โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

TISCO ปิดงบปี63เซ่นโควิด กำไรลด16.6%คุมเข้มลูกหนี้

ทันหุ้น

อัพเดต 19 ม.ค. 2564 เวลา 01.55 น. • เผยแพร่ 19 ม.ค. 2564 เวลา 01.55 น.

ทันหุ้น- TISCOปิดงบรวมปี 2563 กำไรสุทธิลดลง 16.6% จากปี 2562 มาอยู่ที่ 6,063.48 ล้านบาท รับผลกระทบโควิด-19 ขณะเดียวกันยังทำให้NPLขยับขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ 2.5% ส่วนรายได้ดอกเบี้ยสุทธิยังเติบโต สวนทางกับรายได้ค่าธรรมเนียมที่หดตัวลงตามกิจกรรมเศรษฐกิจชะงัก แต่ธุรกิจโบรกรายได้โต จากการซื้อขายหลักทรัพย์คึกคัก

บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TISCO รายงานผลการดำเนินงานปี 2563มีกำไรสุทธิจากผลการดำเนินงานเฉพาะกิจการอยู่ที่ 5,063.30 ล้านบาท ลดลงเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปี 2562 ที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 6,224.29 ล้านบาท ลดลง 18.65% ซึ่งส่วนใหญ่มาจากรายได้เงินปันผล ขณะที่ผลกำไรดำเนินงานรวมของบริษัทงวดปี 2563มีกำไรสุทธิในส่วนของบริษัทอยู่ที่ 6,063.48 ล้านบาท ลดลง 16.6% จากปี 2562 ตามสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ซึ่งส่งผลกระทบต่อการชะลอตัวของเศรษฐกิจ และกดดันรายได้จากธุรกิจ

บริษัทมีกำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน (Basic earnings per share) สำหรับปี 2563 เท่ากับ 7.57 บาทต่อหุ้น ลดลงจาก 9.08 บาทต่อหุ้นในปี 2562 โดยมีอัตราผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้นเฉลี่ย (ROAE) ของปี 2563 อยู่ที่15.4%

คุมNPLไว้2.5%

สำหรับรายได้ดอกเบี้ยสุทธิปรับเพิ่มขึ้น 2.4%จากการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินที่มีประสิทธิภาพในภาวะดอกเบี้ยขาลง ส่วนรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยลดลง12.6% โดยเฉพาะรายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจธนาคารพาณิชย์ ทั้ง นายหน้าประกันภัย และค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวกับการปล่อยสินเชื่อ อย่างไรก็ตามบริษัทยังคงติดตามและดูแลลูกหนี้ทุกกลุ่มอย่างใกล้ชิด ส่งผลให้อัตราส่วนสินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิตต่อสินเชื่อรวม (NPL Ratio) ปรับเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยจากสิ้นปีก่อนหน้ามาอยู่ที่ 2.50% ณ สิ้นปี 2563

ในปี 2563รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ อยู่ที่ 13,097.71 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.4% จากปี 2562 และค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยมีจำนวน 3,659.00 ล้านบาท ลดลง 28.1% ขณะที่อัตราผลตอบแทนของเงินให้สินเชื่อในปี 2563 อยู่ที่ 7.08% เพิ่มขึ้นจาก 6.91% ในปี 2562เป็นผลจากการขยายสัดส่วนสินเชื่อไปยังกลุ่มเพื่อการอุปโภคบริโภค ซึ่งมีอัตราผลตอบแทนในระดับสูง อย่างไรก็ตามหากไม่รวมผลกระทบจากมาตรฐานบัญชี TFRS 9อัตราผลตอบแทนของเงินให้สินเชื่อปรับลดลงมาอยู่ที่ 6.8% ตามการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย

NIMปรับเพิ่มขึ้น

สำหรับต้นทุนเงินทุนลดลงจาก 2.11% ในปี 2562 มาเป็น 1.58%เป็นผลมาจากการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพในภาวะดอกเบี้ยขาลง และการลดการนำส่งเงินสมทบกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (FIDF) จาก 0.46% เหลือ 0.23% ตามมาตรการของธนาคารแห่งประเทศไทย ส่งผลให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยของเงินให้สินเชื่อเพิ่มขึ้นจาก 4.80% มาเป็น 5.50% ในขณะที่ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (Net Interest Margin) หรือ NIM เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 4.62%

รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยมีจำนวน 5,806.23 ล้านบาท อ่อนตัวลง 12.6% จากปี 2562 จากการชะลอตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจท่ามกลางการระบาดของโควิด-19 โดยบริษัทมีรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยจากธุรกิจหลักจำนวน 5,735.91 ล้านบาท ลดลง 12.4% สาเหตุหลักมาจากรายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจธนาคารพาณิชย์ที่ลดลงจำนวน 1,085.37 ล้านบาท หรือคิดเป็น 24.6% มาอยู่ที่ 3,321.19 ล้านบาท จากการอ่อนตัวลงของรายได้ค่าธรรมเนียมธุรกิจนายหน้าประกันภัย และรายได้ค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจสินเชื่อ เป็นไปตามการปล่อยสินเชื่อใหม่ที่ลดลง

ธุรกิจโบรกทำรายได้เพิ่ม

ในส่วนของรายได้ค่านายหน้าจากการซื้อขายหลักทรัพย์เพิ่มขึ้นจำนวน 66.75 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 9.3% มาอยู่ที่ 784.80 ล้านบาท ตามปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นในภาวะตลาดทุนผันผวน ในขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมพื้นฐานของธุรกิจจัดการกองทุนเติบโตจานวน 115.86 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.3% มาอยู่ที่ 1,514.32 ล้านบาท จากการออกกองทุนใหม่ นอกจากนี้ บริษัทมีรายได้จากธุรกิจวาณิชธนกิจ จำนวน 83 ล้านบาท จากการเป็นผู้จัดการการจัดจาหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหลักทรัพย์ในช่วงปีที่ผ่านมา

ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานมีจำนวน 8,011.82 ล้านบาท ลดลง 13.6% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ทั้งนี้ บริษัทยังคงสามารถควบคุมต้นทุนในการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้รวมอยู่ที่ 42.4%

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...