ยังโอม ยัน ไม่ใช่แร็พเปอร์ที่สาวแฉ ลั่น โสด คุยเยอะ แต่ถ้าผญ.เซย์โน ก็ไม่ฝืนใจ
ยังโอม ยัน ไม่ใช่แร็พเปอร์ ที่สาวแฉ ลั่นผมโสด คุยเยอะ แต่ถ้าผู้หญิงเซย์โน ก็ไม่ฝืนใจ เรื่องนี้ไม่กระทบกับวงการแร๊พเปอร์ ของแบบนี้อยู่ที่บุคคล
จากกรณี ที่สาววัย 18 ปี เข้าแจ้งความที่จ.ขอนแก่น ว่ามีแฟนสาวของแร็พเปอร์หนุ่มชื่อดัง เจ้าของเพลงฮิต 400 ล้านวิว ติดต่อชักชวนให้มีเพศสัมพันธ์กับแฟนของตนเอง โดยทุกครั้งแฟนสาวอยู่ด้วยตลอด และช่วยจัดหายาคุมกำเนิดให้ โดยที่สาววัย 18 ปี ตัดสินใจแจ้งความเพราะทราบมาว่า แฟนคลับคนอื่นๆก็โดนแบบนี้เช่นเดียวกัน จึงไม่อยากให้ไปทำแบบนี้กับใครอีก งานนี้ สั่นสะเทือนวงการฮิพฮอพไม่น้อย ทำให้ชาวเน็ต ต่างตามหาว่าแร็พเปอร์หนุ่มคนดังกล่าวเป็นใคร
โดยวันนี้ (24 กุมภาพันธ์ 2564) ศิลปินแร๊ปเปอร์กลุ่มหนึ่งได้มาร่วมงาน แถลงข่าวภาพยนตร์ ห้าวเป้งจ๋า อย่าแกงน้อง ที่โรงภาพยนตร์ ชั้น 8 เซ็นทรัลเวิลด์
ประกอบไปด้วย(ซ้ายไปขวา) พีท พลสิทธิ์ ทวีรัตน์ (YOUNGGU),ฟิก (FIIXD), ยังโอม รัธพงศ์ ภูรีสิทธิ์ (Youngohm) และไดมอนด์ วรัญญ์ เครือบุตร (Diamond) ซึ่งแต่ละคนมีผลงานเพลงในยูทูปหลายล้านวิว จึงได้เข้าไปสอบถามถึงเรื่องดังกล่าว โดยทั้ง 4 คน ยืนยันว่าไม่ใช้แร๊พเปอร์ที่ถูกแฉ หนุ่มโอม เผยว่าตัวเองยังโสด เพราะฉะนั้นไม่ใช่เป็นคนในข่าวแน่นอน และตัวเองไม่เคยไปฝืนใจใคร สำหรับเรื่องนี้คิดว่าคงไม่กระทบกับภาพลักษณ์ของกลุ่มศิลปินที่เป็นฮิปฮอป เพราะเชื่อว่าคนแยกแยะได้
แก๊งเราตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง กับวงการนักร้อง มันสะเทือนขนาดไหน?
ยังโอม : “ถามว่าสะเทือนไหม สำหรับตัวผมเองนะ ในช่วงโควิด ผมใช้เวลาทำเพลง ขลุกตัวอยู่ในสตูดิโอ อัลบั้มที่ 2 ก็กำลังทำอยู่ อัลบั้มแรกปล่อยไปแล้ว Bangkok Legacy ก็ฝากด้วยครับผม”
งานคอนเสิร์ต งานจ้างอื่นๆ มันน้อยลงไหม?
ยังโอม : “แน่นอนครับ ไม่มีเลย คือถ้าก่อนหน้านี้ ช่วงที่ยังล็อกดาวน์ คือไม่มีเลยครับ แต่ตอนนี้ก็เริ่มทยอยกลับมาบ้างแล้วครับ โซนภาคอีสานเริ่มกลับไปเล่นคอนเสิร์ตได้แล้ว”
งานเขามีข้อจำกัดไหม ว่าเข้าได้รอบละกี่คน?
ฟิก : “มันมีมาตราการจัดการอยู่แล้วครับ ก็จะมีอะไรมากั้น มันก็ไม่เหมือนแต่ก่อน ก็เป็น New normal ก็ต้องอะแดปอะครับ ทุกอย่างมันก็ต้องเปลี่ยนไป”
เวลาทักทายกับแฟนคลับทำยังไง?
ยังโอม : “ก็คือจะไม่มีการถ่ายรูป คือส่วนมากเวลาผมเล่นเสร็จ จะมีการถ่ายรูปบ้างหลังคอนเสิร์ต แต่ตอนนี้คือไม่มี คือตัด”
ฟิก : “ก็เพื่อความปลอดภัยก่อนครับ”
เรามีการบอกกติกากับแฟนๆ ไว้ก่อนใช่ไหม?
ฟิก : “ใช่ครับ ก็จะมีทีมงานคอยแจ้งตลอด ก็คือเวลาไปด้วยกัน ทีมงานจะเป็นคนจัดการกับร้าน ว่าต้องทำยังไง เพื่อให้ไม่เสี่ยงที่สุดครับ”
มีแฟนๆ คนไหนไม่เข้าใจบ้างไหม?
ฟิก : “มีครับ แต่ว่าเราก็ต้องบอกให้เขาเข้าใจครับ”
ยังโอม : “มีอยู่แล้ว มีทุกที่ครับ บางคนก็หงุดหงิดใส่ทีมงาน บอกว่ามาถึงนี่แล้ว ขอถ่ายหน่อยไม่ได้หรือไงวะ รูปเดียว เราก็เข้าใจ ว่าทุกคนก็มีความอยากถ่ายรูปกับเราแหละ แต่สถานการณ์มันไม่ได้ ก็คือไม่ได้”
พีท : “เราก็ไม่ใช่ไม่อยากถ่าย แต่เราก็กลัวจะพาเขาติด หรือเรามาติดเรา”
ยังโอม : “แล้วไม่ใช่แค่เราด้วย บางทีผมก็ต้องไปหลายที่”
เรามีมาตรการกันในวงไหม ว่าเราจะต้องเคร่งนะ?
ฟิก : “ใช่ครับ แต่เดินทางไปหลายๆ จังหวัด มันก็เสี่ยงอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเราก็เลยพยายามจะควบคุมให้มันได้ครับ ในสถานการณ์แบบนี้ก็น่าจะดีที่สุด”
ยอมโดนด่า ดีกว่าทำให้สถานการณ์มันแย่ลงใช่ไหม?
ยังโอม : “ยังไงมันก็โดนด่าอยู่แล้วครับ ผมอะ ไม่ว่าจะทำอะไร มันต้องมีสักทาง ที่ทำให้โดนด่าอยู่แล้ว เราก็เลยทำให้มันถูกต้องดีกว่า”
พีท : “ไอเรื่องโดนด่า พวกเราโดนอยู่แล้ว”
ฟิก : “ตอนนี้ชินแล้ว”
รับมือได้ไหม กับพวกแฟนคลับที่หัวร้อน?
ยังโอม : “ผมเจอบ่อยครับ”
ฟิก : “อยู่มานานแล้วครับ กับอะไรแบบนี้ น่าจะเข้าใจได้เยอะแล้ว”
ร้อนใส่กลับไปเลยไหม?
ทุกคน : “ไม่ๆ (หัวเราะ)”
ฟิก : “ก็เข้าใจอะ ทั้งชมหรือด่า ก็แล้วแค่ความคิดคนเนอะ”
ยังโอม : “แรกๆ ก็ไม่ชิน แต่หลังๆ เราอยู่มา 3 ปีกว่าเกือบ 4 ปีแล้วมั้ง ก็รู้สึกว่าเราเห็นอะไรเยอะแล้ว เริ่มเข้าใจอะไรหลายๆ อย่าง เริ่มปล่อยวาง นิ่งได้ แล้วก็ทำทุกอย่างให้มันถูกต้องที่สุด”
การที่ห้ามถ่ายรูป ห้ามจับมือ ก็ไม่ได้ทำให้แฟนคลับเราน้อยลงเลยใช่ไหม?
ฟิก : “เราก็มีแท็กบ้างครับ (เอากำปั้นชนกัน) แต่ก็มีแอลกอฮอล์อยู่ด้านหลัง”
ยังโอม : “มันก็มีบ้างครับ นิดหน่อย แต่ถ้าเราไม่ลืมตัว เราก็จะพยายามไม่จับใครเลย แต่บางทีมันไปเอง เห็นคนยื่นมา มันก็เป็นสัญชาตญาณ (หัวเราะ)”
ฟีลลิ่งมันหายไปไหม เพราะทำอะไรได้ไม่เต็มที่เหมือนเดิม?
ฟิก : “ก็จะรู้สึกว่าสเปซมันเพิ่มขึ้นนิดหนึ่ง เพราะจากที่มันไม่เคยมีอะไรกั้นเลย จากคนอยู่ติดๆ กันได้ เอเนอร์จี้มันก็จะรวมกัน”
ยังโอม : “สำหรับผม ผมว่าชิงนะ เพราะผมเล่นร้านมาทุกแบบเลย ร้านนั่งชิว ร้านผับ แทบทุกแบบ ผมรู้สึกว่า พอมันห่างกัน มันก็แค่ชิวขึ้นนิดหนึ่ง คือเพลงผมเยอะ มีเพลงสนุก เพลงช้า ผมก็สามารถสลับตามฟีลหน้างานได้ตลอด”
เรื่องที่เป็นข่าวอยู่ตอนนี้ เรามีโอกาสได้เห็นได้อ่านบ้างหรือยัง?
ยังโอม : “เห็นแว๊บๆ ครับ ผมเห็นคนแชร์มา (แสดงว่าพอรับรู้แล้ว?) คือผมรับ แต่ผมไม่รู้นะ คือเดี๋ยวนี้ผมไม่ค่อยได้เล่นโซเชียลเท่าไหร่ ผมรู้สึกว่ามัน Toxic ผมมากเลย อย่างข่าวนี้ผมก็ไม่ได้เห็นเอง ก็มีคนมาบอก แค่ผมก็ไม่รู้มันจริงหรือเปล่า”
เขาพาดหัวมาว่าเป็นแร๊พเปอร์ เราได้รับผลกระทบไหม?
ยังโอม : “ผมไม่ได้ทำ ผมก็ไม่ได้รับผลอะไร(ยิ้ม) แต่ผมก็ไม่รู้นะ ว่ามันเรื่องจริง เรื่องเท็จยังไง เพราะผมยังไม่ได้ไปศึกษาลึกอะไร ดูแค่ผ่านๆ”
ฟิก : “ผมว่ามันน่าจะเป็นรายบุคคลไปมากกว่า”
กลัวภาพลักษณ์ของแร๊ปเปอร์จะเสียดายไหมกับข่าวนี้?
ยังโอม : “ผมว่ามันไม่เกี่ยวนะ มันอยู่ที่แต่ละคนมากกว่า คืออย่ามองรวมว่าเป็นแร๊ปเปอร์ ซึ่งแร๊ปเปอร์บางคน ผมก็ไม่ชอบ เราเหมารวมไม่ได้ กลุ่มหนึ่ง ก็คือกลุ่มผม มีก็แค่นี้ กลุ่มอื่นผมก็ไม่รู้ว่าเขาทำอะไร เขาจะอะไรผมก็ไม่ได้ไปยุ่งกับเขา ผมก็อยู่ในโซนของผม”
เราอยากจะบอกอะไรกับคนที่คิดว่าเป็นเราบ้าง?
ยังโอม : “อืม…จะบอกยังไงดี โลกโซเชียลทุกวันนี้ ผมบอกเลยว่า คนมันก็คิดไปเรื่อยอะ ค้นหาเรื่องให้ผมได้ทุกวันแหละ ถ้าเจาจะหาเรื่องอะ ซึ่งผมเข้าใจมัน แล้วผมก็ปล่อยวาง ผมกลายเป็นคนไม่ค่อยใช้โซเชียลมากด้วยซ้ำ ใช้แต่เวลามีงานจริงๆ”
พวกเราเองไม่ได้มีพฤติกรรมแบบนั้นใช่ไหม?
ยังโอม : “ก็ไม่มีครับ ผมก็โสดนะ (อันนี้ขายของหรือเปล่า?) ไม่ใช่ๆ (หัวเราะ) ผมก็เป็นคนที่โสดอะ ผมก็ไม่มีแฟน ไม่มีไร ผมก็มีคุยกับผู้หญิงเยอะมั่งบางที บางทีนะ แต่ผมก็ไม่ไปทำอะไรที่เป็นการล่วงละเมิด คือถ้าคุณไม่โอเค ผมก็ไม่อะไรอยู่แล้ว ทุกคนมันต้องโอเคซึ่งกันและกัน อย่างผมจะไปกับใครสักคน เขาก็ต้องโอเคกับผม ผมก็โอเคกับเขา ถ้าเขาบอกว่าโน ผมคือโน ก็จบแค่นั้นเอง”
สรุปว่าไม่ใช่พวกเราแน่นอน?
ยังโอม : “ก็ไม่รู้ด้วยครับ ว่ามันเรื่องอะไร แบบชัดเจน แต่ว่าไม่ใช่ผมแน่นอน (ยิ้ม)”