICT จากซิลิคอนวัลเลย์ หุ้นน้องใหม่ในตลาดหลักทรัพย์ mai สร้างแรงสั่นสะเทือนเป็นอย่างมาก ทำราคาซิลลิ่ง  4 วันติด

ซิลิคอนวัลเลย์ (Silicon Valley)เป็นพื้นที่ส่วนใต้ของบริเวณอ่าวซานฟรานซิสโก ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นแหล่งรวมสำนักงานของบริษัทหัวกะทิ ด้านเทคโนโลยี และ Start-up ชั้นนำ อาทิ Apple, Google และ Facebook

 มานพ ธรรมสิริอนันต์ เป็นหนึ่งในคนไทย ที่เคยผ่านการทำงานในซิลิคอนวัลเลย์ ด้วยการเป็น Chief Designer ด้าน Deep Tech ก่อนที่จะผันตัวมาเปิดบริษัทของตัวเองในเมืองไทยที่ชื่อว่า บริษัท ซิลิคอน คราฟท์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน)ซึ่งดูจากชื่อบริษัทก็เชื่อว่าน่าจะได้แรงบันดาลใจ จากซิลิคอนวัลเลย์ไม่มากก็น้อย 

ซิลิคอน คราฟท์ เทคโนโลยี หรือ SICTเป็นหุ้นน้องใหม่ในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ที่เพิ่งจดทะเบียนเข้าเทรดไปเมื่อเร็วๆ นี้ โดยสร้างแรงสั่นสะเทือนเป็นอย่างมาก จากการทำราคาซิลลิ่ง (Ceiling) 4 วันติด นับตั้งแต่เข้าเทรดวันแรก เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2563 ราคาหุ้นปิดตลาดที่ราคาซิลลิ่ง 4.14 บาท ปรับเพิ่มขึ้น 2.76 บาท หรือ 200% จากราคา ipo ที่ 1.80 บาท ต่อมาราคาหุ้นก็ยังทำราคาชนเพดานได้รวมกันถึง 4 วันทำการ เรียกว่ากลายเป็นปรากฎการณ์ที่น่าสนใจมาก

SICT ทำธุรกิจอะไร 

SICT ก่อตั้งขึ้นในปี 2545 ประกอบธุรกิจวิจัยและพัฒนาไมโครชิพ เช่น ไมโครชิพสำหรับกุญแจรถยนต์ ไมโครชิพสำหรับฝังในสัตว์เลี้ยง และไมโครชิพสำหรับประตูอัตโนมัติ โมเดลของบริษัทนั้นเปรียบเสมือนต้นน้ำ เนื่องจากเป็นผู้วิจัย ออกแบบ พัฒนาชิพ แล้วไปจ้างโรงงานผลิต ก่อนจะนำมาจำหน่ายให้กับลูกค้าต่อไป 

ทำให้จะเห็นว่าบริษัทมีมาร์จิน (GPM) มากกว่า 40% ทีเดียว เพราะชิพที่ผลิตถือเป็นลิขสิทธิ์ทางปัญหาของ SICT อย่างไรก็ดี บริษัทจำเป็นต้องพึ่งพาพนักงานในสาย Deep Tech ที่มีความเชี่ยวชาญมากๆ ในการออกแบบไมโครชิพ ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีคู่แข่งโดยตรงในประเทศไทย

ทั้งนี้ ชิพสำหรับรถยนต์ที่บริษัทขายนั้น ลูกค้าหลักนั้นจะไม่ใช่รถยนต์ใหม่ แต่จะเป็นรถยนต์เก่า หรือรถยนต์มือสอง ในกลุ่มยุโรปที่ใช้ไปแล้ว 3 -5 ปี ซึ่งมีตลาดขนาดใหญ่สูงถึง 17-22 ล้านคันต่อปี 

ขณะที่ชิพสำหรับฝังในสัตว์เลี้ยง ก็เป็นตลาดที่ค่อนข้างใหญ่ในต่างประเทศ โดยเฉพาะออสเตรเลีย เพราะมีการบังคับให้ใช้อิเล็กทรอนิกส์ติดตามวัวและแกะที่ถูกแปรรูป นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยี NFC ที่น่าจะเป็นอนาคตดันการเติบโตของธุรกิจได้อีกมาก

สำรวจงบการเงิน SICT 

สำหรับปี 2562 บริษัทมีรายได้ 308.80 ล้านบาท กำไรสุทธิ 24.46 ล้านบาท โดยรายได้เกือบทั้งหมดของ SICT มาจากการส่งออกไปต่างประเทศมากกว่า 90% และหากแบ่งสัดส่วนรายได้ เป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ สามารถแบ่งได้ดังนี้

1.ไมโครชิพสำหรับระบบลงทะเบียนสัตว์ สัดส่วนรายได้ 40.45%

2. ไมโครชิพสำหรับระบบเข้า-ออกสถานที่และอ่านข้อมูล สัดส่วนรายได้ 32.93%

3. ไมโครชิพสำหรับระบบเข้า-ออกสถานที่และอ่านข้อมูล สัดส่วนรายได้ 25.63%

4.รายได้อื่นๆ สัดส่วนรายได้ 0.99% เช่น ไมโครชิพสำหรับใช้สำหรับระบบฉลากอัจฉริยะเพื่อป้องกันการปลอมแปลงสินค้า (Smart Label) หรือใช้สำหรับตรวจวัดค่าเซ็นเซอร์ต่างๆ

ความเห็นและมุมอง

ปัจจุบันบริษัทที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลนี ได้รับความนิยมสูงมาก เห็นได้จากหุ้นกลุ่ม FANG (Facebook, Amazon, Apple, Nefflix, Google) และดัชนี NASDAQ ที่ปรับตัวขึ้นแบบพุ่งกระฉูด ทำให้ SICT ได้รับอานิสงส์ไปด้วย เนื่องจากเป็นธุรกิจเทคโนโลยีเพียงไม่กี่ตัวในตลาดหลักทรัพย์ไทย  ต้องบอกว่าความโดดเด่นแบบนี้ แทบจะไม่มีคู่แข่งโดยตรงเลยในบ้านเรา และยากที่จะลอกเลียนแบบอีกด้วย ขณะที่ทั่วโลกก็มีเพียง 8 รายเท่านั้น ที่ประกอบธุรกิจคล้ายคลึงกับ SICT 

อย่างไรก็ตาม การที่มูลค่าของบริษัทพุ่งแบบก้าวกระโดดโดยใช้เวลาเพียงไม่กี่วัน ปัจจุบัน P/E สูงถึง 53.11 เท่า ก็คงเป็นเรื่องที่นักลงทุนต้องระมัดระวังให้ดี ซึ่งสิ่งสำคัญคงเป็นแผนการเติบโต 2 เท่าใน 4 ปี ที่ผู้บริหารยืนยันไว้ หากทำได้จริง มูลค่าที่แพงอยู่ในตอนนี้ ก็คงไม่ได้แพงขนาดนั้น

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...