โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

กล้ามเนื้อหดเกร็ง ต้นเหตุของอาการปวดเมื่อย

HonestDocs

อัพเดต 21 ก.ย 2562 เวลา 21.32 น. • เผยแพร่ 21 ก.ย 2562 เวลา 21.32 น. • HonestDocs
กล้ามเนื้อเกร็ง หดเกร็ง กระตุก ตะคริว ตอนนอน ตลอดเวลา จนเครียด ปวดหัว เกิดจากอะไร? กล้ามเนื้อเกร็ง รักษาอย่างไรได้บ้าง? ประคบ เพื่อบรรเทาอาการในเบื้องต้นอย่างไรดี?

กล้ามเนื้อหดเกร็ง (Muscle pain syndrome) หรือที่เรียกว่า กลุ่มอาการ MPS คือ ภาวะที่กล้ามเนื้อมัดนั้นทำงานหนักและหดตัวเป็นเวลานานจนเกิดอาการปวด มักเป็นการปวดตื้อๆ หรือปวดร้าวในกล้ามเนื้อ อาการปวดอาจเกิดขึ้นตลอดเวลา หรือเฉพาะเวลาใช้งานกล้ามเนื้อมัดนั้นก็ได้ 

เกิดที่ไหน

ส่วนมากกล้ามเนื้อหดเกร็งมักเกิดกับกล้ามเนื้อคอ ไหล่ บ่า และหลัง และมักเกิดขึ้นนานกว่า 2 เดือนขึ้นไป จนกลายเป็นอาการปวดเมื่อยเรื้อรังที่รบกวนการทำงานและการใช้ชีวิตประจำวัน

กล้ามเนื้อหดเกร็งเกิดจากอะไร?

กล้ามเนื้อหดเกร็งเกิดจากการออกแรง หรือใช้งานกล้ามเนื้อส่วนนั้นอย่างหนักในท่าทางซ้ำๆ เป็นเวลานาน จนทำให้เส้นใยกล้ามเนื้อหดตัวอย่างต่อเนื่องโดยไม่ได้พักและไม่คลายตัวออก กล้ามเนื้อจึงไม่มีเลือดไปเลี้ยงอย่างเพียงพอทำให้เซลล์กล้ามเนื้อขาดพลังงานและมีของเสียคั่งค้าง ปัจจัยเหล่านี้ทำให้เกิดอาการปวดเมื่อยล้าตามมาได้ หากไม่รักษา หรือไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม กล้ามเนื้อมัดนั้นอาจเกิดการอักเสบเรื้อรังกลายเป็นพังผืด หรือเมื่อคลำดูจะพบเป็นก้อนแข็งๆ ิซึ่งเรียกว่า “จุดกดเจ็บ (trigger point)" ได้

ปัจจัยเสี่ยงของภาวะกล้ามเนื้อหดเกร็ง

ปัจจัยเสี่ยงโดยมากมักเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมในชีวิตประจำวันได้แก่  

  • การออกแรงยกของหนักในท่าเดิมเป็นประจำ
  • การทำงานในท่าทางเดิมซ้ำๆ โดยไม่ได้พัก เช่น คนทำงานรับ-จ่ายของ คนทำงานในโรงงาน คนขับรถประจำทาง พนักงานออฟฟิศ
  • การใช้โทรศัพท์ในท่าก้มหน้า งอหลัง เป็นเวลานานๆ หรือชอบใช้คอและไหล่หนีบโทรศัพท์เวลาคุย
  • การนั่งทำงานกับคอมพิวเตอร์โดยที่ตำแหน่งและความสูงของโต๊ะ-เก้าอี้ไม่เหมาะสม
  • การใช้ไหล่ข้างเดียวสะพายกระเป๋าหนักๆ
  • การนอนโดยใช้เครื่องนอนที่ไม่รับกับสรีระ เช่น นอนหมอนสูง หรือต่ำเกินไป
  • การออกกำลังกายโดยไม่ยืดกล้ามเนื้อก่อนและหลัง
  • การเกิดอุบัติเหตุที่ทำให้เกิดการบาดเจ็บที่กล้ามเนื้อ

นอกจากปัจจัยที่ว่ามาแล้ว ความเครียดก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่กระตุ้นให้กล้ามเนื้อหดเกร็งตัวและทำให้เกิดอาการปวดเมื่อยรุนแรงได้ด้วย

กล้ามเนื้อหดเกร็งเฉียบพลัน vs กล้ามเนื้อหดเกร็งเรื้อรัง

กล้ามเนื้อหดเกร็งเฉียบพลัน (Acute myofascial pain syndrome) 

คือการเกิดอาการปวดจากกล้ามเนื้อหดเกร็งในระยะเวลาไม่เกิน 2 เดือน เช่น ปวดทันทีหลังยกของหนัก หรือปวดจากการออกกำลังกายนาน 1-2 สัปดาห์  สาเหตุมักเกิดจากการใช้กล้ามเนื้ออย่างหนักในท่าทางที่ไม่เหมาะสม หรือกล้ามเนื้อสัมผัสกับความเย็นนานๆ เมื่อได้พักกล้ามเนื้อและดูแลอย่างเหมาะสม อาการปวดมักหายได้เองในเวลาไม่กี่สัปดาห์และไม่ส่งผลให้เกิดอาการปวดเมื่อยในระยะยาว 

การปฐมพยาบาลสำหรับกล้ามเนื้อหดเกร็งเฉียบพลัน ทำได้โดยใช้ลูกประคบ หรือผ้าชุบน้ำอุ่นประคบบริเวณที่ปวดเพื่อให้กล้ามเนื้อคลายตัว หรือจะใช้สเปรย์ฉีดเพื่อคลายกล้ามเนื้อก็ได้ แต่ควรหลีกเลี่ยงการนวด หรือกดแรงๆ เพราะอาจทำให้กล้ามเนื้ออักเสบมากขึ้น

กล้ามเนื้อหดเกร็งเรื้อรัง (Chronic myofascial pain syndrome) 

คือการเกิดอาการปวดจากกล้ามเนื้อหดเกร็งยาวนานกว่า 2 เดือน มักเกิดจากการใช้งานกล้ามเนื้ออย่างหนักและไม่เหมาะสมติดต่อกันเป็นเวลานาน เช่น การทำงานในท่าทางซ้ำๆ อาการปวดของกล้ามเนื้อหดเกร็งเรื้อรังจะเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป เริ่มจากปวดเฉพาะเวลาทำงานก่อน ไปจนถึงขั้นปวดตลอดเวลาจนรบกวนการใช้ชีวิต อาการปวดนี้มักไม่หายไปง่ายๆ จนกว่าจะได้รับการรักษาทางการแพทย์อย่างถูกต้อง

การรักษากล้ามเนื้อหดเกร็ง

แนวทางการรักษากล้ามเนื้อหดเกร็ง สามารถทำได้หลายแนวทาง ดังต่อไปนี้

  • การรักษาด้วยยา เป็นการรักษาที่ปลายเหตุเพื่อบรรเทาอาการปวดและอักเสบเป็นหลัก ซึ่งมีทั้งยากินและยาฉีด เช่น ยาพาราเซตามอล ยาแก้อักเสบกลุ่ม NSAIDs ยาคลายกล้ามเนื้อชั่วคราว ยารักษาเส้นประสาทและลดอาการเกร็ง ยาฉีดชนิด steroid รวมถึงการฉีด Botulinum toxin เพื่อลดการหดเกร็งกล้ามเนื้อด้วย

  • การทำกายภาพบำบัด เป็นวิธีบรรเทาอาการปวดร่วมกับการคลายกล้ามเนื้อ และเพิ่มความยืดหยุ่นแข็งแรงให้กล้ามเนื้อ เพื่อไม่ให้เกิดอาการซ้ำ โดยการกายภาพบำบัดมีอยู่หลายขั้นตอน เช่น การรักษาด้วยความร้อน การบริหารกล้ามเนื้อและการออกกำลังกายโดยใช้ท่าอุปกรณ์ต่างๆ

  • การรักษาด้วยวิธีอื่นๆ ได้แก่ การใช้การแพทย์ทางเลือกเพื่อรักษาอาการปวด เช่น การนวดกดจุด การฝังเข็ม พบว่า การฝังเข็มนั้นสามารถสลายพังผืดในกล้ามเนื้อ ลดการอักเสบเรื้อรัง คลายกล้ามเนื้อที่หดเกร็งตัว และช่วยบรรเทาอาการปวดให้ดีขึ้นได้

การป้องกันกล้ามเนื้อหดเกร็ง

  • ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการทำงานและการใช้ชีวิตอย่างเหมาะสม เช่น หลีกเลี่ยงการยกของหนัก การทำงานในอิริยาบถเดิมนานๆ การก้มคอเล่นโทรศัพท์มากเกินไป 
  • ออกกำลังกายเป็นประจำ เพื่อบริหารกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ให้แข็งแรงและยืดหยุ่น
  • เมื่อออกกำลังกายควรยืดกล้ามเนื้อก่อนและหลังออกกำลังกาย 
  • เลือกเครื่องนอนที่เหมาะสมกับสรีระ 

👨‍⚕️⚕️👩‍⚕️⚕️ ค้นหาโรค อาการ ยา โรงพยาบาล คลินิก และอ่านบทความสุขภาพ เขียนโดยคุณหมอหรือผ่านการรีวิวจากคุณหมอแล้ว ที่ www.honestdocs.co และ www.honestdocs.id 

💪❤️ ไม่พลาดข้อมูลดีๆ ที่จะทำให้คุณแข็งแรงขึ้นทั้งกายและใจ คลิกที่นี่เพื่อแอดไลน์ @honestdocs หรือแสกน QR Code ด้านล่างนี้ และยังติดตามเราได้ที่ Facebook และ Twitter วันนี้

📱📰 โหลดแอป HonestDocs สำหรับ iPhone หรือ Android ได้แล้ววันนี้! จะอ่านบทความ จะเก็บบทความไว้อ่านทีหลัง หรือจะแชร์บทความให้คนที่เราเป็นห่วง ก็ง่ายกว่าเดิมเยอะ

เปรียบเทียบดีลสุขภาพ ทำฟัน และความงาม จาก รพ. และคลินิกกว่า 100 แห่ง พร้อมจองคิวผ่าน HonestDocs คุณหมอมือถือได้เลยวันนี้ ถูกกว่าไปเอง

ขอบคุณที่วางใจ ทุกเรื่องสุขภาพอุ่นใจ ให้ HonestDocs (ออเนสด็อกส์) คุณหมอมือถือ ดูแลคุณ ❤️

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...