โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

AAV เด้งแรง...ราคาหุ้นถูกจนน่าลงทุนจริงไหม?

efinanceThai

เผยแพร่ 04 มี.ค. 2563 เวลา 02.29 น.

AAV รีบาวด์แรง 19% หลังร่วงต่ำสุดในรอบ 5 ปี นับตั้งแต่เข้าตลาด หลังได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ฉุดผลงานปีนี้ขาดทุนอ่วม โบรกฯคาดขาดทุนเพิ่มขึ้นกว่า 100% จากปีนี้ แต่ประเมินฟื้นตัวเร็วสุดในช่วงไตรมาส 4/63 ส่วนปี 64 อาจได้เห็นพลิกกำไร นักวิเคราะห์เชียร์ “ซื้อ” มองราคาหุ้นสะท้อนข่าวร้ายไปมากแล้ว ราคาปัจจุบันถูกมาก เทรดบน P/BV ที่ 0.33 เท่า

ราคาหุ้น บมจ.เอเชีย เอวิเอชั่น หรือ AAV วานนี้ปรับตัวขึ้นมาแรง 19.05% มาปิดที่ระดับ 1.50 บาท ท่ามกลางบรรยากาศตลาดหุ้นที่กลับมารีบาวด์แรงอีกครั้ง หลังจากหลายๆ ประเทศเริ่มออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ขณะที่ปริมาณการซื้อขาย AAV หนาแน่นผิดปกติถึง 138.86% เมื่อเทียบกับ 5 วันทำการก่อนหน้า

ทั้งนี้ หากดูความเคลื่อนไหวของราคาหุ้น AAV จะพบว่า ปัจจุบันราคาหุ้นนั้นร่วงลงมาอยู่ในระดับที่ต่ำสุดนับตั้งแต่เข้าตลาดเมื่อปี 2555 ซึ่งราคาหุ้นเคยลงไปแตะระดับต่ำสุดที่ 3.04 บาท จึงเกิดคำถามว่า นี่ผ่านจุดต่ำสุดของ AAV หรือยัง  

*** ไตรมาส 4/62 ขาดทุนลด กำไรขั้นต้นเพิ่ม

บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส เปิดเผยว่า ผลงานไตรมาส 4/62 ของ AAV ขาดทุนสุทธิ 72 ล้านบาท ซึ่งลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ขาดทุน 270 ล้านบาท เนื่องจากรายได้ค่าโดยสารเส้นทางในประเทศเพิ่มขึ้น โดยรายได้รวม +3.5%YoY และต้นทุนลดลง -1.5%YoY ซึ่งหลักๆมาจากต้นทุนเชื้อเพลิงต่ำลง ทำให้กำไรขั้นต้นเพิ่มเป็น 596 ล้านบาท แต่ค่าใช้จ่ายดำเนินงานอื่นๆสูงทำให้ขาดทุนจากการดำเนินงาน หากไม่รวมรายการพิเศษด้าน FX และ Deferred tax พบว่า เป็น Core loss 127 ล้านบาท ส่วนทั้งปี 62 มีขาดทุนสุทธิและ Core loss เท่ากับ 474 และ 666 ล้านบาท ตามลำดับ

*** โควิด -19 กระทบปี 63 ขาดทุนอ่วม แต่คาดปี 64 พลิกเป็นกำไร

บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส เปิดเผยว่า โควิด - 19 กระทบผลประกอบการปี 63 มาก และแม้ว่าทางภาครรัฐไทยจะช่วยลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันเครื่องบินสำหรับเส้นทางในประเทศลงเป็น 0.2 บาท/ลิตร ถึงสิ้นก.ย.63 ซึ่งทำให้ AAV มีต้นทุนลดลง 75-80 ล้านบาทต่อเดือน แต่ก็ช่วยได้เพียงบางส่วนเท่านั้น

ทั้งนี้ คาดว่า ขาดทุนสุทธิในปี 63 แต่จะพลิกเป็นกำไรสุทธิได้ในปี 64 ทางดีบีเอสปรับลดคาดการณ์ผลประกอบการปี 63 เป็นขาดทุนสุทธิ 917 ล้านบาท แล้วพลิกเป็นกำไรสุทธิ 376 ล้านบาทในปี 64 สะท้อนเรื่องการแพร่ระบาดไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในปีนี้

บล.บัวหลวง ระบุว่า เบื้องต้นคาดว่าการแพร่ระบาดของ COVID-19 จะส่งผลให้รายได้รวมในปี 2020 ลดลง 7-8% จากจำนวนผู้โดยสารที่ลดลง 5-6% ในขณะที่ต้นทุนที่ผันแปรตามรายได้อาจปรับลดลงได้ราว 2,860 ล้านบาท นอกจากนี้ AAV ได้ศึกษาการลดต้นทุนและมีการเจรจากับ AOT เพื่อขอลดภาษีสนามบิน และค่าธรรมเนียมการใช้สนามบินซึ่งอาจส่งผลให้ sentiment การท่องเที่ยวดีขึ้น

*** คาดกำไรฟื้นตัวเร็วสุดในไตรมาส 4/63

บล.เอเชีย พลัส ระบุว่า แม้สถานการณ์ไวรัสโค - วิด 19 ในจีนมีสัญญาณดีขึ้น จากจำนวนผู้ติดเชื้อน้อยลง ขณะที่ผลกระทบการระบาดไปยังประเทศอื่นๆ เช่น เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น อิหร่าน และอิตาลี ประเมิน AAV ได้รับผลกระทบจำกัด เนื่องจากไม่มีเส้นทางในจุดหมายดังกล่าว แต่จากความเสี่ยงในประเทศไทยเพิ่มขึ้น เชื่อว่า อาจทำให้ผลกระทบของโค - วิด 19 น่าจะสูงกว่าที่คาดไว้ จึงปรับลดประมาณการปี 2563 โดยปรับเพิ่มขาดทุนอีก 65% เป็น 1.25 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 164% yoy โดยการลดสมมติฐาน Load Factor ความหวังการฟื้นตัวมีกำไรอาจจะคาดหวังเร็วสุดในไตรมาส 4/63

*** โบรกฯ แนะ“ซื้อ” เหตุราคาถูกมาก ประเมินร่วงแรงสะท้อนข่าวลบพอแล้ว

บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส ระบุว่า มูลค่าหุ้น AAV ปัจจุบันถูกมาก โดยมองว่าราคาหุ้นที่ร่วงลงแรงและต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 55 ได้สะท้อนผลกระทบ COVID-19 ไปแล้วพอควร ณ ราคาปัจจุบันซื้อขายที่ P/BV ปี 63F ที่ 0.33 เท่า (ต่ำกว่า -2SD ของค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี) จึงแนะนำ ซื้อ ให้ราคาพื้นฐานใหม่ 1.75 บาท อิงกับ P/BV ปีนี้ที่ 0.45 เท่า

เช่นเดียวกับ บล.บัวหลวง ที่มองว่า ราคาหุ้น AAV ได้สะท้อนภาพรวมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในระดับหนึ่งแล้วประกอบกับภาครัฐและ AOT อาจมีช่วยเหลือสายการบินและกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศได้ในอนาคต คาดว่าราคาหุ้น AAV จะกลับมาปรับตัวดีขึ้นอีกครั้ง พื้นฐานคงคำแนะนำ ซื้อ

แต่ บล. เอเชีย พลัส กลับแนะนำ ให้ เปลี่ยนตัวเล่นไป AOT กระทบในประเทศน้อยกว่าและธุรกิจระยะยาวมั่นคงสูงเพราะยังมีความเสี่ยงรับผลกระทบความกังวลการระบาดในประเทศที่สูงกว่ารายอื่น ประกอบกับ มูลค่าพื้นฐานอิงวิธี  EV/EBITDAR ภายใต้ประมาณการใหม่ จึงลดลงมาเหลือ 1.5 บาท

แม้โบรกเกอร์จะแนะซื้อ เพราะมองว่า AAV นั้นราคาลงมาแรงมาก จนต่ำกว่าราคาไอพีโอที่ระดับ 3.70 บาท และเมื่อเทียบกับมูลค่าที่เหมาะสมนั้นก็ยังมีอัพไซด์ให้ลุ้น แถม P/BV ก็ต่ำมาก แต่การบุ่มบ่ามเข้าไปโดยไม่ดูภาวะตลาดโดยรวมไม่น่าจะใช่กลยุทธ์ที่ดีในช่วงที่ตลาดหุ้นสามวันดีสี่วันไข้เช่นนี้ เพราะหุ้นที่ว่าถูกแล้วเราอาจได้ของถูกกว่า ดังนั้น จึงควรจับจังหวะตลาดดูแนวรับ หาแนวต้านให้ดีก่อนเข้าลงทุน

ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...