โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล" ขอปรับแผนลงทุนลุยกองอินฟราฯ

ประชาชาติธุรกิจ

เผยแพร่ 14 ก.พ. 2562 เวลา 02.16 น.

บลจ.ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล เดินหน้าปรับนโยบายเพิ่มลงทุน “โครงสร้างพื้นฐาน” พร้อมขอความเห็นชอบลูกค้าเก่า “กองทุนชุด iPROP” ที่มีมูลค่า 1.2 หมื่นล้าน คาดเสร็จกลางปีนี้ชี้ลูกค้าได้ประโยชน์ทั้งความผันผวนต่ำกว่า-ราคานิ่ง-ผลตอบแทนไม่แพ้กัน เผยคลอดกองทุนใหม่ลงทุนผ่าน ETF เน้นเกี่ยวกับเทคโนโลยี-หุ่นยนต์ รับเมกะเทรนด์โลก เปิดขาย IPO 11-15 ก.พ. 62

นายวิน พรหมแพทย์ ซีเอฟเอ (CFA) และประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมขอความเห็นชอบจากลูกค้าในการปรับนโยบายกองทุนตราสารทางเลือกชุด iPROP ที่ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ เพื่อให้สามารถลงทุนเพิ่มในกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (infrastructure) ได้ เนื่องจากเมื่อช่วง 6 ปีก่อน ตอนที่จัดตั้งกองทุนยังไม่มีกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานให้ลงทุน แต่กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพิ่งมีได้ราว 4 ปีเท่านั้น ซึ่งปัจจุบันกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานมีมูลค่ารวมราว 4 แสนล้านบาท “ใกล้เคียง” กับมูลค่าโดยรวมของกองทุนอสังหาริมทรัพย์ที่เกิดขึ้นมากว่า 10-20 ปีแล้ว

“ในอดีต iPROP จัดตั้งเป็นกองทุนที่ต้องลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เกิน 80% ของปีบัญชี ส่วนการลงทุนในกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานจะถูกนับเป็นอื่น ๆ ในกอง ดังนั้น เราจะขอความเห็นชอบลูกค้าให้การลงทุนในกองทุนโครงสร้างพื้นฐานกลายเป็นสินทรัพย์หลักที่ลงทุนได้ และนับรวมใน 80% ด้วย ซึ่งลูกค้าจะได้ประโยชน์จากการลงทุนที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้น เพราะเดิมลงทุนแค่อสังหาริมทรัพย์ในไทย สิงคโปร์ และออสเตรเลีย แต่หากได้รับความเห็นชอบ ก็จะสามารถลงทุนโครงสร้างพื้นฐานได้ ซึ่งมีข้อดีคือ มีความผันผวนน้อยกว่าอสังหาริมทรัพย์ ราคานิ่งกว่า และอัตราผลตอบแทน (dividend yield) ไม่แพ้กัน” นายวินกล่าว

อย่างไรก็ตาม บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรายอื่น ๆ อาจจะมีการแยกกองทุนใหม่ออกมาเพื่อลงทุนในกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพิ่ม แต่บริษัทต้องการรักษาผลประโยชน์ของลูกค้าเดิม รวมทั้งการปรับนโยบายกองทุนแทนที่จะตั้งกองทุนใหม่ ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (hedging) ได้ ทั้งนี้ บริษัทกำลังอยู่ระหว่างดำเนินการขอความเห็นชอบจากลูกค้า ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในครึ่งปีแรกของปี 2562 โดยปัจจุบันพอร์ต iPROP มีมูลค่าราว 1.2 หมื่นล้านบาท และมีอัตราผลตอบแทนที่ผ่านมาตั้งแต่เริ่มจัดตั้งที่ 5% ต่อปี

นายวินกล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทกำลังจะออกกองทุนเปิด “ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล โกลบอล อินโนเวชั่น” หรือ CIMB-PRINCIPAL GINNO มีขนาดโครงการ 3,000 ล้านบาท ซึ่งจะมีนโยบายลงทุนธุรกิจที่เกี่ยวกับ “megatrend” ของโลก ซึ่งจะมี 4 ธีมลงทุน ได้แก่ ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับดิจิทัล (digitalization) ออโตเมชั่นและหุ่นยนต์ (automation & robotics) เทคโนโลยีการดูแลรักษาสุขภาพ (healthcare technology) และธุรกิจที่จับลูกค้ากลุ่มมิลเลนเนียม (อายุ 19-39 ปี) กองทุนนี้จะเริ่มเสนอขายครั้งแรกแก่ประชาชนทั่วไป (IPO) ช่วงวันที่ 11-15 ก.พ. 62 โดยสามารถลงทุนขั้นต่ำครั้งละ 5,000 บาท

ทั้งนี้ กองทุน CIMB-PRINCIPAL GINNO จะลงทุนผ่านกองทุน ETF จำนวน 5 กองทุน ที่บริหารจัดการโดย BlackRock Asset Management North Asia Limited, Principal Global Investors (Ireland) Limited และ Global X Management Company, LLC ซึ่งจะลงทุนในหุ้นบริษัทชั้นนำทั่วโลกที่อยู่ในกลุ่มธุรกิจที่มีแนวโน้มเติบโตสูงในอนาคต อาทิ B2W DIGITAL ผู้ประกอบธุรกิจอีคอมเมิร์ซจากบราซิลที่มีอัตราเติบโตที่โดดเด่น, GARMIN ผู้ผลิตอุปกรณ์จีพีเอส และนาฬิกาสำหรับผู้ออกกำลังกาย, Da Vinci ผู้ผลิตเครื่องมือทางการแพทย์สัญชาติอเมริกัน, Dexcom ผู้ผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์ตรวจวัดระดับกลูโคสจากประเทศอเมริกา, NIKE ผู้ผลิตสินค้าและอุปกรณ์กีฬาชั้นนำของโลก ฯลฯ

“กองทุนจะไม่มีนโยบายจ่ายเงินปันผล และจะป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน” นายวินกล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...