โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แซลมอนจากนอร์เวย์กลายมาเป็นอาหารญี่ปุ่นได้ยังไง แล้วแซลมอนมีกี่ชนิดกันนะ!?

Thaiware

อัพเดต 07 ต.ค. 2562 เวลา 13.00 น. • เผยแพร่ 07 ต.ค. 2562 เวลา 13.00 น. • l3ooK
แซลมอนนอร์เวย์กลายมาเป็นอาหารญี่ปุ่นได้ยังไง, ชนิดของแซลมอน และแซลมอนที่อาจจะไม่ใช่แซลมอนคืออะไรกัน!?

เราเชื่อว่าเมื่อพูดถึงปลาดิบแล้วชื่อแรกๆ ที่คนส่วนมากนึกถึงน่าจะเป็น "ปลาแซลมอน" เนื้อสีส้มสดใสที่เป็นของโปรดของใครหลายๆ คน (รวมทั้งเราด้วย) และเราก็คิดว่าทุกคนคงทราบกันดีว่าวัฒนธรรมการรับประทานปลาดิบนั้นมาจากประเทศญี่ปุ่น แต่ปลาแซลมอนที่เรารับประทานกันอยู่ทุกวันนี้ส่วนมากนำเข้ามาจากประเทศนอร์เวย์ แล้วแซลมอนจากนอร์เวย์ไปโด่งดังที่ประเทศญี่ปุ่นได้อย่างไร? ประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องปลาดิบอย่างญี่ปุ่นนั้นไม่มีปลาแซลมอนเป็นของตัวเองหรือ?

แซลมอนจากนอร์เวย์กลายมาเป็นอาหารญี่ปุ่นได้ยังไง แล้วแซลมอนมีกี่ชนิดกันนะ!?

ภาพจาก : https://myfave.com/singapore/the-bettership-the-cathay-cineplex-five-5-pieces-of-salmon-sashimi-39324

การเดินทางของแซลมอนจากนอร์เวย์สู่ญี่ปุ่น

เนื่องด้วยในช่วงปี 1970 ทางประเทศญี่ปุ่นนั้นกำลังประสบกับปัญหาการเติบโตของเศรษฐกิจและการเพิ่มขึ้นของประชากรที่ทำให้ความต้องการอาหารทะเลเพิ่มขึ้น จนนำไปสู่ปัญหาการจับสัตว์ทะเลมากเกินความจำเป็น ทำให้รัฐบาลญี่ปุ่นต้องจำกัดการล่าอาหารทะเลต่างๆ เพื่อรักษาระบบนิเวศและเริ่มนำเข้าอาหารทะเลจากต่างประเทศแทน

ในขณะที่ทางนอร์เวย์นั้นประสบกับปัญหา“แซลมอนล้นตลาด” จากการทำฟาร์มแซลมอน เมื่อคณะทูตของประเทศนอร์เวย์ได้เข้ามาเชื่อมสัมพันธไมตรีกับทางประเทศญี่ปุ่น ในปี 1974 Thor Listau ที่เป็นสมาชิกในกรมประมงของประเทศนอร์เวย์ได้เล็งเห็นว่าราคาและความต้องการปลาทูน่าในตลาดนั้นค่อนข้างสูง เนื่องด้วยญี่ปุ่นนั้นเป็นประเทศที่นิยมรับประทานปลากันเป็นจำนวนมาก ในขณะเดียวกันแซลมอนของนอร์เวย์นั้นก็เป็นแซลมอนจากฟาร์มที่ไม่มีพยาธิ หากตีตลาดปลาดิบในญี่ปุ่นได้ก็น่าจะทำกำไรให้กับประเทศได้อย่างมากเลยทีเดียว

ดังนั้นปลาแซลมอนจากนอร์เวย์จึงได้เดินทางเข้ามาสู่ประเทศญี่ปุ่นครั้งแรกในปี 1980 โดยในช่วงแรกนั้นคนญี่ปุ่นนิยมเอาแซลมอนมาปรุงสุก ไม่ได้รับประทานเป็นปลาดิบกันเหมือนในทุกวันนี้ ซึ่งเหตุผลที่คนญี่ปุ่นไม่นิยมรับประทานแซลมอนดิบในนั้นเป็นเพราะความจริงแล้วในทะเลแปซิฟิกใกล้กับประเทศญี่ปุ่นนั้นเองก็มีแซลมอนสายพันธุ์นี้อยู่ด้วยเช่นกัน แต่แซลมอนของญี่ปุ่นนั้นเต็มไปด้วยพยาธิจึงไม่เหมาะกับการรับประทานเป็นปลาดิบ ทำให้เมื่อนำเข้าปลาแซลมอนมาจากนอร์เวย์ก็ยังคงไม่กล้ารับประทานเป็นปลาดิบเนื่องจากกลัวว่าจะมีพยาธินั่นเอง

จนกระทั่งในปี 1985 เมื่อ Listau กลับมาที่ประเทศญี่ปุ่นอีกครั้งพร้อมกับคณะรัฐมนตรีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศที่ดูแลในส่วนของการส่งออกอาหารทะเลจากประเทศนอร์เวย์มายังญี่ปุ่น และได้มอบหมายให้ Bjørn Eirik Olsen ตั้ง “Project Japan” ขึ้นมาในปี 1986 เพื่อโปรโมตอาหารทะเลของนอร์เวย์ในประเทศญี่ปุ่น

แซลมอนจากนอร์เวย์กลายมาเป็นอาหารญี่ปุ่นได้ยังไง แล้วแซลมอนมีกี่ชนิดกันนะ!?

ภาพจาก : http://www.kepu.gov.cn/www/article/dtxw/aa7bd4943e2043bb9c4d650b3d544706

แต่ถึงแม้ว่าทางรัฐบาลนอร์เวย์จะพยายามโฆษณาว่าแหล่งน้ำที่เป็นฟาร์มเพาะเลี้ยงแซลมอนในประเทศนอร์เวย์นั้นเป็นแหล่งน้ำที่สะอาด, บริสุทธิ์และมีการควบคุมโรคอย่างดี จึงไม่มีโอกาสที่แซลมอนของนอร์เวย์จะมีพยาธิอย่างแน่นอน แต่เพียงแค่คำโฆษณาลอยๆ นั้นมันยังดูน่าเชื่อถือไม่พอที่จะซื้อใจชาวญี่ปุ่นได้

จุดเปลี่ยนของการรับประทานแซลมอนดิบของคนญี่ปุ่นเกิดขึ้นในปี 1992 จากการที่ Olsen ได้จับมือกับบริษัทผลิตอาหารแช่แข็งของญี่ปุ่นที่มีชื่อว่า Nichirei หลังจากที่ตกลงกันเป็นเวลานานก็ได้ข้อสรุปว่าทางบริษัท Nichirei จะซื้อแซลมอนนอร์เวย์เป็นจำนวน 5,000 ตันได้ในราคาถูก แต่มีข้อแม้ว่าจะต้องนำเอาไปทำซูชิปลาดิบลงขายในร้านค้าต่างๆ ด้วย

ซึ่งหลังจากที่ทาง Nichirei ได้ทำซูชิแซลมอนขายแล้วก็ดูเหมือนว่าคนญี่ปุ่นจะเริ่มเกิดความเคยชินกับแซลมอนดิบกันขึ้นมาบ้างแล้ว และเพราะว่าแซลมอนดิบมีราคาถูก ร้านซูชิสายพานต่างๆ จึงเริ่มนำเอาแซลมอนมาขายบ้างเช่นกัน ซึ่งเมื่อเทียบกับซูชิสายพานชนิดอื่นๆ แล้ว ซูชิแซลมอนถือว่าเป็นซูชิที่มีคุณภาพคุ้มเกินราคาและเป็นที่ชื่นชอบของเด็กๆ เป็นอย่างมาก เนื่องจากมันมีเนื้อสัมผัสที่นุ่ม รสชาติดี มีมันแทรกอยู่ในเนื้อปลาที่กำลังพอดี 

และในปี 1995 ซูชิแซลมอนก็เริ่มได้รับการยอมรับจากร้านอาหารต่างๆ มากขึ้นจนได้มีโมเดลตัวอย่างอาหารในตู้กระจกหน้าร้านเป็นของตนเองเลยทีเดียว (โมเดลอาหารหน้าร้านในประเทศญี่ปุ่นมักจะเป็นเมนูแนะนำหรือเมนูที่ขายดีของทางร้าน) หลังจากนั้นเป็นต้นมา คนญี่ปุ่นก็ให้การยอมรับแซลมอนในฐานะปลาดิบกันอย่างแพร่หลายมากขึ้น (แน่นอนว่าเฉพาะแซลมอนที่มาจากนอร์เวย์เท่านั้นนะ) แต่ถึงอย่างนั้นในร้านอาหารหรูๆ ในญี่ปุ่นก็ยังไม่นิยมเสิร์ฟแซลมอนกันเท่าไรนัก เพราะบางร้านก็ยังถือคติว่าแซลมอนเป็นปลาราคาถูกที่มีเนื้อสัมผัสและสีสันไม่เหมาะกับการนำมาทำเป็นซาชิมิอยู่ดี

แซลมอนจากนอร์เวย์กลายมาเป็นอาหารญี่ปุ่นได้ยังไง แล้วแซลมอนมีกี่ชนิดกันนะ!?

ภาพจาก : https://medium.com/torodex/salmon-sushi-is-not-a-japanese-invention-9189d9cd78b7

แซลมอนมีกี่ชนิด แล้วแซลมอนที่เรารับประทานกันส่วนใหญ่แล้วหน้าตาเป็นยังไงนะ?

1. แซลมอนแอตแลนติก (Atlantic Salmon)

แซลมอนจากนอร์เวย์กลายมาเป็นอาหารญี่ปุ่นได้ยังไง แล้วแซลมอนมีกี่ชนิดกันนะ!?

ภาพจาก : https://tiemthitthudo.vn/ca-hoi-nauy-vs-ca-hoi-sapa/

เป็นแซลมอนที่อาศัยอยู่ในทะเลแอตแลนติกที่ได้รับความนิยมอย่างมาก โดยแซลมอนที่เรารับประทานกันอยู่เป็นประจำที่นำเข้ามาจากประเทศนอร์เวย์นั้นก็เป็นแซลมอนชนิดนี้เช่นกัน

2. ชินุค หรือคิงแซลมอน (Chinook or King Salmon)

แซลมอนจากนอร์เวย์กลายมาเป็นอาหารญี่ปุ่นได้ยังไง แล้วแซลมอนมีกี่ชนิดกันนะ!?

ภาพจาก : https://nkfishingguides.com/spring-chinook-salmon-fishing/

เป็นแซลมอนที่อาศัยอยู่ในทะเลแปซิฟิกฝั่งอเมริกาเหนือและแม่น้ำทางตอนเหนือของอลาสกา ชื่อ “คิง” แซลมอนมาจากขนาดของมันที่ใหญ่กว่าแซลมอนชนิดอื่นๆ โดยแซลมอนชนิดนี้เมื่อโตเต็มที่อาจหนักได้ราว 60 กว่ากิโลได้เลยทีเดียว ซึ่งแซลมอนชนิดนี้จะมีเนื้อที่นุ่มและมีไขมันแทรกมากกว่าแซลมอนแอตแลนติก

3. ชัมแซลมอน (Chum Salmon)

แซลมอนจากนอร์เวย์กลายมาเป็นอาหารญี่ปุ่นได้ยังไง แล้วแซลมอนมีกี่ชนิดกันนะ!?

ภาพจาก : http://www.carkeekwatershed.org/what-the-numbers-mean/dsc_4324/

เป็นแซลมอนที่อาศัยอยู่ในทะเลแปซิฟิก ซึ่งเจ้าชัมแซลมอนนี้เองที่ทำให้ชาวญี่ปุ่นไม่กล้าที่จะรับประทานแซลมอนแบบดิบๆ เนื่องจากมันมีพยาธินั่นเอง ถึงแม้ว่าเนื้อของมันจะไม่ได้รับความนิยมมากนัก แต่ไข่ของแซลมอนชนิดนี้มีขนาดใหญ่และรสชาติดีกว่าไข่ของแซลมอนชนิดอื่นๆ อยู่มากเลยทีเดียว

4. โคโฮแซลมอน (Coho Salmon)

แซลมอนจากนอร์เวย์กลายมาเป็นอาหารญี่ปุ่นได้ยังไง แล้วแซลมอนมีกี่ชนิดกันนะ!?

ภาพจาก : http://seattlefishnm.com/products/factsheets/coho-silver-salmon

เป็นแซลมอนที่อยู่ในทะเลแฟซิฟิกทางตอนเหนือ มีเนื้อสีส้มสดที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับ 2 รองลงมาจากแซลมอนแอตแลนติก

5. แซลมอนสีชมพู หรือแซลมอนหลังค่อม (Pink or Humpback Salmon)

แซลมอนจากนอร์เวย์กลายมาเป็นอาหารญี่ปุ่นได้ยังไง แล้วแซลมอนมีกี่ชนิดกันนะ!?

ภาพจาก : https://www.undercurrentnews.com/2013/11/12/asmi-allocating-1-5m-extra-for-pinks-promotion/

เป็นแซลมอนที่มีขนาดเล็กที่สุด อาศัยอยู่ในทะเลแฟซิฟิกตอนเหนือและอลาสกา นิยมนำมาทำเป็นแซลมอนรมควันเนื่องจากมีเนื้อสีอ่อนและมีไขมันน้อย

6. แซลมอนช็อคอาย (Sockeye Salmon)

แซลมอนจากนอร์เวย์กลายมาเป็นอาหารญี่ปุ่นได้ยังไง แล้วแซลมอนมีกี่ชนิดกันนะ!?

ภาพจาก : https://coldcountrysalmon.com/products/wild-sockeye-salmon-shipped-share

เป็นแซลมอนที่อาศัยอยู่ในทะเลแปซิฟิกตอนเหนือ มีเนื้อสีแดงส้ม และมีไขมันแทรกอยู่น้อย จึงเหมาะกับการรับประทานขณะไดเอทมากเลยทีเดียว

7. แซลมอนสตีลเฮด (Steelhead Salmon)

แซลมอนจากนอร์เวย์กลายมาเป็นอาหารญี่ปุ่นได้ยังไง แล้วแซลมอนมีกี่ชนิดกันนะ!?

ภาพจาก : https://www.mhkmeats.com/december-16-steelhead-salmon

เป็นแซลมอนที่มักทำให้คนเกิดความสับสนว่าความจริงแล้วเป็นปลาแซลมอนหรือปลาเทราท์กันแน่ จนถึงขั้นได้อีกชื่อหนึ่งว่า “แซลมอนเทราท์” เพราะถึงแม้ว่ามันจะเป็นสปีชีส์เดียวกับปลาเทราท์แต่ก็อยู่ในตระกูลเดียวกับปลาแซลมอน

แซลมอนที่อาจไม่ใช่แซลมอน?

ในประเทศจีนที่ขึ้นชื่อเรื่องของเลียนแบบนั้น.. แม้แต่ปลาแซลมอนเองก็ไม่เว้น หลังจากที่มีผลสำรวจออกมาว่าปลาแซลมอนในประเทศจีนบางส่วนนั้นอาจไม่ใช่ปลาแซลมอนแท้ๆ เพราะ 1 ใน 3 ของปลาแซลมอนที่วางขายในประเทศจีนนั้นมาจากอ่างเก็บน้ำ Longyangxia จึงทำให้ปลาแซลมอนส่วนหนึ่งในท้องตลาดของประเทศจีนเป็นปลาเรนโบว์เทราท์ (Rainbow Trout) ทางรัฐบาลจีนก็ได้แก้ปัญหาโดยการประกาศว่าอนุญาตให้เรียกปลาเรนโบว์เทราท์แทนปลาแซลมอนได้ในปี 2018 ที่ผ่านมา (ถือว่าเป็นการแก้ปัญหาที่ชาญฉลาดมากเลยทีเดียว..)

ว่าแต่เจ้าเรนโบว์เทราท์คือปลาอะไร แล้วทำไมถึงอนุญาตให้เรียกว่าแซลมอนได้?

ความจริงแล้วปลาทั้งสองชนิดนี้อยู่ในตระกูล Salmonidae เหมือนกัน แต่ในทางพฤติกรรมการใช้ชีวิตแล้วทำให้มันมีความแตกต่างกัน เพราะเรนโบว์เทราท์ (Rainbow Trout) เป็นปลาน้ำจืด ที่จะอาศัยอยู่ในน้ำจืดตลอดอายุขัย ในขณะที่ปลาแซลมอน (Steelhead Salmon) เป็นปลาน้ำเค็มที่ใช้ชีวิตอยู่ในทะเลแต่จะว่ายทวนน้ำไปวางไข่ที่แหล่งน้ำจืดในฤดูวางไข่เท่านั้น

แซลมอนจากนอร์เวย์กลายมาเป็นอาหารญี่ปุ่นได้ยังไง แล้วแซลมอนมีกี่ชนิดกันนะ!?

ภาพจาก : https://medium.com/@shanghaiist/your-imported-salmon-is-probably-local-rainbow-trout-3286c4ecda5e

จะเห็นได้ว่าความต่างของรูปลักษณ์ภายนอกของปลาทั้ง 2 ชนิดนี้ ปลาเรนโบว์เทราท์ (ภาพล่าง) นั้นจะมีตัวและหัวที่อ้วนกลมกว่าปลาแซลมอน (ภาพบน) ในขณะที่แซลมอนจะมีลายตามตัวน้อยกว่าและมีหางที่เรียวบางกว่า ส่วนเนื้อปลานั้น ปลาเรนโบว์เทราท์จะมีสีที่เข้มกว่าและไขมันแทรกมากกว่า

สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ ปลาเรนโบว์เทราท์เป็นปลาที่อาศัยอยู่ในน้ำจืดจึงสุ่มเสี่ยงต่อพยาธิได้มากกว่าปลาแซลมอนมาก แต่ทั้งปลาเรนโบว์เทราท์และปลาแซลมอนที่คนจีนรับประทานกันนั้นมาจากการเพาะเลี้ยงในฟาร์มด้วยกันทั้งสิ้น ดังนั้นแล้วหากไม่ได้มีการควบคุมระบบฟาร์มให้ก็มีโอกาสที่จะเกิดพยาธิได้ทั้งคู่เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าประเทศจีนจะอนุญาตให้เรียกปลาเรนโบว์เทราท์ว่าปลาแซลมอนได้นั้น ตราบใดที่ประเทศไทยเรายังคงนำเข้าปลาแซลมอนส่วนใหญ่มาจากนอร์เวย์ก็อุ่นใจได้ว่าแซลมอนที่รับประทานกันนั้นเป็นปลาแซลมอนของแท้ แต่สำหรับคนที่จะเดินทางไปประเทศจีนก็เลี่ยงการรับประทานแซลมอนในประเทศจีนน่าจะปลอดภัยกว่า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...