โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

10 นักลงทุนผู้ยิ่งใหญ่ของโลก

Finnomena

อัพเดต 01 มิ.ย. 2561 เวลา 07.05 น. • เผยแพร่ 01 มิ.ย. 2561 เวลา 02.06 น. • Dr.Niwes Hemvachiravarakorn

การกลับมาของ มหาเธร์ โมฮัมหมัด นายกรัฐมนตรีของมาเลเซียในวัย 92 ปีนั้น ต้องถือว่าเป็นปรากฎการณ์สำคัญทางการเมืองของมาเลเซียที่พรรคอัมโนที่เป็นรัฐบาลมาเลเซียมากว่า 60 ปีต่อเนื่องกันต้องมาพ่ายแพ้แก่คนแก่อายุ 92 ปี นี่สำหรับผมแล้วก็ต้องบอกว่า “น่าทึ่ง” และเป็นการบอกอีกอย่างหนึ่งว่าในทางการเมืองแล้ว“อายุเป็นแค่ตัวเลขเท่านั้น” และก็ไม่เป็นอุปสรรค

สำหรับคนที่จะประสบความสำเร็จเป็น “นักการเมืองที่ยิ่งใหญ่” แต่นอกจากในเรื่องของการเมืองแล้ว ผมก็คิดว่าในเรื่องของการลงทุนเองนั้น อายุก็ไม่เป็นอุปสรรคเช่นเดียวกัน ว่าที่จริง อายุอาจจะเป็นข้อได้เปรียบด้วยซ้ำ เพราะผมดูแล้ว นักลงทุนที่ยิ่งใหญ่ของโลกที่เรายอมรับกันนั้น ต่างก็มีอายุมากกันทั้งนั้น และวันนี้เรามาดูกันว่าใครคือ “นักลงทุนที่ยิ่งใหญ่ของโลก” ทั้งอดีตและปัจจุบัน

คนที่จะได้รับการยกย่องว่าเป็นนักลงทุนผู้ยิ่งใหญ่ระดับโลกได้นั้น ผมคิดว่าเขาต้องมีคุณสมบัติบางอย่างดังต่อไปนี้

ข้อแรก ก็คือ เขาจะต้องเป็นนักลงทุนที่มีความสามารถสูง ในระยะยาวแล้วสามารถสร้างผลตอบแทนได้สูงเมื่อเทียบกับมาตรวัดที่กำหนดเช่น ถ้าเป็นนักลงทุนในหุ้นก็ต้องเทียบกับดัชนีตลาดหุ้นเป็นต้น อย่างไรก็ตาม ไม่จำเป็นว่าจะต้องสูงที่สุดหรือสูงลิบลิ่วแม้ว่าคนที่ทำอย่างนั้นได้ก็อาจจะเข้าข่ายเป็นนักลงทุนระดับโลกได้ 

ข้อสอง เขามักจะต้องเป็น “ผู้นำ” และ “ประสบความสำเร็จเป็นที่ยอมรับ” ในแนวความคิดและการลงทุน “ใหม่” ที่ต่อมาได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง นี่ก็มักทำให้คนที่มีทฤษฎีหรือมีความเป็นนักวิชาการเข้าข่ายได้รับการยอมรับว่าเป็นนักลงทุนเอกของโลกได้ง่ายกว่าคนที่ปฏิบัติอย่างเดียว อย่างไรก็ตาม นักวิชาการแท้ ๆ เช่นฟามาหรือนักวิชาการที่ทำงานการลงทุนบ้างอย่างมัลคีลที่เขียนหนังสือ Random Walk Down Wall Street จะไม่ถูกจัดอยู่ในรายชื่อนักลงทุนที่ยิ่งใหญ่ของโลก 

ข้อสาม นักลงทุนผู้ยิ่งใหญ่ของโลกส่วนใหญ่ก็มักจะมีพอร์ตการลงทุนขนาดใหญ่และมีสถิติที่เปิดเผยหรือใหญ่พอที่จะเป็นที่สังเกตได้ในที่สาธารณะและจากการประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญหรือสื่อมวลชนที่มีมาตรฐานสูง 

ข้อสี่ ก็คือ นักลงทุนเอกของโลกนั้นมักจะเป็นคนที่ “สร้างตนเอง” จากการลงทุน หลายคนหรือส่วนใหญ่นั้น มาจากครอบครัวที่ยากจน แต่ถ้ามาจากครอบครัวที่มั่งคั่งนั้นก็มักจะไม่ได้อาศัยเงินต้นทุนจากทางบ้าน อย่างไรก็ตาม คนที่รวยมาก ๆ อย่างเจ้าชาย Alwaleed แห่งซาอุดิอาระเบียซึ่งบริหารเงินลงทุน Kingdom Holding และประสบความสำเร็จมากนั้น ก็มักจะไม่ได้รับการยอมรับว่าเป็นนักลงทุนผู้ยิ่งใหญ่ระดับต้น ๆ ของโลกที่ผมจะกล่าวต่อไป…

1. เบน เกรแฮม

สำหรับผมและน่าจะอีกหลายคนที่จัดอันดับ ผมคิดว่าคนหนึ่งที่ไม่เคยมีใครปฎิเสธว่าต้องเป็น 1 ใน 10 ของนักลงทุนผู้ยิ่งใหญ่ของโลกก็คือ เบน เกรแฮม เหตุผลนั้นชัดเจน เพราะ เบน เกรแฮม นั้นถือว่าเป็น “ต้นตำรับ” หรือเป็นคนแรกที่วิเคราะห์และประเมินมูลค่าของหลักทรัพย์อย่างเป็นระบบ เป็นฐานในการวิเคราะห์การลงทุน เป็น “บิดา” ของนักวิเคราะห์หลักทรัพย์และการลงทุนแบบ VI ส่วนในเรื่องของการลงทุนเองนั้น แม้ว่าเขาจะไม่รวยนักแต่ก็สร้างผลตอบแทนที่ดีในช่วงอายุของเขา

2. วอเร็น บัฟเฟตต์

คนที่สองก็คือ วอเร็น บัฟเฟตต์ นี่คือนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จสูงที่สุดในโลกในแง่ของขนาดของพอร์ตซึ่งก็มาจากผลการลงทุนที่ยอดเยี่ยมที่สุดคนหนึ่งของโลกที่ทำได้ถึงประมาณ 20% ต่อปีแบบทบต้นติดต่อกันถึงกว่า 50 ปี ปีนี้ วอเร็น บัฟเฟตต์ ก็อายุ 88 ปีแล้ว เป็นไปได้ว่าเขาอาจจะยังบริหารเบิร์กไชร์อยู่เมื่อเขาอายุ 92 ปีอย่างมหาเธร์

3. ฟิลิป ฟิสเชอร์

คนที่สามนั้นผมอยากจะพูดถึงนักลงทุนที่เป็นแนว Growth หรือเน้นการเติบโตที่เป็นที่ยอมรับ เรื่องนี้นักลงทุนในแนว VI และศรัทธาในตัวบัฟเฟตต์อาจจะมองว่า ฟิลิป ฟิสเชอร์ น่าจะถือว่าเป็นนักลงทุนผู้ยิ่งใหญ่ของโลกเพราะบัฟเฟตต์ยกย่องเขามาก แต่มองกว้างขึ้นในระดับโลกแล้ว ผมคิดว่าตำแหน่งน่าจะตกอยู่กับ T. Rowe Price Jr. ซึ่งคนในแวดวงการลงทุนถือว่าเป็นผู้ก่อตั้งหรือ “บิดา” ของการลงทุนแบบ Growth ตัวจริง ส่วนฟิสเชอร์นั้น ที่โดดเด่นดูเหมือนจะเป็นการเขียนหนังสือมากกว่าผลงานการลงทุนจริง ๆ

4. Jesse Livermore

คนที่สี่ผมคิดว่าเป็น Jesse Livermore ซึ่งเป็นคนที่ “บุกเบิก” การ “เทรดหุ้นและโภคภัณฑ์” และได้ชื่อว่าเป็น “นักเทรดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก” ในช่วงชีวิตของเขานั้น เขาทั้งประสบความสำเร็จและร่ำรวยระดับประเทศและในบางครั้งก็ล้มเหลวล้มละลายและต้องฆ่าตัวตายในที่สุด อย่างไรก็ตาม การเทรดหุ้นหรือหลักทรัพย์ก็ยังเป็นที่ยอมรับและทำกันทั่วโลกถึงปัจจุบัน ดังนั้น ชื่อของเขาก็น่าจะต้องติดอยู่ในทำเนียบนักลงทุนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก 1 ใน 10 คน

5. John Bogle

คนที่ห้าคือ John Bogle ผู้บุกเบิกการลงทุนแบบ Passive หรือ Index Fund ผ่านบริษัท Vanguard ที่เขาก่อตั้งขึ้นตั้งแต่เมื่อ 40 ปีก่อน ปัจจุบันนี้ก็ต้องถือว่าเป็นกองทุนอิงดัชนีที่ยิ่งใหญ่และประสบความสำเร็จสูงสุด เพราะคนในปัจจุบันยอมรับว่านี่คือกองทุนที่ดีสุดสำหรับประชาชนทั่วไปที่อยากลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ ดังนั้น ชื่อของ Bogle จึงไม่มีทางที่จะหลุดจากการเป็นนักลงทุนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก 10 คนอย่างแน่นอน

6. John Templeton

คนที่หกผมคงยกให้กับ John Templeton ซึ่งก็คือนักลงทุนคนแรกที่บุกเบิกตลาดต่างประเทศอย่างเป็นเรื่องเป็นราวและประสบความสำเร็จ ในปัจจุบันนี้การลงทุนในต่างประเทศและทั่วโลกเพื่อกระจายความเสี่ยงและสร้างผลตอบแทนเพิ่มนั้นดูเหมือนจะเป็นเรื่องปกติ แต่สมัยกว่า 50 ปีมาแล้วนั้น การที่เทมเปิลตันเริ่มเข้าไปลงทุนในตลาดญี่ปุ่นก็ต้องถือว่าเป็นความคิดที่สร้างสรรค์มาก เซอร์จอห์น เทมเปิลตัน เสียชีวิตตั้งแต่ปี 2008 ขณะอายุได้ 96 ปี ก็ต้องถือว่าเป็นนักลงทุนที่อายุยืนมากอีกคนหนึ่งในยุคของเขา

7. Bill Gross

คนที่เจ็ดนั้นผมคิดว่าน่าจะเป็น Bill Gross ซึ่งบริหารกองทุนพันธบัตรเป็นหลัก บางคนให้ฉายาเขาว่าเป็น “Bond King” หรือราชันแห่งพันธบัตร เขาเคยเป็นผู้บุกเบิกและบริหารกองทุนพันธบัตรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกคือ Pimco

8. Carl Icahn

คนที่แปดนั้น ผมยกให้ Carl Icahn “นักล่ากิจการ” นักธุรกิจและผู้บริหารเฮดจ์ฟันด์ที่ประสบความสำเร็จสูง บทบาทของเขาในฐานะที่เป็น Activist หรือนักเคลื่อนไหวในตลาดหุ้นนั้น น่าจะช่วยให้บริษัทในตลาดมีระบบ Governance หรือบรรษัทภิบาลที่ดีขึ้น

9. ปีเตอร์ ลินช์

คนที่เก้าผมยกให้ปีเตอร์ ลินช์ การที่เขาดังมากนั้น ผมคิดว่าเป็นเพราะผลงานการบริหารกองทุนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุค 80 คือกองทุน Fidelity Magellan ซึ่งสร้างผลตอบแทนระดับกว่า 30% แบบทบต้นเป็นเวลา 13 ปี ซึ่งในกองทุนใหญ่ระดับนั้นผมไม่แน่ใจว่ามีใครลบสถิติได้หรือยัง อีกอย่างหนึ่งที่ผมคิดว่าทำให้เขาน่าจะติดอันดับก็คือ การที่เขามีหลักการลงทุนที่คนธรรมดาสามารถเข้าใจและทำได้

10. George Soros 

นักลงทุนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนสุดท้ายนั้นผมยกให้ George Soros นักลงทุนที่ใช้ภาพใหญ่ของเศรษฐกิจทั่วโลกมาลงทุน เขาเกิดปีเดียวกับบัฟเฟตต์และลงทุนมานานและทำผลตอบแทนไม่น้อยกว่าบัฟเฟตต์ตามการประมาณของหลายแหล่งข่าว เช่นเดียวกับความมั่งคั่งมหาศาลของเขา อย่างไรก็ตาม การที่เขาเก็งกำไรค่าเงินของประเทศต่าง ๆ และบางครั้งก่อให้เกิดวิกฤตอย่างเช่นในตลาดไทยในปี 2540 นั้น ทำให้ตัวเขาไม่เป็นที่นิยมมากนักในภาพกว้างระดับโลก หลักการของโซรอสก็คือ พยายามมองหาความ “ไม่สมดุล” ในระบบเศรษฐกิจแล้วทำกำไรจากมัน

ทั้งหมดก็คือการจัดอันดับว่าใครควรอยู่ในกลุ่มนักลงทุนที่ยิ่งใหญ่ที่สุด 10 คนในโลกทั้งที่ตายไปแล้วและยังมีชีวิตอยู่ ผมไม่เรียงตามลำดับความโดดเด่นเพราะคงจะเป็นไปได้ยาก สิ่งที่ผมเห็นว่าทุกคนคล้ายคลึงกันก็คือ ทุกคนเป็นผู้นำที่มีความคิดสร้างสรรค์สูงมาก ฉลาด รวย และอายุและการทำงานยืนยาว ที่อ่อนหน่อยก็ 70 ปีขึ้น ที่แก่ก็คือใกล้ร้อยปี

ที่มาบทความ : http://www.thaivi.org

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...