คลิปทรงคุณค่า การฟิตซ้อมของ‘จอมเตะบางนกแขวก’อภิเดช ศิษย์หิรัญ ยอดมวยไทยตลอดกาล
คลิปทรงคุณค่า การฟิตซ้อมของ‘จอมเตะบางนกแขวก’อภิเดช ศิษย์หิรัญ ยอดมวยไทยตลอดกาล
https://www.facebook.com/david.leonardobarcena/videos/10221337462938924/?t=19
คลิปทรงคุณค่าหาดูยาก การฟิตซ้อมของ‘จอมเตะบางนกแขวก’อภิเดช ศิษย์หิรัญ ยอดมวยไทยตลอดกาล
อภิเดช ศิษย์หิรัญ นักมวยไทยคนเดียวที่มีลูกเตะเป็นอาวุธสำคัญ สามารถชงเท้าเข้าก้านคอคู่ต่อสู้แล้วไล่ลงมาถึงขาพับ 3 จังหวะด้วยความรวดเร็ว จนได้รับฉายาที่คนสมุทรสงครามฟังแล้วภาคภูมิใจหนักหนาว่า
“จอมเตะแห่งบางนกแขวก”
อภิเดช มีนามจริงว่า ณรงค์ ทรงมณี ชื่อเล่น ‘ตัง’ เป็นบุตรของนายพยอม ญาณ ประทีป (พ่อเลี้ยง) กับนางเสงี่ยม ทรงมณี (แม่จริง) อาชีพทำสวนมะพร้าว เกิดเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2484 ที่ตำบลบางนกแขวก อำเภอบางคนที เหนือวัดเจริญสุขารามขึ้นไปเล็กน้อย จังหวัดสมุทรสงคราม
นิสัยส่วนตัวเป็นคนสุภาพ เรียบร้อย ขี้อาย ไม่ชอบเที่ยวเตร่เหมือนวัยรุ่นคนอื่น ชีวิตในวัยเด็กเรียนหนังสือไม่ค่อยเก่งแต่มีความสามารถเล่นกีฬาได้ดีแทบทุกชนิด โดยเฉพาะ ฟุตบอล ตะกร้อ กระโดดสูง ค้ำถ่อ และวิ่งจนเป็นนักกีฬาคนเก่งของเรียนวัดเจริญสุขารามวรวิหาร ไปแข่งที่ไหนต้องคว้าชัยชนะมาอวดทางบ้าน และเพื่อนนักเรียนเสมอ
ขณะศึกษาระดับมัธยมศึกษาอยู่ที่โรงเรียน"เมธีชุณหะวัณวิทยาลัย" ชั้น ม.2 นได้พบกับครูพละคนแรกคือ ครูสุพร วงศาโรจน์ ซึ่งมองเห็นหน่วยก้านเข้าทีดีจึงเริ่มสอนวิชากระบี่ กระบอง พลอง และไม้สั้นให้ ต่อมาสอนแม่ไม้มวยไทยให้ เมื่อเห็นว่ามีความสนใจขนาดชวนครูซ้อมมวยอยู่เสมอ 3-4 เดือนต่อมาก็ร้อนวิชาไปเปรียบมวยครั้งแรกที่อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี เป็นมวยประกอบรายการ และสามารถคว้าชัยชนะมาได้ หลังจากนั้นไม่ว่าจะมีงานวัด หรืองานวิก อภิเดชต้องพาตัวเองไปขึ้นเวทีด้วยทุกครั้งที่ได้ยินเสียงปี่ กลอง เสียงฉิ่ง
วันหนึ่งที่จังหวัดราชบุรี นายเกษม เอี่ยมภิญโญ ผู้จัดรายการมวยกรุงเทพฯมาพบเข้าชอบใจในลีลาการต่อสู้จึงชวนไปชกมวยที่กรุงเทพฯ โดยใช้ชื่อว่า “อภิเดช ลูกพรชัย” ชกทีไรคนบางนกแขวก ต้องขนกันไปเชียร์กลุ่มใหญ่ จนได้รับชัยชนะตลอด
มาเขารู้จักคำว่าแพ้ เมื่อชกกับ “โกมารเดช” โดยถูกน๊อคยกที่สอง เพราะต่างคนต่างสับศอกเข้าใส่กันท่ามกลางเสียงเชียร์ที่ดังกระหึ่มทั้งสนาม ผลปรากฏว่า โกมารเดชกระเด็นตัวลอยไปติดเชือก ส่วนอภิเดชโดนเข้าแสกคาง กระเด็นหัวน๊อคพื้น และแพ้น๊อคอีกครั้งให้ “สินชัย” แต่สามารถล้มสินชัยได้อย่างสอนมวยในเวลาต่อมา
อภิเดช ศิษย์หิรัญ เป็นชื่อที่ได้รับปลุกเสกใหม่ เมื่อ ครูสุพร วงศาโรจน์ พาไปฝากเป็นศิษย์ที่ค่ายมวย "ศิษย์หิรัญ" ของครูเกษม และคุณองุ่น เอี่ยมภิญโญ
ระยะนั้นชื่อ "อภิเดช" เป็นที่รู้จักไปทั่วประเทศ เคยคาดเข็มขัดแชมป์ทีเดียวถึง 5 เส้น ไม่มีนักมวยคนใดหาญเข้าต่อกร ใครชกกับอภิเดชมีหนทางเสียมวยมากกว่าได้ สอนมวยไม่ว่าจะเป็นนักชกฉกาจฉกรรจ์อย่าง อดุลย์ ศรีโสธร แชมป์มงกุฎเพชร, ‘เสือขาว’แดนชัย เพลินจิต, ‘จอมบุก’สมพงษ์ เจริญเมือง, ‘จรวดทัพฟ้า’ราวี เดชาชัย และ ‘ปลิวใจเพชร’เดชฤทธิ์ อิทธิอนุชิต เหล่านี้ล้วนเคยลิ้มรสแข้งมาแล้วทั้งนั้น
อภิเดช ศิษย์หิรัญ หันไปชกมวยสากลตามแบบอย่างของ เดชฤทธิ์ อิทธิอนุชิต ในรุ่นเวลเตอร์เวท ชิงแชมป์มวยสากลทั้งเวทีราชดำเนินและลุมพินี สำเร็จทั้ง 2 เวที ได้ขึ้นชกกับนักมวยต่างชาติ เอลิลิโอ อรันดา ชนะแค่ยกแรก เป็นแชมป์ภาคตะวันออก ต่อมาชกป้องกันตำแหน่งกับนักมวยชาวญี่ปุ่นอีก 2 ครั้ง มีแข็งแรงก็มีอ่อนแอมีชนะก็มีแพ้ มีรุ่งเรืองก็มีเสื่อมถอย นี่เป็นสัจธรรมของชีวิตไม่มีผู้ใดยกเว้น แม้แต่ “จอมเตะแห่งบางนกแขวก”
เมื่อสังขารไม่ไหวขณะที่หัวใจยังเต็มร้อย อภิเดช ศิษย์หิรัญ จำเป็นต้องแขวนนวมและหายไปจากวงการมวยหลายปี โดยไปประกอบอาชีพค้าขายมะพร้าว กับภรรยาและลูกอีก 3 คนที่ห้วยขวาง กรุงเทพฯ ก่อนหวนกลับมาสู่วงการมวยเป็นเทนเนอร์ค่ายแฟร์เท็กซ์
เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2548 องค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสงคราม ร่วมกับจังหวัดสมุทรสงคราม จัดพิธีเชิดชูเกียรติ และมอบโล่ประกาศเกียรติคุณให้กับ อภิเดช ศิษย์หิรัญ เนื่องจากเป็นบุคคลที่ทำคุณประโยชน์ และสร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัด เพื่อเป็นการยกย่อง และเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับเยาวชนรุ่นหลังได้ไปศึกษาเป็นแบบอย่าง
อภิเดช ศิษย์หิรัญ ได้สร้างชื่อเสียงด้านกีฬาให้กับจังหวัดสมุทรสงครามและประเทศไทย เป็นที่รู้จักของชาวต่างชาติเป็นระยะเวลาถึง 11 ปี (พ.ศ. 2503-2514)
สมควรได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็น ยอดมวยไทยตลอดกาล
อภิเดช ศิษย์หิรัญ เสียชีวิตวันที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2556 สิริอายุ 72 ปี
ที่มา คอลัมน์ "ฉายาชาวยุทธ์" สว่าง สวางควัฒน์
///