โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

เลขาฯป.ป.ส.เผยยาเคผสมยาเสพติดชนิดอื่น หากใช้เกินปริมาณอาจหัวใจล้มเหลว อันตรายถึงชีวิต !!

สวพ.FM91

อัพเดต 11 ม.ค. 2564 เวลา 14.35 น. • เผยแพร่ 11 ม.ค. 2564 เวลา 14.35 น.

นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (เลขาธิการ ป.ป.ส.) กล่าวว่า จากกรณีมีรายงานข่าวการเสียชีวิตของบุคคลที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดจำนวนหลายราย โดยเหตุเกิดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งรายงานข่าวระบุว่าการเสียชีวิตของบุคคลดังกล่าว คาดว่ามีสาเหตุมาจากการเสพยาเสพติดชนิดเคตามีนเกินขนาด เนื่องจากพบซองพลาสติกบรรจุผงคล้ายเคตามีนกับหลอดที่ใช้สูดดม ขณะที่ในโซเชียลมีเดียมีการโพสต์ถึง “ยาเคนมผง” ซึ่งเป็นยาเสพติดชนิดใหม่ที่คาดว่ามีการผสมยาเสพติดหลายชนิดรวมกัน และออกฤทธิ์รุนแรงอันตรายถึงชีวิตนั้น
นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า จากสถิติผลการตรวจเคตามีนของสำนักงาน ป.ป.ส. ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2561 จนถึงเดือนธันวาคม 2563 มีคดีเคตามีนที่นำส่งตรวจพิสูจน์ที่สถาบันวิชาการและตรวจพิสูจน์ยาเสพติด สำนักงาน ป.ป.ส. จำนวน 651 คดี พบว่ามีเคตามีนเป็นสารเสพติดที่ถูกมาผสมกับยาเสพติดชนิดอื่น รวมทั้งสิ้น 44 คดี โดยพบเป็นเคตามีนผสมไอซ์ 31 คดี เคตามีนผสมโคเคน 3 คดี เคตามีนผสมเอ็กซ์ตาซีหรือยาอี 5 คดี และเคตามีนผสมสารอื่นๆ เช่น พาราเซตามอล กาเฟอีน 5 คดี ทั้งนี้ ข้อมูลจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ระบุว่า โดยหลักแล้ว เคตามีนเป็นสารเสพติดที่มีฤทธิ์กดประสาท แต่หากใช้เคตามีนร่วมกับสารเสพติดชนิดอื่น เช่น ไอซ์ โคเคน ยาอี ซึ่งมีฤทธิ์กระตุ้นประสาท จะเป็นการเสริมฤทธิ์ทำให้เกิดอาการประสาทหลอน กดระบบการหายใจ และหากใช้เกินปริมาณก็อาจนำไปสู่ภาวะหัวใจล้มเหลวได้  
“สำหรับในคดีนี้ ได้มอบหมายให้สำนักปราบปรามยาเสพติดเร่งสืบสวนหาผู้ที่นำยาเสพติดดังกล่าวมาจำหน่ายและแพร่ระบาดในพื้นที่ ขณะที่ของกลางในคดีดังกล่าวที่จับกุมได้ที่ สน.วัดพระยาไกร ซึ่งเป็นท้องที่เกิดเหตุ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำส่งไปตรวจพิสูจน์ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งคาดว่าจะทราบผลในเร็วๆ นี้” นายวิชัย เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวทิ้งท้าย
 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...