‘หมอเหรียญทอง’ ร่ายยาวประวัติส่วนตัว ลั่นพร้อมระดมพล นำกองทัพประชาชน
The Bangkok Insight
อัพเดต 03 ส.ค. 2563 เวลา 02.46 น. • เผยแพร่ 03 ส.ค. 2563 เวลา 02.44 น. • The Bangkok Insight"หมอเหรีญทอง" ลั่นถ้าจำเป็น จะระดมพลเอง ยืนยัน สามารถเป็นผู้นำกองทัพประชาชนได้ บอกถ้าไม่แน่จริง คงไม่เปปิดเผยตัวตนอย่างชัดแจ้ง
พล.ต.เหรียญทอง แน่นหนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัว พูดถึงประวัติตัวเอง พร้อมบอกว่า แม้จะไม่ใช่ทหารเหล่ารบ เป็นแค่เหล่าแพทย์ แต่ประวัติชีวิตลูกผู้ชายของตัวเอง ก็ไม่ใช่แค่หมอทหารธรรมดา โดยระบุว่า
ผมเป็นคนมีลักษณะอย่างนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว…แต่ลักษณะของผมอย่างนี้แหละครับ ที่จะทำให้ "กองทัพประชาชนปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์" เข้มแข็ง
ถึงแม้จะไม่ใช่ทหารเหล่ารบ เป็นแค่เหล่าแพทย์ซึ่งเป็นเหล่าช่วยรบ ทั้งยังเป็นทหารนอกราชการนานถึง 13 ปี แต่ก็อยากบอกว่า ผมสามารถเป็นผู้นำกองทัพประชาชนได้ก็แล้วกัน เพราะถ้าผมไม่แน่จริง ก็คงไม่เปิดเผยตัวตนอย่างชัดแจ้ง เผชิญหน้าทุกสถานการณ์อย่างต่อเนื่องด้วยชีวิตจิตใจแม้มือเปล่าๆ ผมก็สู้
ผมไม่เคยขอรับการสนับสนุน หรือเรียกระดมพลเลยสักครั้ง…ระวังนะครับเมื่อสถานการณ์จำเป็น ผมนี่แหละจะระดมพลเอง
สมัยผมเป็นนักเรียน ผมเรียนหนังสือไม่เก่งครับ ผมจึงไม่กล้าไปสอบเข้า รร.เตรียมทหาร หากสมมติว่าผมไปสอบเข้า รร.เตรียมทหารแล้ว บังเอิญสอบได้ ผมก็คงจะเลือกข้ามฟากมายัง ‘รร.นายร้อยพระจุลจอมเกล้า’ และคงจะเลือกเหล่ารบ…ผมอาจจะเป็นทหารราบหรือทหารม้าไปแล้ว(ผมชอบขี่ม้าแต่ไม่เก่ง แค่บังคับม้าให้กระโดดข้ามรั้วเตี้ยๆได้เท่านั้น)
ผมชอบศึกษาเกียรติประวัติของผู้นำที่ยิ่งใหญ่ ทั้งผู้นำประเทศและผู้นำทางทหาร…ผู้นำประเทศที่ผมชอบ (อย่าเพิ่งเข้าใจผมผิดนะครับ) ผมชอบ เหมา เจ๋อ ตุง- โฮจิมินห์ -ทรูแมน -พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ …ส่วนผู้นำทางทหารที่ผมชอบ คือ นายพลรอมเมล-นายพลแพ๊ตตัน-นายพลฮิเดกิ โตโจ
ผมเกิด และเติบโต จากย่านหัวลำโพง ดงนักเลงในอดีต พ่อของผมเป็นคนมีเพื่อน และลูกน้องมาก เนื่องจากมีกิจการขนส่ง
ลูกน้องของพ่อ เป็นนักเลงที่ถูกจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ปราบจากยุค ‘อันธพาล 2499′ นั่นแหละครับ …’แดง ไบเล่’ ยังรู้จักพ่อแม่ดี เพราะสมัยนั้น พ่อแม่ของผมมีบ้านอยู่ที่ตรอกสลักหิน ใกล้โรงงานน้ำส้มไบเล่ (Bireley)
ผมเป็นลูกชายคนเดียว มีพี่สาว 7 น้องสาว 1…พ่อแม่เป็นห่วง กลัวพี่ และน้องชวนเล่นตุ๊กตา…พ่อจึงเอาผมไปบริษัทขนส่งทุกวัน ซึ่งพ่อเช่าสถานีรถไฟสายหัวลำโพง-ปากน้ำ (ถูกรื้อทิ้งไปตั้งแต่ปี พ.ศ.2508)
แต่พ่อต้องทำงานมาก จึงฝากให้อยู่กับลูกน้อง ซึ่งเป็นอดีตนักเลง และนักมวยช่วยดูแล…สมัยนั้นผมยังไม่เข้าเรียนอนุบาลนะครับ จำได้ว่ายังแก้ผ้าฝึกชกมวย กับคุณอาทั้งหลายเลย…ขออนุญาตตั้งชื่อว่า ‘เหรียญทองน้อย ศิษย์หัวลำโพง’ ก็แล้วกันนะครับ…ผมจึงมีชีวิตที่เติบโตมาแบบนี้ และไม่เคยคิดว่าเป็นปมด้อย แต่กลับเป็น ’ปมเด่น’ อย่างน่าภาคภูมิใจ ของผมเสียด้วยซ้ำ
เมื่อเป็นเด็กมัธยมศึกษาตอนต้น เป็นเด็กที่ไม่ตั้งใจเรียนหนังสือ ชอบวาดการ์ตูน เล่นฟุตบอล กล้าพูดได้ว่า เล่นฟุตบอลวันละ 3 เวลา (ก่อนเคารพธงชาติ-พักเที่ยง-เลิกเรียน)
สมัยนั้นย้ายบ้านมาที่หัวหมากแล้ว พอปิดเทอมเพื่อนๆ ก็ชวนไปฝึกฟุตบอลกับครู ‘เสนอ ไชยยงค์’ ที่สนามกีฬาหัวหมาก (ปัจจุบันคือสนามกีฬาราชมังคลาสถานนี่แหละครับ )…สมัยนั้นครู ’เสนอ ไชยยงค์’ เป็นโค้ชทีมชาติไทยชุดเยาวชน ผมยังจำกัปตันทีมได้เลยครับว่าชื่อ ‘จุฑา ติงสภัทย์' (หรือพี่’เหลือง’ครับ)
ปีนั้น ทีมชาติไทยชุดเยาวชนได้เข้ารอบ 4 ทีมสุดท้าย ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ผมได้เป็น ’เด็กเก็บลูกบอล’ ข้างสนามศุภชลาสัยด้วย (สมัยนั้นจะมีเด็กเก็บลูกบอลประจำข้างสนาม คอยเก็บลูกบอลที่ออกนอกสนาม แล้วโยนส่งกลับเข้าสนามครับ) สมัยนั้นเทคนิคฟุตบอลยังไม่ล้ำสมัยเหมือนปัจจุบันครับ…ยังจำได้ครูเสนอ ไชยยงค์ สอนการเลี้ยงลูกแบบนักฟุตบอลอังกฤษ ชื่อ ‘เซอร์ สแตนลีย์ แมทธิว’ เลย
รองเท้าสตัดด์สมัยนั้น พื้นก็ยังเป็นปุ่มที่ทำด้วย ‘หนังสัตว์’ ครับ รองเท้าอาดิดาส ยังไม่ค่อยมีให้เห็น อยากได้รองเท้าสตัดด์ ต้องไปตัดที่ร้านข้าง สนามกีฬาศุภชลาสัย (ปัจจุบันไม่มีให้เห็นมาหลายๆสิบปีแล้วนะครับ)…นักฟุตบอลรุ่นปู่จะรู้จักกันดี
ผมเคยเป็นผู้จัดการทีมฟุตบอล (ทบ.กลุ่ม 8) ในกีฬา ทบ.(พ.ศ.2547-48) ด้วยนะครับ ทีมฟุตบอล ทบ.กลุ่ม 8 สมัยผม ถูกปรามาสว่า จะเป็นทีมแจกแต้มครับ…แต่กลับกลายเป็นทีมที่เข้าชิงชนะเลิศ และแพ้หวุดหวิดในปีนั้น และเป็นปีแรกที่ทีมฟุตบอล กลุ่ม 8 ที่ผมเป็นผู้จัดการทีม ได้เข้ารอบชิงชนะเลิศ โดยได้ตำแหน่งรองแชมป์อย่างพลิกความคาดหมาย
ยังจำได้ว่าคุณ ธราวุธ นพจินดา สัมภาษณ์สดผมผ่านการถ่ายทอดสดในสนาม ในนัดแรกเปิดสนามที่ทีมกลุ่ม 8 จะต้องเจอกับเจ้าภาพ คือ ทีมกองทัพภาคที่ 1 (แม่ทัพภาค 1 ขณะนั้น คือ พล.ท.ไพศาล กตัญญู)
คุณ ธราวุธ ถามผมว่า “คิดอย่างไรครับว่า ทีมกลุ่ม 8 ถูกปรามาสว่าเป็นทีมแจกแต้ม”…ผมตอบก่อนเริ่มการแข่งขันว่า “วันนี้ ทีมกลุ่ม 8 จะถล่มเจ้าภาพกองทัพภาคที่ 1 ผ่านถ่ายทอดสด ให้ผู้ปรามาสทั้งหลายดูเป็นขวัญตาครับ”
การแข่งขันเป็นไปอย่างดุเดิอด สูสี พลิกความคาดหมาย อย่างสิ้นเชิง กองเชียร์กลุ่ม 8 มีจำนวนน้อยมากๆ มีแต่กองเชียร์กองทัพภาคที่ 1เสียส่วนใหญ่…ทีมเราไม่มีขวัญตกเลย แม้แต่น้อยนิด เราแพ้หวุดหวิด 1:0. ครับ
หลังจากนั้นเราชนะรวด จนได้เข้าชิงชนะเลิศกับทีมกองทัพภาคที่ 2 ซึ่งก็มีการถ่ายทอดสด เพื่อปิดสนาม แต่เราแพ้หวุดหวิด 1:0 ครับ…ถึงแม้เราจะเป็นทีมที่ถูกปรามาสว่าแจกแต้ม แต่เรากลับกลายเป็นทีมที่ได้เปิดสนาม และปิดสนาม
ผมถูกสัมภาษณ์และถ่ายทอดสดทั้ง 2 นัด…สมัยนั้นผมเป็นแค่ พันเอก เป็นผู้อำนวยการกองกำลังพล กรมแพทย์ทหารบกครับ
ถึงแม้ผมจะเป็นทหารหมอ เป็นแค่เหล่าช่วยรบ แต่ประวัติชีวิตลูกผู้ชายของผม ก็กล้าพูดได้เลยว่า…ไม่ใช่หมอทหารธรรมดาๆ ครับ…ขี้โม้ ชิบ!
พลตรี เหรียญทอง แน่นหนา 2 ส.ค.63 เวลา 9.46 น.
อ่านข่าวเพิ่มเติม