โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ละครจักรๆ วงศ์ๆ ทางทีวี สะท้อนความเปลี่ยนแปลงของสังคมอย่างไรบ้าง

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 16 ธ.ค. 2564 เวลา 05.03 น. • เผยแพร่ 16 ธ.ค. 2564 เวลา 04.44 น.
สังข์ทอง เวอร์ชั่น พ.ศ. 2561-62 ละครจักรๆ วงศ์ๆ ที่มาแรงมาก ออกอากาศถึง 110 ตอน (ภาพจาก สามเศียร)

ถ้าพูดถึงละครทีวีกระแสดี เรตติ้งพลุ่งกระฉูด แบบเร็ว หลายคนคงคิดนึก “บุพเพสันนิวาส” ละครทีวีที่ออกอากาศทางเมื่อปี 2561 เป็นละครที่ได้รับความนิยมสูงสุดนับตั้งแต่ประเทศไทยเข้าสู่ยุคทีวีดิจิทัลเมื่อปี พ.ศ. 2558 โดยในตอนที่ 15 ซึ่งเป็นตอนจบ มีเรตติ้งทั่วประเทศสูงสุดกว่าทุกตอน ที่ 18.6 หรือมีคนดูเฉลี่ย 12.2 ล้านคน และเรตติ้งเฉลี่ยทุกตอนอยู่ที่ 13.247 หรือมีคนดูเฉลี่ย 8.8 ล้านคนต่อตอน

แต่ละครเรื่องนี้ก็มีเพียง 15 ตอน ขณะที่ละครจักรๆ วงศ์ๆ ส่วนใหญ่มีความยาวประมาณ 30-40 ตอน

หากเป็นเรื่องดังความยาวอาจเพิ่มเป็น 70-80 ตอน และบางเรื่องที่กรแสแรงจริงๆ อาจเพิ่มถึง 100 ตอนก็มีมาแล้ว ตัวอย่างเช่น  แก้วหน้าม้า 2558 มี 102 ตอน, สังข์ทอง 2550-51 มี 106 ตอน, สังข์ทอง 2561-62 มี 110 ตอน แถมเรตติ้งไม่ขี้เหร่เสียด้วย สังข์ทอง 2561-62 มีเรตติ้งเฉลี่ย 6.310 ของตนเอง และตอนที่ 69 (21 ตุลาคม 2561) เรตติ้งสูงสุดถึง 8.472

จากการเก็บข้อมูลวิกิพีเดียรวบรวมรายชื่อละครจักรๆ วงศ์ๆ ไว้หลายสิบเรื่อง เรื่องในลำดับแรกคือ “ปลาบู่ทอง”  ออกอากาศเมื่อปี 2510 ถึงวันนี้ละครจักรๆ วงศ์ๆ ออกอากาศมาประมาณ 50 ปี อะไรทำให้ละครจักรๆ วงศ์ๆ ที่สร้างจากตำนานปรัมปรา หรือนิทานพื้นบ้าน ทำไมยังยืนย่งมาถึงทุกวันนี้ได้

ศิราพร ฐิตะฐาน ณ ถลาง อธิบายเรื่องนี้ไว้ ใน “ละครนิทานจักรๆ วงศ์ๆ ในโทรทัศน์ : กระจกสะท้อนความสืบเนื่องและความเปลี่ยนแปลงของสังคมไทย” (ในท้องถิ่นมีนิทานและการละเล่นฯ สนพ.มติชน กรกฎาคม 2537)

ผู้เขียน (ศิราพร ฐิตะฐาน ณ ถลาง) เสนอว่ารายการทีวีคือ กระจกที่สะท้อนสภาพครอบครัวหรือสภาพสังคม เราจึงสามารถศึกษาความเปลี่ยนแปลงทางสังคมจากรายการโทรทัศน์ได้ ในท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง ที่ดำเนินไป 2 กระแส

1. ความต้องการสืบทอดวัฒนธรรมไทยให้คงอยู่ ถ้าดูจากรายการทีวีก็คือ จดหมายเหตุกรุงศรีฯ, สืบสานงานศิลป์, ความรู้คือประทีป ฯลฯ 2. ความต้องการก้าวไปตามโลกสมัยใหม่ เช่น รายการข่าวต่างประเทศ, ภาพยนตร์บิ๊กซีเนม่า, การ์ตูนทอมกับเจอรี่, ภาพยนตร์จีนกำลังภายใน ฯลฯ

แล้วเหตุใดคนไทยจึงชอบละครจักรๆ วงศ์ๆ

ต้องเริ่มดูจากโครงเรื่อง ที่ส่วนมากเป็นเรื่องชีวิตรักของเจ้าชายที่ออกเดินทางแสวงหาคู่ครอง เจอแล้วก็ต้องพลัดพราก ได้พบอีกนาง สุดท้ายเจ้าชายก็มีชายาหลายคน จนเกิดปัญหาหึงหวงในหมู่ชายาขึ้น นี่คือเรื่อง เมียน้อยเมียหลวง ที่เห็นใน แก้วหน้าม้า, จำปาสี่ต้น หรือปัญหาจากประเพณีไทยเมื่อผู้ชายแต่งงานจะย้ายเข้ามาอยู่บ้านผู้หญิง ก็เกิดความขัดแย้งระหว่างพ่อตากับลูกเขย เช่น สังข์ทอง, สุวรรณหงส์, การะเกด

ละครจักรๆ วงศ์ๆ ทำหน้าที่เป็นทางออกให้กับสมาชิกคู่ที่มีความขัดแย้งในครอบครัว

หากลองวิเคราะห์ละครจักรๆ วงศ์ๆ หลายๆ เรื่อง เราจะพบว่า ละครจักรๆ วงศ์ๆ ให้พอใจและให้ความ ‘ยุติธรรม’ กับบุคคลคนทุกๆ ฝ่ายดังสังเกตได้ว่า นางเอกในนิทานจักรๆ วงศ์ๆ ไม่จำเป็นต้องเป็นเมียหลวงเสมอไป บางเรื่องก็เป็นเมียน้อย บางเรื่องพ่อตาก็ฆ่าลูกเขย ผู้ชมก็จะเลือกชมตอน หรือเรื่องที่ตัวละครที่สวมบทบาทเดียวกับที่ตนเป็นฝ่ายชนะ เช่นนี้ ไม่ว่าจะเป็นเมียหลวง เมียน้อย พ่อตา ลูกเขย ก็ชอบละครจักรๆ วงศ์ๆ ด้วยกันทั้งสิ้น เพราะบางเรื่องบางตอนก็ให้ความ ‘สะใจ’ ในขณะที่ชีวิตจริงทุกฝ่ายต้องอดทน

นอกจากนี้เวลาออกอากศของละครจักรๆ วงศ์ๆ ที่ ในยุคแรก ที่มีเพียงสถานีโทรทัศน์ช่อง 7 คือ หลังข่าวภาคค่ำ ศึ่งเป็นเวลาที่ดีของทีวี  โดยมีสมาชิกแต่ละวัยในครอบครัวตั้งแต่ ปู่ ย่า ตา ยาย พ่อ แม่ ลูก เป็นกลุ่มเป้าหมาย เมื่อผนวกกับเนื้อหาของละครที่สัมพันธ์กับชีวิตและความขัดแย้งในครอบครัวไทยจึงทำให้ได้รับความนิยม

ต่อมาในปี 2528 ทางสถานีได้เปลี่ยนแปลงเวลาออกอากาศมาเป็นเช้าวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 8.00-9.00 น. กลุ่มเป้าหมายเดิมจึงเปลี่ยนเป็นกลุ่มเด็กแทน ผู้ผลิตละครจักรๆ วงศ์ๆ ก็ปรับเปลี่ยนรายละเอียดของเรื่องและการนำเสนอเรื่องเพื่อตอบสนองผู้ชมรุ่นเยาว์ เช่น การเพิ่มตัวละครเด็กเข้าไปทั้งที่เนื้อเรื่องเดิมไม่มี

ขณะเดียวกันการแข่งขันก็มีเพิ่มขึ้น เมื่อสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 ก็เริ่มเข้ามาบุกเบิกละครจักรๆ วงศ์ๆ บ้าง ซึ่งแม้จะเป็นละครจักรๆ วงศ์ๆ มีเจ้าชาย เจ้าหญิงเหมือนกัน แต่สถานีโทรทัศน์ช่อง 3 มักใช้การแต่งนิทานใหม่ในบรรยากาศโบราณ ขณะที่ของสถานีโทรทัศน์ช่อง 7 ยังเป็นนิทานไทยที่มีมาแต่โบราณ

ละครจักรๆ วงศ์ๆ ยังมีกล้า “ฉีกแนว” ด้วยการเปลี่ยนแปลงโครงเรื่อง จากเดิมที่เป็นการสะท้อนความขัดแย้งของคนในครอบครัว ระหว่างเมียหลวงเมียน้อย พ่อตาลูกเขย ฯลฯ  มาเป็นแนว “ปราบมาร” ที่สะท้อนความัดแย้งระหว่างกลุ่มคนในสังคมที่แย่งชิงอำนาจทางการเมืองและผลประโยชน์ที่ขัดกัน

ในส่วนของตัวละครเองก็มีการเปลี่ยนตามไปด้วยเช่นกัน พระเอกหรือเจ้าชายที่เคยมีชายาหลายคนก็เปลี่ยนเป็นมีชายาคนเดียว,  เปลี่ยนจากเรื่องของผู้มีบุญญาธิการเป็นผ็มีความสามารถ, เปลี่ยนให้ตัวละครผู้หญิงมีวิชาความรู้ ไม่ใช่มีแค่ความงาม

แม้ละครจักรๆ วงศ์ๆ จะสร้างจากนิทานปรัมปรา และนำเสนอเรื่องราวย้อนยุคกลับไปหาอดีต ที่ดูเสมือนเรื่องเชยๆ แต่ในความจริงละครจักรๆ วงศ์ๆ กลับร่วมสมัยกับสังคม และผู้คนในเวลานั้น จึงไม่น่าแปลกใจที่ที่มันสะท้อนภาพความเปลี่ยนแปลงของสังคมอย่างต่อเนื่อง

ข้อมูลจาก

คนมองหนัง. อวสาน “สังข์ทอง” และ “ตัวละครนำ LGBT” รายแรกของสามเศียร, มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับวันที่ 22 – 28 มีนาคม 2562

คนมองหนัง.เมื่อ “สังข์ทอง 2561” ออกฉายเกิน 100 ตอน! เตรียมตัวต้อนรับ “ขวานฟ้าหน้าดำ 2562” มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับวันที่ 15 – 21 กุมภาพันธ์ 2562

ศิราพร ฐิตะฐาน ณ ถลาง. “ละครนิทานจักรๆ วงศ์ๆ ในโทรทัศน์ : กระจกสะท้อนความสืบเนื่องและความเปลี่ยนแปลงของสังคมไทย”  ในท้องถินมีนิทานและการละเล่น…การศึกษาคติชนในบริบททางสังคมไทย สนพ.มติชน กรกฎาคม 2537)

เผยแพร่เนื้อหาในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 3 ตุลาคม 2562

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...