โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พระนางอเล็กซานดร้า กับพระสหายที่นำพาให้พบ "รัสปูติน" สู่จุดจบราชวงศ์โรมานอฟ

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 24 ก.ค. 2566 เวลา 06.02 น. • เผยแพร่ 21 ก.ค. 2566 เวลา 07.39 น.
(ซ้าย) แอนนา วิรูโบวา ภาพถ่ายช่วง 1940 รัสปูติน [ไม่ปรากฏข้อมูลผู้ถ่าย] ฉากหลังเป็นภาพถ่าย พระราชวังปีเตอร์ฮอฟ จาก pixabay

พระนางอเล็กซานดร้า ทรงเป็นราชินีหรือซารีนาของพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 ซาร์องค์สุดท้ายของมหาอาณาจักรรัสเซีย ก่อนจะล่มสลายเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบบสังคมนิยมเมื่อต้นศตวรรษที่ 20 พระนางถูกปลงพระชนม์พร้อมๆ กับพระสวามี พระโอรส พระธิดา และข้าราชบริพารจํานวนหนึ่ง โดยคณะปกครองท้องถิ่นคณะหนึ่งในคฤหาสน์อิปาติเยฟ เมืองเอกาเตรินเบิร์ก เขตไซบีเรีย

สําหรับพระนางอเล็กซานดร้า นอกจากโครงกระดูกส่วนหนึ่งที่ทางการขุดค้นขึ้นภายหลังเป็นหลักฐานบ่งชี้ว่าเป็นพระนางแล้ว ยังมีปลายนิ้วชี้นิ้วหนึ่งถูกตัดขาดตรงข้อที่ 2 เป็นนิ้วที่มีเล็บและหนังสมบูรณ์ น่าประหลาดแท้ๆ!

พระนางอเล็กซานดร้า ทรงเป็นนักบันทึกและนักเขียนจดหมายตัวยง ทรงเริ่มเขียนจดหมายโต้ตอบกับซาร์นิโคลัสตั้งแต่เป็นคู่รักกัน เขียนถึงทุกครั้งที่แยกจากกันเป็นครั้งคราวกับบันทึกอนุทินสม่ำเสมอ โดยเฉพาะเมื่อถูกรัฐบาลเนรเทศไปอยู่ไซบีเรีย พระนางบันทึกไว้จนวันสุดท้ายก่อนจะถูกปลงพระชนม์ไม่กี่ชั่วโมง (16 กรกฎาคม 1917) จดหมายและอนุทินเหล่านั้นเป็นประโยชน์ในเชิงประวัติศาสตร์ไม่น้อย แม้สิ่งที่ทรงเขียนและบันทึกถึงมีข้อความและคําคล้ายการเขียนส่งโทรเลขก็ตาม คือเป็นข้อความสั้นๆ และเป็นตัวย่อ แถมมีเครื่องหมายขีดคั่นสั้นยาวเต็มไปหมด

หลังจากพระนางสิ้นพระชนมชีพ มีผู้พบจดหมายและบันทึกทั้งหมดเหล่านั้นจัดเรียงเรียบร้อยอัดแน่นอยู่ในกระเป๋าหนังสีดํา นับได้ 630 ฉบับ แบ่งเป็น 230 ฉบับ เขียนขึ้นในห้วงสงครามรัสเซีย-เยอรมนี ปี 1914 เมื่อซาร์เสด็จไปทัพหน้า และอีก 400 ฉบับ เขียนขึ้นในห้วงปี 1914-1916

สําหรับถ้อยคําสํานวนในจดหมายของพระนางถึงพระเจ้าซาร์ มีสีสันโรแมนติกผิดปกติ โรเบิร์ต แมสซี (Robert K. Massie) เจ้าของหนังสือ Nicholas and Alexandra ตั้งข้อสังเกตว่าพระนางน่าจะมีจิตใจปั่นป่วนผิดปกติอยู่ไม่ใช่น้อย

พระนางอเล็กซานดร้า มีศักดิ์เป็นพระเจ้าหลานของพระนางวิคตอเรียแห่งอังกฤษ พระมารดาคือเจ้าหญิงมารี (ราชธิดาองค์ที่ 3 ของพระนางวิคตอเรีย) ทรงสมรสกับแกรนด์ ดยุค หลุยส์แห่งแคว้นดาร์มสตัดท์ เยอรมนี เรียกเธอสั้นๆ ว่าอลิกซ์ (อลิซ ในภาษาอังกฤษ) สายเลือดครึ่งอังกฤษ ครึ่งเยอรมัน แต่ชาวรัสเซียเรียกเธอว่า “หญิงเยอรมัน” โดยมีสําเนียงส่อไปในเชิงลบด้วย

เจ้าหญิงอลิกซ์ทรงพระสิริโฉมน่ารัก มีลักยิ้มข้างหนึ่ง แต่มีเส้นพระเกศาออกไปทางสีแดง-ทอง ซึ่งชาวรัสเซียมีความเชื่อว่าไม่สู้เป็นมงคล ซาร์นิโคลัสถูกต่อต้านอยู่บ้างครั้งแรกที่ทรงติดพันเธอ แต่ทางราชสํานักรัสเซียมิได้ทัดทานอะไรมากนัก พิธีอภิเษกสมรสจึงถูกจัดขึ้นในที่สุด ด้วยความเห็นชอบของทั้ง 2 ฝ่าย และพระนางวิกตอเรียในฐานะสมเด็จยาย

เมื่อทรงเป็นราชินีรัสเซีย พระนางอเล็กซานดร้าทรงต้องเปลี่ยนศาสนาเป็นคริสเตียนออร์โธดอกซ์ เปลี่ยนพระนามเป็นรัสเซียว่าแกรนด์ ดัชเชสส์ อะเล็กซานโดร เฟโดรอฟนา

ในสายตาชาวรัสเซีย (น่าจะเป็นในหมู่พระราชวงศ์และขุนนาง) ค่อนข้างมองอเล็กซานดร้าทางลบ เช่น แต่งตัวเชย งุ่มง่าม เต้นรําลีลา แข็ง สําเนียงฝรั่งเศสแปร่ง (ภาษาฝรั่งเศสเป็นภาษาที่ใช้ในราชสํานัก) เป็นคนขี้อาย ขี้ตื่น พระพักตร์บึ้งและหยิ่ง ประสานกับความเป็น “เมียเยอรมัน” อเล็กซานดร้าจึงตกที่นั่งลําบากมากและลําบากมากขึ้นไปอีก เมื่อภาษารัสเซียของเธอเป็นแบบงูๆ ปลาๆ ด้วย เธอจึงค่อนข้างโดดเดี่ยว มีพระสหายสนิทเพียงคนเดียวเท่านั้น คือ แอนนา วิรูโบวา ซึ่งแม้จะเป็นลูกสาวขุนนางแต่ก็ไม่ได้เฉลียวฉลาดแยบยลอะไรนัก

บางทีจะเป็นเพราะแอนนาก็ได้ ทําให้พระนางอเล็กซานดร้าได้พบรัสปูติน

เรื่องมีอยู่ว่า แอนนาประสบอุบัติเหตุรถไฟตกราง และอยู่ในสภาพค่อนข้างแย่มาก ขณะที่พระนางและพระเจ้าซาร์เสด็จมาเยี่ยมแอนนาถึงเตียงคนไข้ รัสปูตินซึ่งรู้จักกับแอนนามาก่อนก็เข้ามาเยี่ยมด้วยเช่นกัน รัสปูตินใช้วิชาสะกดจิต ทำให้แอนนาสามารถพูดและลุกขึ้นได้โดยพลันเป็นที่อัศจรรย์ เสร็จแล้วรัสปูตินก็ผลุนผลันเดินออกไป เพียงพ้นประตูรัสปูตินก็เกิดอาการเหงื่อท่วมตัว เป็นลมเป็นแล้งลงประหนึ่งว่าได้ใช้พลังทั้งหมดช่วยแอนนาจนดีเหมือนเดิม

ข้อสังเกตก็คือรัสปูตินเล่นละคร แต่ก็คุ้มค่า เพราะได้รับเชิญไปเป็นผู้รักษามกุฎราชกุมารอเล็กซิส ซึ่งกําลังป่วยเป็นเฮโมฟิเลีย (โลหิตไหลไม่หยุด) อยู่ในขณะนั้น และการรักษาโดยสะกดจิตของรัสปูตินได้ผลดีด้วย ทําให้ได้รับการโปรดปรานอย่างเป็นพิเศษ

อย่างไรก็ดี รัสปูตินเป็นคนชั่วร้าย เขาอาศัยอํานาจของพระนางอเล็กซานดร้าขจัดกวาดล้างบุคคลที่เกลียดชังและรู้ทันเขา เช่น พระเจ้าอาแกรนด์ ดยุค นิโคลัส ผู้เป็นแม่ทัพใหญ่ เขาใส่ความว่าจะแย่งบัลลังก์มกุฎราชกุมารอเล็กซิส กับใช้อํานาจของพระนางล้มสภาดูมา เพราะมีสมาชิกสภาดูมาบางคนคอยกีดกันเขา

บทบาทร้ายของรัสปูติน เป็นส่วนสําคัญส่วนหนึ่งที่ส่งผลให้ราชวงศ์โรมานอฟล่มสลาย พระนาง พระสวามี โอรสและธิดาถูกปลงพระชนม์ พร้อมข้าราชบริพารผู้จงรักภักดีอีกส่วนหนึ่งอย่างโหดเหี้ยม!

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 4 กุมภาพันธ์ 2562

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...