โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

รู้หรือไม่ COVID-19 มีชีวิตอยู่ในที่ต่าง ๆ ได้กี่วัน ❓

สวพ.FM91

อัพเดต 22 เม.ย. 2564 เวลา 20.38 น. • เผยแพร่ 22 เม.ย. 2564 เวลา 20.38 น.

รู้หรือไม่ COVID-19 มีชีวิตอยู่ในที่ต่าง ๆ ได้กี่วัน ? 
 การแพร่ระบาดของโควิดระลอกใหม่เมษายนนี้ มียอดผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว หลาย ๆ คน สงสัยว่าเชื้อไวรัสอยู่ในสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ได้นานแค่ไหน 
 
ข้อมูลจากองค์การอนามัย โควิดสามารถแพร่กระจายผ่านฝอยละอองจากการไอ จาม เหมือนกับโรคที่เกิดจากไวรัสทางระบบทางเดินหายใจอื่น ๆ ที่ติดต่อได้ทาง "ละอองฝอย" การไอเพียงครั้งเดียวสามารถสร้างละอองฝอยได้ถึง 3 พันหยด ซึ่งอาจไปถูกตัวคนอื่น ไปอยู่ตามเสื้อผ้าและพื้นผิวโดยรอบ แต่บางส่วนก็สามารถลอยอยู่ในอากาศได้ 
จึงทำให้เราทุกคนต้องระวังในการสัมผัสสิ่งของต่างๆ ในชีวิตประจำวัน ที่จะต้องใช้มือหยิบจับวัตถุสิ่งของในที่สาธารณะ เช่น ธนบัตร ปุ่มกดลิฟต์ ราวจับบนรถเมล์รถไฟฟ้า ราวบันได ฯลฯ ที่อาจมีไวรัสปนเปื้อนอยู่ก่อนแล้ว เมื่อเราสัมผัสวัตถุเหล่านั้นแล้ว เผลอนำปลายนิ้วมาแตะขอบตา สัมผัสใกล้รูจมูก หรือแม้แต่มุมปาก ก็อาจทำให้ไวรัสเข้าสู่ร่างกายได้ 
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้ให้ข้อมูลว่าเชื้อไวรัสโควิด-19 สามารถติดอยู่ และแพร่เชื้อต่อได้บนพื้นผิวต่างๆ โดยจะมีชีวิตอยู่ได้นานแตกต่างกัน ดังนี้ 
- เชื้อไวรัสที่อยู่ในละอองฝอยน้ำมูก น้ำเสมหะ น้ำลาย และน้ำตา จะอยู่รอดในอากาศได้เพียง 5 นาที 
- เชื้อไวรัสมีชีวิตอยู่บนวัสดุ เช่น พื้น โต๊ะ ลูกบิดประตู ได้นาน 7-8 ชั่วโมง 
- เชื้อไวรัสอยู่ในผ้าหรือกระดาษทิชชูได้นาน 8-12 ชั่วโมง 
- เชื้อไวรัสอยู่บนวัสดุพื้นเรียบได้นาน 24-48 ชั่วโมง 
- เชื้อไวรัสมีชีวิตอยู่ในน้ำได้นาน 4 วัน 
- ในตู้เย็นที่อุณหภูมิต่ำกว่า 4 องศาเซลเซียส เชื้อไวรัสอาจอยู่ได้นานถึง 1 เดือน 
การประเมินในลักษณะนี้ รวมถึงเชื้อไวรัสอื่นๆ ด้วย เช่น เชื้อไวรัสโรค SARS และโรค MERS ไม่ใช่เฉพาะ COVID-19 เท่านั้น
เมื่อเชื้อไวรัสสามารถมีชีวิตอยู่ได้นาน การป้องกันจึงเป็นเรื่องที่ทุกคนควรให้ความสำคัญ โดยทำความสะอาดด้วยพื้นผิวสัมผัส โดยเฉพาะจุดที่มีการสัมผัสร่วม หมั่นล้างมือ เว้นระยะห่างทางสังคม และสวมหน้ากากตลอดเวลาครับ 
ข้อมูลอ้างอิง จากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...