รวบมือเผาคอนโดเคหะฯโคราช เผยบันดาลโทสะหลังถูกแจ้งความตีหัวแฟน ไม่เกี่ยวขออึ๊บสาวโอเกะ(ชมคลิป)
เมื่อวันที่ 2 มกราคม 2562 ที่จ.นครราชสีมา ความคืบหน้าเหตุเพลิงไหม้ห้องชุดเลขที่ 2477/595 ชั้น 2 อาคารที่ 18 โครงการเคหะแห่งชาติหนองจะบก ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา เมื่อคืนวันที่ 31 ธันวาคม 2561 เวลา 23.45 น. ทำให้ทรัพย์สินภายในห้องเสียหายทั้งหมด และเพลิงยังลุกลามไหม้ด้านนอกห้องเสียหาย ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนสอบสวนยก่อนพบว่า ผู้ก่อเหตุวางเพลิง คือ นายปิยะพาสน์ เวาะยีโด อายุ 25 ปี ซึ่งมีปากเสียงและทำร้ายแฟนสาว ก่อนก่อเหตุเผาห้องและหลบหนีไป
ล่าสุด เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสภ.โพธิ์กลาง อ.เมืองนครราชสีมา ติดตามจับกุมตัวนายปิยะพาสน์ ได้ที่บ้านเลขที่ 9/121 ซ.สายไหม แขวงสายไหม เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นบ้านของผู้ต้องหา เมื่อเวลา 16.00น. ของวันที่ 1 มกราคม 2562 ก่อนนำตัวมาสอบปากคำที่ สภ.โพธิ์กลางเบื้องต้นนายปิยะพาสน์รับสารภาพว่าทะเลาะกับแฟนและทำร้ายแฟนศีรษะแตก ต่อมาแฟนสาวไปแจ้งความกับตำรวจเพื่อให้ดำเนินคดีกับตน จึงบันดาลโทสะและก่อเหตุเผาห้องเพื่อประชด
พ.ต.ท. พิชัย เชิดชู รองผู้กำกับการสอบสวน สภ.โพธิ์กลาง กล่าวว่า เหตุได้เกิดขึ้นผู้ต้องหาได้ทะเลาะกับแฟนที่อยู่กินด้วยกัน จากนั้นผู้ต้องหากลับมาที่ห้องคนเดียว และใช้สเปรย์ฉีดพร้อมจุดไฟแช็กโดยไม่คาดคิดว่าไฟจะลุกลามจนไหม้ห้อง แล้วปิดห้องหลบหนีไป จากนั้นผู้ต้องหาได้ส่งข้อความไลน์หาแฟนสาวว่า “ออกไปแล้วนะ ของเผาแล้ว”
หลังจากเกิดเหตุเพลิงไหม้ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้ทำการดับเพลิงเรียบร้อย พร้อมสอบถามผู้เสียหาย ในวันเดียวกันได้ขอหมายศาลจังหวัดนครราชสีมาทันที เมื่อศาลอนุมัติหมายจับแล้ว ทราบว่าผู้ต้องหามีภูมิลำเนาที่ เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร จึงประสานสน.สายไหม พร้อมส่งชุดสืบสวนของสภ.โพธิ์กลางติดตามไปด้วย และสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ภายในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง
“คดีนี้ถือเป็นคดีสะเทือนขวัญอีกคดีหนึ่ง หากดับไฟไม่ทัน อาจเกิดความเสียหายที่มากขึ้น เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาวางเพลิงเผาทรัพย์ผู้อื่นซึ่งเป็นที่อยู่อาศัย โทษสูงถึงขั้นประหารชีวิต แต่ผู้ต้องหาให้การยอมรับว่าทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ อีกทั้งยอมชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมดแก่ผู้เสียหายอีกด้วย
ส่วนกรณีข่าวว่าผู้ต้องหาทะเลาะกับแฟนเนื่องจากขอหลับนอนกับเพื่อนแฟนที่ร้านคาราโอเกะแต่ฝ่ายหญิงและแฟนไม่ยินยอมนั้น จากการสอบถามผู้ต้องหาและแฟนปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริง ไม่ได้เป็นไปตามที่ รปภ.การเคหะให้สัมภาษณ์ การให้ข่าวดังกล่าวทำให้เสียชื่อเสียงโดยไม่มีมูลความจริง” พ.ต.ท.พิชัย กล่าว