โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ฟักทอง พืชสวนครัวยอดนิยม ปลูกง่าย ขายดีตลอดทั้งปี

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 30 ส.ค. 2566 เวลา 02.33 น. • เผยแพร่ 29 ส.ค. 2566 เวลา 23.00 น.

ฟักทอง เป็นพืชสวนครัวที่ได้รับความนิยมตลอดทั้งปี เพราะปลูกดูแลง่าย สามารถนำมาแปรรูปเป็นอาหารทั้งคาวและหวาน โดยทั่วไป ฟักทอง 1 ต้น จะให้ผลผลิตเฉลี่ย 5-7 ผล ปลูกฟักทอง 1 ไร่ ให้ผลผลิตประมาณ 1-1.5 ตัน หากมีการดูแลจัดการที่ดี ให้ปุ๋ยเต็มที่ จะได้ผลผลิตที่เป็นน้ำหนักสดถึง 2 ตัน สำหรับฟักทองพันธุ์เบา ปลูกได้ 50-60 วัน ก็เก็บผลได้ ส่วนฟักทองพันธุ์หนัก หากปลูกในเดือนกุมภาพันธ์จะเก็บผลได้ในเดือนมิถุนายน โดยทยอยเก็บไปได้เรื่อยๆ จนถึงเดือนกรกฎาคม

การปลูกฟักทอง

ฟักทอง เติบโตได้ดีในดินร่วนปนทราย ที่มีการระบายน้ำดี มีค่าความเป็น กรด-ด่าง ของดินระหว่าง 5.5-6.8 ปลูกฟักทองไม่ใช่เรื่องยาก คล้ายกับการปลูกแตงโม เนื่องจากฟักทองเป็นพืชที่มีระบบรากลึก ควรขุดไถดินลึกประมาณ 25-30 เซนติเมตร ตากดินทิ้งไว้ 5-7 วัน เพื่อฆ่าเชื้อโรคและวัชพืช ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก ปรับปรุงสภาพดินให้ร่วนซุย

เนื่องจากธรรมชาติของต้นฟักทอง เป็นพืชที่มีลำต้นเลื้อยและให้ผลใหญ่ จึงต้องใช้พื้นที่ปลูกมาก จึงนิยมปลูกในระยะ 3×3 เมตร ส่วนฟักทองพันธุ์เบา ให้ผลขนาดเล็ก นิยมปลูกในระยะ 75×150 เซนติเมตร ขุดหลุมปลูกลึก 3-5 เซนติเมตร หยอดเมล็ดพันธุ์หลุมละ 3-5 เมล็ด หลังกลบหลุมให้ใช้ฟางข้าวแห้งคลุมแปลงปลูก เพื่อรักษาความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหน้าดิน

เมื่อต้นกล้างอกจะมีใบจริง 2-3 ใบ ควรถอนแยกต้นที่ไม่สมบูรณ์ทิ้งไป เหลือต้นที่สมบูรณ์แข็งแรง เหลือหลุมละ 2 ต้น และรดน้ำทุกวัน เมื่อต้นกล้าเจริญจนไม่มีใบจริง 4 ใบ ช่วงนี้ให้ใส่ปุ๋ยแอมโมเนียมซัลเฟต หรือปุ๋ยผัก (21-0-0) ละลายน้ำแล้วใช้รดต้นฟักทอง ต้องรดน้ำทุกวัน เมื่อต้นฟักทองเริ่มออกดอก ใส่ปุ๋ยเคมี สูตร 15-15-15 โรยรอบๆ ต้นแล้วรดน้ำตามและใส่ปุ๋ยอีกครั้ง เมื่อฟักทองเริ่มติดผลอ่อน สำหรับฟักทองพันธุ์หนักให้ผลโต อายุเก็บเกี่ยวยาวนาน ควรใส่ปุ๋ยให้ มากกว่าต้นฟักทองพันธุ์เบา ควรรดน้ำแปลงปลูกฟักทองทุกวัน แต่งดรดน้ำ 15 วัน ก่อนเก็บผลแก่

เทคนิคช่วยผสมเกสรฟักทอง

โดยธรรมชารติแล้ว ต้นฟักทองจะออกดอกเดี่ยวอยู่ตามข้อใบแยกเพศ มีกลีบเลี้ยงสีเขียว กลีบดอกมีสีเหลือง 5 กลีบ ดอกตัวเมีย จะมีรังไข่กลมยาว 2-5 เซนติเมตร ลักษณะคล้ายผลฟักทองขนาดเล็ก ส่วนของยอดเกสรมี 2-5 แฉก ดอกฟักทองตัวเมีย

ในระยะแรกของการเจริญเติบโต ฟักทองจะมีแต่ดอกตัวผู้ ส่วนดอกตัวเมียจะเริ่มมีตั้งแต่ข้อที่ 12-15 เป็นต้นไป ส่วนใหญ่ดอกที่เกิดปลายเถาและเถาแขนงจะเป็นดอกตัวเมีย โดยทั่วไปนิยมใช้วิธี “การต่อดอก” โดยปลิดกลีบดอกตัวผู้ออก แล้วนำไปเคาะให้ละอองเกสรตกลงบนดอกตัวเมีย การต่อดอกฟักทอง ดอกตัวเมียและตัวผู้ของฟักทองจะเริ่มบานในช่วงเวลา 03.30-06.00 น. อับละอองเรณูของฟักทองจะแตกระหว่าง เวลา 21.00-03.00 น. ละอองเรณูจะมีชีวิตอยู่ได้ประมาณ 16 ชั่วโมง

หลังอับละอองเรณูแตกยอด เกสรตัวเมียจะพร้อมรับการผสมเกสรก่อนดอกบาน 2 ชั่วโมง และหลังดอกบาน 10 ชั่วโมง ดังนั้น ในช่วงเวลาที่มีความเหมาะสมต่อการช่วยผสมเกสรฟักทอง คือ ตั้งแต่เวลา 06.00-09.00 น. เมื่อดอกฟักทองกำลังบานให้เลือกดอกตัวผู้ เด็ดมาแล้วปลิดกลีบดอกออกให้หมด นำไปเคาะละอองเกสรตัวผู้ให้ตกลงบนดอกตัวเมีย ถ้าติดผลจะให้ผลอ่อน ถ้าไม่ติดผลดอกตัวเมียจะฝ่อไป

ขณะที่เกษตรกรบางรายนิยมใช้วิธีการล่อแมลงช่วยผสมเกสร โดยนำนมผงที่ใช้เลี้ยงทารกผสมน้ำพอประมาณ พ่นใส่ดอกฟักทองในระยะที่ดอกกำลังบาน เพื่อล่อแมลงมาช่วยผสมเกสร วิธีนี้ช่วยให้ฟักทองติดผลทุกเถา โดยไม่ต้องต่อดอก

ฟักทองผลแก่ สามารถสังเกตได้จากสีเปลือก คือ ผลฟักทองมีนวลขึ้นตั้งแต่ขั้วไปจนตลอดก้นผล แสดงว่า ผลฟักทองแก่จัด ควรเก็บผลฟักทองให้เหลือขั้วติดไว้พอประมาณเพื่อช่วยให้เก็บรักษาได้นานขึ้น โดยไม่ต้องใส่ตู้เย็น

เผยแพร่ในระบบออนไลน์เป็นครั้งแรก เมื่อวันพฤหัสที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2563

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...