“ป๊อด-ข้าวตัง” จับมือผ่านความกดดัน รับบทนำซีรีย์วายท่ามกลางความคาดหวัง
กำลังเป็นกระแสมาแรง สำหรับซีรีส์สายวายที่ถูกพูดถึงมากในตอนนี้อย่าง"ต้นหลชลธี" ที่นำแสดงโดย "ป๊อด ศุภกร ศรีโพธิ์ทอง" และ"ข้าวตัง ธนวัฒน์ รัตนกิจไพศาล" ที่ถึง 2 คนนี้จะเคยมีผลงานซีรีส์สายวายมาบ้างแลว แต่ครั้งนี้ถือเป็นการมารับบทนำครั้งแรกของทั้งคู่ ท่ามกลางกระแสซีรีส์วายที่ออกมาล้นตลาด วันนี้ทั้งสองหนุ่มมาพูดคุยกับ"ไนน์เอ็นเตอร์เทน" พูดถึงกว่าจะมีวันนี้ของพวกเขา
ป๊อด : “ฟีดแบคดี ทำให้หายเหนื่อยเลย ดีใจที่ทุกคนดูแล้วชอบ (ยิ้ม) กระแสตอบรับที่กลับมาสำหรับผมเกินคาดมาก ๆ ก่อนหน้านี้ไม่เคยคิดว่าซีรีส์จะติดเทรนด์ทวิตเตอร์ คิดไว้ว่าแค่มีคนดู แล้วมาคอมเมนต์บอกว่าชอบก็ดีใจแล้ว”
ข้าวตัง : "สำหรับข้าวตังก็เกินคาดเหมือนกัน และดีใจมากที่มีแฟนซีรีส์มาคอมเมนต์ว่าสนุก ซีรีส์เป็นพลังบวกให้กับทุกคนได้ สำหรับผมเท่านี้ก็ดีใจแล้ว (ยิ้ม)”
ตอนที่รู้ว่าต้องมาเล่นซีรีส์แนววาย ตัดสินใจยากไหม
ข้าวตัง : “ไม่ยากนะครับ ผมมองว่าเป็นเรื่องที่ดีในแง่ของประสบการณ์การแสดง ที่ผ่านมาผมก็เล่นเป็นเพื่อนนักแสดงนำ ยังไม่ได้รับส่งอารมณ์กันเท่าไหร่ พอมาเล่นเรื่องนี้มีพาร์ทเนอร์ ได้รับส่งอารมณ์มากขึ้น ได้แสดงหลากหลายมากขึ้น”
ป๊อด : “ผมมองว่านี่คือโอกาสที่ดีโอกาสหนึ่งที่ผู้ใหญ่มอบหมายให้เราทำ และเป็นโอกาสของตัวเองที่จะได้พัฒนาตัวเอง ได้เล่นอะไรที่หลากหลายมากขึ้น ได้ลองในสิ่งที่ตัวเองไม่เคยทำ ซึ่งตอนที่แฟนคลับรู้ว่าผมจะได้เล่นกับข้าวตัง พวกเขาก็รอชมผลงาน ยิ่งทำให้เราต้องทำให้เต็มที่สมกับที่เขารอคอย”
เป็นครั้งแรกที่มารับบทนำ
ข้าวตัง : “ยอมรับว่ามีความกดดัน ต้องทำการบ้านมากขึ้นกว่าเดิม เพราะเรื่องนี้เราเป็นตัวเดินเรื่องแล้ว ความแตกต่างจากเมื่อก่อน คงเป็นเรื่องของมิติตัวละครที่มีมากขึ้น มีการแสดงออกมาหลากหลายมากขึ้น อย่างเมื่อก่อนรับบทเพื่อนตัวแสดงหลัก ก็จะเป็นอารมณ์เดียวเลย ไม่ได้ต้องลงดีเทลอะไรมากมาย และเรื่องนี้ผมก็มีคู่เป็นเรื่องแรกด้วยครับ (หัวเราะ) และก็มีซีนร้องไห้เป็นเรื่องแรกด้วย”
ป๊อด : “ตอนที่ได้บทมาก็กดดัน แต่พอเปิดกล้องได้แสดงจริง ๆ เรารู้สึกว่าเราไม่ได้เล่นกันอยู่สองคน เพื่อน ๆ นักแสดงทุกคนก็ช่วยเหลือกัน ตัวผมเองก็ปรับเยอะเหมือนกันนะ ที่ผ่านมาตัวละครที่แสดงจะนิ่ง ๆ ขรึม ๆ เรื่องนี้จะมีความรั่ว ความตลก ความเฮฮา เพิ่มเข้ามาด้วย ก็สนุกดี”
เจอภาวะกดดันให้กำลังใจกันยังไง
ป๊อด : “ช่วงที่ถ่ายทำมันต้องมีความเครียด ความกดดัน เราทั้งสองต่างก็ให้กำลังใจกันและกันในตอนนั้น เวลาใครท้ออีกคนก็จะคอยฮิลอีกคนไว้ เวลาข้าวตังเหนื่อยหรือพลังหมด อย่างเช่นมีซีนนึงที่ข้าวตังต้องดราม่าหนัก ๆ เดินออกจากเซ็ทมาเขายังน้ำตาไหลอยู่เลย ผ่านไป 15 – 20 นาที ผมถึงกล้าเข้าไปคุยกับเขา”
ข้าวตัง : “จริง ๆ ผมเป็นคนที่ไม่ค่อยจมกับอะไรนะ แต่มันก็มีบางซีนที่เราอาจจะต้องใช้เวลาหน่อย เพราะเราอาจจะรู้สึกกับมันลึกเกินไปหน่อย ผมว่าเราทั้งคู่ช่วยกัน เราจะคอยให้กำลังใจกันตลอด”
เวลาเจอคอมเมนต์ด้านลบทำให้นอยด์ไหม
ป๊อด : มีบ้างครับ แต่มันก็ยังมีคอมเมนต์ในด้านดีๆ ไม่ใช่ว่าไม่สนใจคอมเมนต์ด้านลบนะครับ คือเราเอาตรงนั้นมาปรับให้ดีขึ้นมากกว่า”
“ต้นหลชลธี” เป็นซีรีส์แนวคอมเมดี้ ส่วนตัวเราเป็นคนตลกกันเบอร์ไหน
ข้าวตัง : “ผมเป็นคนเล่นมุกแป้กครับ แต่ผมก็พยายามเล่นมุกนะ เชื่อว่าตัวเองเป็นคนตลกไว้ก่อน (หัวเราะ) แต่ซีรีส์เรื่องนี้การแสดงที่ออกมาอาจจะมีความเป็นการ์ตูนนิดๆ เราต้องเล่นใหญ่ไว้ก่อน ฟิลหนึ่งเล่นสิบ ต้องเค้นเอนเนอร์จี้ออกมา แต่เราก็ต้องหาจุดตรงกลาง ซึ่งจริงๆผมไม่ใช่คนอะเลิทเท่ากับชลธี ผมเป็นสายเท่ๆคูลๆ (ยิ้ม)”
ป๊อด : “ผมก็จะนิ่งๆ ไม่ค่อยตลกนะ หรือเปล่า? (หัวเราะ) แต่ถ้าถามว่าข้าวตังเป็นคนแนวไหน ผมว่าเขาเป็นคนน่ารัก ยิ้มเก่ง มีคนเสน่ห์ แต่ก็เป็นคนรั่วๆด้วยนะ ส่วนมุมนิ่งๆคูลๆก็มีแหละ แต่จะเห็นในไอจีนะผมว่า (หัวเราะ)”
ข้าวตัง : “พี่ป๊อดเป็นคนอบอุ่น มีเสน่ห์ เขาเป็นคนที่ปกป้องใครก็ได้ และเป็นคนที่จัดการกับความรู้สึกตัวเองได้ดีกว่าผม”
ป๊อด : “ผมเป็นคนเก็บ ไม่ค่อยพูด ไม่ค่อยเอาความเครียดไปให้ใคร จะเก็บไว้คนเดียว เดี๋ยวก็จัดการกับมันได้ (ระบายความเครียดยังไง?) ไปกาแฟ กินเค้กคนเดียวบ้าง ไปฟิสเนต ไปออกกำลังกาย ผมชอบอยู่กับตัวเองและสามารถไปไหนมาไหนคนเดียวได้”
กังวลไหม ปัจจุบันคู่วายค่อนข้างเยอะ
ข้าวตัง : “เราก็ไม่ได้คิดอะไรมากนะครับ ก็ตามปกติเลย กับพี่ป๊อดเรามีนิสัยและไลฟ์สไตล์คล้ายๆกัน เลยทำให้ทำงานกันง่ายด้วย”
ป๊อด : “ผมไม่กดดันนะ คือผมจะไปกดดันหรือซีเรียสในพาร์ทการแสดงและการทำงานมากกว่า อย่างที่ข้าวตังบอก ว่าด้วยความที่เราสองคนรู้จักกันมาก่อน มันอาจจะจูนกันง่าย ผมว่าช่วงนี้เราก็ตัวติดกันมากขึ้นนะ เพราะเราทำงานด้วยกันด้วย ทำให้มีเรื่องคุยและปรึกษากันมากขึ้น แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน นอกเหนือเวลางานเราก็มีไปเที่ยวกันบ้าง ด้วยความที่เราสายชิลเหมือนกัน อยากไปไหนแค่เกริ่น ๆ ก็ไปได้เลย”
วันนี้ชีวิตเราเปลี่ยนไปไหม
ป๊อด : “ผมยังเขินทุกครั้งที่มีคนเดินเข้ามาทักนะ ถ้าเจอผมแล้วนิ่ง ๆ ผมไมได้หยิ่งนะ ผมเขิน (หัวเราะ) บางทีผมก็ไม่รู้ว่าจะทำตัวยังไง ก่อนหน้านี้ผมเดินอยู่ก็ไม่ค่อยมีคนทัก พอตอนนี้คนทักเยอะ ผมก็รู้สึกว่าจะคุยอะไรกับเขา ในใจนี่ตื่นเต้นมากนะ แต่ไม่รู้จะแสดงออกยังไงดีมากกว่า แต่ผมดีใจนะๆ ทักได้ครับ (หัวเราะ) อีกมุมนึงผมมองว่าการที่มีคนรู้จักเราเพิ่มมากขึ้น จะทำอะไรเราก็ต้องคิดมากขึ้น มีสติมากขึ้น”
ข้าวตัง : “ก็มีคนรู้จักมากขึ้น ไปไหนมาไหนก็เรียกทั้งข้าวตัง หรือบางทีก็เรียก น้องชล (ชลธี) บ้าง ดีใจที่มีคนติดตามซีรีส์เรา ภูมิใจครับ แบบที่พี่ป๊อดบอก เมื่อมีคนรู้จักเราเพิ่มขึ้นหรือคาดหวังในตัวเรามากขึ้น ก็ต้องยิ่งพัฒนาตัวเอง หรือคิดมากขึ้นจากเมื่อก่อนที่เราอาจจะปล่อยปะละเลยไปบ้าง ตอนนี้ก็ไม่ได้แล้ว เราต้องจัดระเบียบให้ตัวเอง เช่น การจัดสรรเวลาให้ลงตัว เพราะผมต้องเรียนไปด้วยทำงานด้วย”
ฝากซีรีส์หน่อย กำลังสนุกเลย
ป๊อด : ฝากติดตามกันด้วยนะครับ ซีรีส์เรื่องนี้นอกจากจะตลกและเฮฮาแล้ว ยังมีเรื่องครอบครัว เดี่ยวจะค่อยๆบอกว่าทำไม ต้นหล ถึงเป็นแบบนี้ ที่บอกว่าต้นหลบื้อเนี่ย หลังๆอาจจะสงสารก็ได้นะครับ”
ข้าวตัง : สงสารผมนี่ ชลธีโดนกระทำเถอะ โดนทำร้ายจิตใจ ทำร้ายความรู้สึก (หัวเราะ) คือเดี๋ยวจะเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆครับ อาจจะเห็นชลธีก้แค้นต้นหลก็ได้ ฝากติดตามด้วยนะครับ”
ป๊อด : ขอขอบคุณทุกคนที่ติดตามพวกเราและชื่นชอบพวกเราด้วยนะครับ (ยิ้ม) มีโอกาสหวังว่าเราจะได้เจอกันนะครับ” .-ไนน์เอ็นเตอร์เทน