โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

'อุณหภูมิร่างกาย' แค่ไหนคือปกติ แล้ววัดไข้ยังไงให้ชัวร์?

กรุงเทพธุรกิจ

เผยแพร่ 27 มี.ค. 2563 เวลา 09.10 น.

สถานการณ์โรคระบาด "โควิด-19" ในประเทศไทยยังคงน่าเป็นห่วงเพราะจากการแถลงข่าวอัพเดทจำนวนผู้ติดเชื้อจากกระทรวงสาธารณสุขและศูนย์โควิด-19 พบว่ามีจำนวนมากขึ้นทุกๆ วัน สิ่งที่คนไทยทุกคนช่วยประเทศไทยได้ในตอนนี้คือต้อง "อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ" หากใครยังกังวลว่าตัวเองจะติดเชื้อและมีอาการป่วยหรือไม่? แนะนำให้เช็ค "อุณหภูมิร่างกาย" ทุกวันเพื่อจะได้ทราบว่าตนเองมีไข้สูง ร่วมกับมีอาการไอแห้ง หายใจเหนื่อยหอบด้วยหรือไม่

ในส่วนของการวัดค่า "อุณหภูมิร่างกาย" ให้แม่นยำเพื่อหาว่า "อุณหภูมิร่างกายปกติ" หรือ "มีไข้" ต่างกันอย่างไรนั้น สิ่งแรกคือควรเลือกใช้ เครื่องวัดอุณหภูมิหรือเทอร์โมมิเตอร์ให้ถูกประเภท และเลือกใช้แบบที่แม่นยำที่สุด โดยมีข้อมูลจากแพทย์รามาธิบดีคนหนึ่งที่ใช้ชื่อบนสื่อสังคมออนไลน์ว่า "Chaval Detasvanong" ได้อธิบายเรื่องนี้ให้เพื่อนเข้าใจอย่างถูกต้อง และเพื่อนผู้ใช้ชื่อสื่อสังคมออนไลน์ว่า  "Visroot chanpensri" ก็ได้นำคำแนะนำนี้มาเผยแพร่บนโลกออนไลน์ จนกลายเป็นไวรัลแพร่สะพัดไปทั่ว ทำให้คนอื่นๆ ได้เข้าใจอย่างถูกต้องตามไปด้วย

  • รู้แล้วจำ! "อุณหภูมิร่างกายปกติ" อยู่ที่ 36.8-37.8 องศาฯ

โดยหลักๆ แล้วคุณหมอรามาฯ ท่านนี้ได้อธิบายว่า การ "วัดไข้" ที่ได้ประสิทธิภาพมากที่สุดและบอกค่า "อุณหภูมิร่างกายปกติ" ได้แม่นยำ คือ การวัดด้วยปรอทวัดไข้แบบดั้งเดิม เสียบวัดไข้ที่ใต้รักแร้ จะได้ผลที่แม่นยำที่สุดเพราะเป็นการตรวจวัดแบบ Direct ไม่ผ่านตัวกลาง อีกทั้งอาการไข้อย่างเดียวไม่สามารถยืนยันได้ทันทีว่าติดโรคโควิด-19 เพราะอาการไข้เกิดได้หลากหลายสามเหตุมาก แต่อาการสำคัญของโรคโควิด-19 คือ หอบเหนื่อย ไอมาก เป็นต้น

คุณหมอคนดังกล่าวยังให้ความรู้เพิ่มเติมว่า อุณหภูมิปกติของร่างกายคนเราจะอยู่ที่ประมาณ 36.8 - 37.8 องศาเซลเซียส หากวัดค่าได้อุณหภูมิที่สูงกว่า 37.8 องศาเซลเซียส จึงจะถือว่ามีไข้ และยังอ้างอิงบทความวิชาการของต่างประเทศว่าในการวัด "อุณหภูมิร่างกาย" ของผู้ป่วยจะนับที่อุณหภูมิประมาณ 37.2 - 37.7 องศาเซลเซียส ถึงจะเรียกว่ามีไข้ ไม่มีทางที่"อุณหภูมิร่างกายปกติ" จะต่ำว่า 36 องศาเซลเซียส 

หากใครยังสงสัยเรื่อง "อุณหภูมิร่างกายปกติ" และการเลือกใช้เครื่องวัดไข้ให้เหมาะสม สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ ‘อุณหภูมิร่างกายปกติ’ ควรอยู่ที่เท่าไหร่ รู้ทัน ‘โควิด-19’‘เครื่องวัดอุณหภูมิ’ มีกี่ประเภท? ซื้อได้ที่ไหน? จำเป็นต้องมีไหม?

158529987390
158529816828
  • อาการไข้เกิดได้หลายสาเหตุ อย่าด่วนสรุป!

นอกจากนี้ยังข้อมูลจาก ศ.นพ.เกรียงศักดิ์ จีระแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่า ไข้หรือตัวร้อน หมายถึง อุณหภูมิกายเพิ่มสูงกว่าปกติ หากเป็นอุณหภูมิที่วัดทางปากต้องสูงเกิน 37.2 องศาฯ เวลาที่มีไข้ไม่จำเป็นว่าทุกส่วนของร่างกายจะต้องร้อนเท่ากันหมด อาจร้อนที่ศีรษะ ลำตัว และแขนขา แต่ฝ่ามือฝ่าเท้าเย็น 

สำหรับสาเหตุของ "อาการไข้" นั้นมีมากมาย และมีระยะเวลาที่ไข้จะปรากฏในแต่ละโรคจะยาวนานต่างกัน เช่น

- ไข้หวัดธรรมดา: ผู้ป่วยจะมีไข้ต่ำ น้ำมูกไหล ไอ จาม คัดจมูก อาการไข้จะมีอยู่ ราว 3-4 วันก็หายไปหากไม่มีโรคแทรกซ้อน

- ไข้หวัดใหญ่: ผู้ป่วยจะมีไข้ ปวดเบ้าตา ปวดท้อง ปวดเมื่อยตามแขนขา ไข้อาจสูงถึง 40 องศาฯ อาการไข้ปรากฏอยู่ 3-5 วัน

- ไข้เลือดออก: มีไข้สูงประมาณ 3-4 วัน ร่วมกับอาการซึม ใบหน้าแดง เบื่ออาหารอย่างมาก คลื่นไส้ อาจมีอาเจียนเป็นเลือดหรือถ่ายอุจาระสีดำ

- ไข้ไทฟอยด์: ผู้ป่วยจะมีไข้ ซึม ถ่ายอุจจาระเหลว หรือท้องผูก หากไม่รักษาจะมีไข้อยู่นาน 3 สัปดาห์ และมีโรคแทรกซ้อนทางลำไส้ เช่น แผลที่ลำไส้ ลำไส้ทะลุ ตับอักเสบ มีดีซ่าน เป็นต้น

- ปอดอักเสบหรือปอดบวม: มีไข้หวัดนำมาก่อน 2-3 วัน ต่อมามีอาการไข้สูงขึ้น ไอมากขึ้น หายใจเร็ว หายใจหอบ เบื่ออาหาร กินไม่ได้ โดยปกติผู้ป่วยจำเป็นต้องอยู่รักษาในโรงพยาบาลและอาจต้องให้ออกซิเจนเพื่อแก้ไขภาวะเลือดขาดออกซิเจน

158529906755

ที่มา: คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล, FB Visroot chanpensri

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...