โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ซื้อเวลาสั่งแบน"พาราควอต" ผู้ค้าเร่งระบายสต๊อก4พันล้าน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 10 ต.ค. 2562 เวลา 06.04 น. • เผยแพร่ 10 ต.ค. 2562 เวลา 06.03 น.

แบน 3 สารกำจัดศัตรูพืช “พาราควอต-ไกลโฟเซต-คลอร์ไพริฟอส” ฝุ่นตลบ หวั่น กก.วัตถุอันตรายซื้อเวลา “จำกัด” การใช้ต่อไม่ยอมแบน เหตุประชุม 4 ฝ่ายชุด “มนัญญา” ไม่มีอำนาจสั่งห้ามใช้-ห้ามนำเข้า อีกทั้งคำสั่ง “บิ๊กตู่” ก็ไม่ได้บอกให้แบน ร้านขายยากำจัดศัตรูพืชเร่งระบายสต๊อกมูลค่า 4,000 ล้านบาท

การประชุมผู้แทน 4 ฝ่าย (รัฐ-ผู้นำเข้า-เกษตรกร-ผู้บริโภค) เพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืช (พาราควอต-ไกลโฟเซต-คลอร์ไพริฟอส) ตามบัญชาของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในวันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา ได้มีมติในที่ประชุมครั้งสำคัญให้ “แบน” การใช้สารเคมีทั้ง 3 ประเภทโดยมตินี้จะถูกส่งไปยังคณะกรรมการวัตถุอันตราย ซึ่งจะประชุมกันในวันที่ 27 ตุลาคม ท่ามกลางข้อสงสัยว่า ผลการประชุมดังกล่าวจะ “สั่ง” ให้คณะกรรมการวัตถุอันตรายทำการเปลี่ยนแปลงมติจากการ “จำกัด” การใช้สารเคมีพาราควอต-ไกลโฟเซต-คลอร์ไพริฟอสมาเป็น “ยกเลิก” การใช้ได้หรือไม่

มติให้แบนกรมวิชาการมีแต่..

นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานในที่ประชุม 4 ฝ่าย กล่าวว่า ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ 9 ต่อ 0 (สมาคมอารักขาพืชไม่ได้เข้าร่วมการประชุม) ให้ยกระดับสารเคมีทั้ง 3 ชนิดจากวัตถุอันตรายประเภทที่ 3 มาเป็นวัตถุอันตรายประเภทที่ 4 คือ ห้ามผลิต นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครอง โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2562

ขณะที่ น.ส.เสริมสุข สลักเพ็ชร อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า เห็นด้วยที่จะให้มีการพิจารณาสารเคมี 3 ชนิดเป็นวัตถุอันตรายประเภทที่ 4 ตามนโยบายของ น.ส.มนัญญา ที่กำกับดูแลกรมวิชาการเกษตร “แต่การพิจารณายกเลิกการใช้ต้องมีข้อมูลทางวิชาการและข้อเท็จจริงในเชิงประจักษ์และมีความชัดเจน ครบถ้วน รอบด้าน ว่าสารเคมีทั้ง 3 ชนิดเป็นอันตรายต่อมนุษย์จริง จึงจะมีมติตามที่ประชุม 4 ฝ่ายให้ยกระดับสารเคมีเป็นประเภทที่ 4 ได้” น.ส.เสริมสุขกล่าว

กก.วัตถุอันตรายซื้อเวลาต่อ

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานการประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตรายในวันที่ 27 ตุลาคมที่จะถึงนี้ว่า นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม จะเข้าร่วมการประชุมในฐานะประธานในที่ประชุมด้วย โดยมติของคณะกรรมการวัตถุอันตรายครั้งสุดท้าย (18 ก.ย. 2562) มีเพียงรอฟังผลการประชุม 4 ฝ่ายตามบัญชาของนายกรัฐมนตรีกับติดตามความคืบหน้านโยบายของกระทรวงเกษตรฯเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยมีข้อสังเกตว่า “บัญชา” ของนายกรัฐมนตรีสั่งแค่ให้ทั้ง 4 ฝ่ายแสดงความเห็นเพื่อสร้างความเข้าใจในสังคม ไม่ได้สั่งให้พิจารณาว่า “จะยกเลิกหรือไม่ยกเลิก” แต่อย่างใด

ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้ว่า คณะกรรมการวัตถุอันตรายยังคงยืนยันมติเดิม (23 พฤษภาคม 2561) ที่ให้ “จำกัด” การใช้สารพาราควอต-ไกลโฟเซต-คลอร์ไพริฟอสต่อไป โดยจะติดตามและประเมินผลอย่างใกล้ชิดและให้มีการทบทวนมาตรการ “จำกัด” การใช้ภายใน 2 ปี นับตั้งแต่วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 หรือภายในวันที่ 14 ก.พ. 2564 (มติวันที่ 27 พ.ค 2562) แต่หากมีสารเคมีทางการเกษตรใดทดแทนได้ก็สามารถออกมาตรการห้ามการใช้สารเคมีทั้ง 3 ชนิดโดยไม่ต้องรอให้ครบ 2 ปี

“การประชุมวันที่ 27 ตุลาคมจึงน่าจะออกมาในลักษณะของ “รับทราบ” มติของการประชุม 4 ฝ่ายชุดของ น.ส.มนัญญา กับ “รับทราบ” นโยบายของ รมว.กระทรวงเกษตรฯที่มีความเห็นสั่งให้แบน แต่การแบนหรือไม่แบนนั้นจะต้องขึ้นอยู่กับสิ่งที่เรียกกันว่า ข้อมูลทางวิชาการและข้อมูลเชิงประจักษ์ ว่าทั้ง 3 สารเคมีนั้นมีอันตรายต่อมนุษย์จริง แต่ถึงจะมีอันตรายก็ต้องมีสารเคมีที่จะทดแทนในแง่ของประสิทธิภาพและราคาที่เกษตรกรรับได้ด้วย” แหล่งข่าวในกระทรวงเกษตรฯกล่าว

สุดท้ายจึงขึ้นอยู่กับว่าคณะกรรมการวัตถุอันตราย จะ “พลิก” มติตัวเองหรือไม่ โดยแข็งขืนกับกระแสสังคมที่เรียกร้องให้ “แบน” สารเคมีการเกษตรทั้ง 3 ชนิด รวมไปถึงนโยบายของฝ่ายการเมืองโดยเฉพาะพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ต้องการอย่างไร

เผยสต๊อกลับ 34,688 ตัน

ล่าสุด กรมวิชาการเกษตรได้ยอมเปิดเผยปริมาณนำเข้าพาราควอต-ไกลโฟเซต-คลอร์ไพริฟอสระหว่างปี 2558-2562 และปริมาณคงเหลือ ปรากฏ 6 เดือนแรกของปี 2562 มีปริมาณนำเข้า 36,066 ตัน และปริมาณคงเหลือ 34,688 ตัน นอกจากนี้ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” ยังได้ตรวจสอบรายละเอียดเกี่ยวกับการนำเข้าสารเคมีทดแทนที่ชื่อ “กลูโฟซิเนต แอมโมเนีย” ในช่วง 8 เดือนแรก (ม.ค.-ส.ค. 2562 ) มีปริมาณ 1,308 ตัน โดยผู้นำเข้าหลักได้แก่ บจ.ไบเออร์ไทย, บจ.มิลเลนเนียม ฟาร์ม, บจ.เรนโบว์ อโกรไซเอนเซส, บจ.ไซโนเคม ฟาร์มแคร์ และ บจ.เดมาร์ เคมิคอล เวิร์ค ออกระเบียบจำกัดการใช้

อย่างไรก็ตามก่อนที่จะมีการประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตรายในวันที่ 27 ตุลาคมนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยังคงเดินหน้าออกประกาศ “หลักเกณฑ์ในการจำกัดการใช้วัตถุอันตราย พาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส” รวม 5 ฉบับ ให้เกษตรกรต้องผ่านการอบรมและขึ้นทะเบียนและใช้สารเคมี 3 ชนิดก่อนจึงจะมีสิทธิ์ซื้อพาราคอต-ไกลโฟเซต กลูโฟซิเนตได้

โปรโมชั่นโละพาราควอต

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” ได้สำรวจร้านค้าสารเคมีทางการเกษตรและสารเคมีกำจัดศัตรูพืชในหลายจังหวัด พบว่าหลายร้านเริ่มจัดโปรโมชั่นลดราคาสินค้าเพื่อระบายสินค้าที่ค้างสต๊อกก่อนที่จะถึงเส้นตาย “จำกัด” การซื้อเฉพาะเกษตรกรที่ผ่านการอบรมและขึ้นทะเบียนในวันที่ 20 ตุลาคม 2562 โดยเกษตรกรในหลายจังหวัด อาทิ นครสวรรค์, จันทบุรี, ตราด, เพชรบูรณ์ ต่างกล่าวตรงกันว่า รัฐบาลไม่มีความชัดเจนว่า จะเลิกหรือไม่เลิกใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชทั้ง 3 ชนิด ส่วนสารเคมีกำจัดศัตรูพืชชนิดใหม่อย่าง “กลูโฟซิเนต” ที่จะนำมาทดแทนสารเคมีทั้ง 3 ชนิดยังมี “ราคาแพงมาก สูงกว่าตัวเดิม 2-3 เท่า” แต่ร้านจำหน่ายสารกำจัดศัตรูพืชได้นำเข้ามาจำหน่ายให้กับเกษตรกรแล้ว

“กลูโฟซิเนตขายในราคาลิตรละ 480-500 บาท ในขณะที่พาราควอต-ไกลโฟเซตลิตรละ 120-150 บาท โดยสารเคมีตัวใหม่ กลูโฟซิเนต มีอัตราสิ้นเปลืองการใช้เมื่อเทียบกับตัวเดิมถึง 1 เท่า ร้านค้าส่วนใหญ่ในต่างจังหวัดไม่มีการสั่งสต๊อกพาราควอต-ไกลโฟเซต-คลอร์ไพริฟอสมาตั้งแต่ 6 เดือนที่แล้ว เพราะกลัวคำสั่งแบน ที่ยังมีขายอยู่ก็พยายามระบายสต๊อกให้หมดจากปัจจุบันที่มีเหลือตกค้างอยู่ในประเทศ 34,688 ตันหรือมีมูลค่าประมาณ 3,000-4,000 ล้านบาท” ผู้สื่อข่าวประชาชาติธุรกิจรายงาน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...