โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"พระบฏ" : พุทธศิลป์เพื่อพุทธบูชา

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 04 มิ.ย. 2565 เวลา 19.04 น. • เผยแพร่ 04 มิ.ย. 2565 เวลา 19.02 น.
พระบฏปางประทานอภัย

“สัญลักษณ์” ของพระพุทธเจ้าที่ปรากฏวัตถุธรรมในประเทศไทยนั้นมีหลากหลายรูปแบบ ทั้งสถาปัตยกรรม ประติมากรรม และจิตรกรรม โดยหนึ่งในงานจิตรกรรมที่แสดงถึงพระพุทธเจ้าและแสดงถึงความวิจิตรของทัศนศิลป์ของชาวไทยคือ“พระบฏ”

คำว่า“บฏ” มีที่มาจากคำในภาษาบาลีว่า ปฏ(อ่าวว่า ปะ–ตะ) ซึ่งหมายถึงผ้าทอหรือผืนผ้า

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 ให้ความหมายคำว่า พระบฏ ไว้ว่า“ผืนผ้าที่มีรูปพระพุทธเจ้าเป็นต้นและแขวนไว้เพื่อบูชา” ส่วนพจนานุกรม ฉบับมติชน ให้ความหมายว่า“ภาพเขียนบนแผ่นผ้าสำหรับแขวนบูชา เป็นภาพพระพุทธรูป รอยพระบาท หรือเวสสันดรชาดก”

โดยพระบฏอาจมีที่มาจาก“ตำนานพระพุทธฉาย” เรื่องที่พระเจ้าอชาตศัตรูทูลขอพระฉายจากพระพุทธเจ้าเพื่อนำมาสักการะบูชา พระพุทธเจ้าจึงโปรดให้พระพุทธฉายประทับอยู่บนผ้าผืนหนึ่ง และระบายด้วยสีต่าง ๆ

พระบฏในประเทศไทย

สันนิษฐานว่าพระบฏเป็นคติในนิกายมหายานและแพร่จากอินเดียสู่จีนและญี่ปุ่น สำหรับในไทยนั้นมีหลักฐานปรากฏในจารึกสุโขทัย หลักที่106 (วัดช้างล้อม) ปี พ.ศ. 1827 ระบุว่า

“…จึงมาตั้งกระทำหอพระปีฎกธรรมสังวรใจบูชาพระอภิธรรมกับด้วยพระบดจีนมาไว้ ได้ปลูกทั้งศรีมหาโพธิอันเป็นจอมบุญจอมศรียอ… พระบดอันหนึ่ง ด้วยสูงได้14 ศอกกระทำให้บุญไปแก่สมเด็จพระมหาธรรมราชา…”

ซึ่งคำว่า“พระบดจีน” นี้อาจสามารถสันนิษฐานว่าพระบฏในไทยได้รับอิทธิพลมาจากจีนทอดหนึ่ง หรืออาจเป็นรูปแบบหนึ่งของพระบฏในไทยก็ได้ โดยการทำผ้าพระบฏถวายวัดนั้นเพื่อบูชาพุทธศาสนาประการหนึ่ง และอุทิศส่วนกุศลให้ผู้ล่วงลับประการหนึ่ง

สำหรับพระบฏที่เก่าแก่ที่สุดในพระเทศไทยนั้นคือพระบฏในกรุวัดดอกเงิน อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ เป็นพระบฏภาพพระพุทธเจ้าลีลา พร้อมด้วยพระอัคราสาวกเบื้องซ้ายและขวา เขียนด้วยสีฝุ่นผิดทองคำเปลว ยาว3.4 เมตร กว้าง1.8 เมตร คาดว่าน่าจะมีอายุก่อนพุทธศตวรรษที่22

อาจารย์ศิลป์ พีระศรี แสดงทัศนะว่าภาพเขียนนี้ได้รับอิทธิพลมาจากพุทธศิลป์แบบลังกาอย่างชัดเจน แต่ไม่อาจระบุได้ชัดเจนว่าได้รับอิทธิพลมาจากสุโขทัยหรือล้านนา แต่ก็มีอักขระภาษาไทยเหนือเขียนไว้บนพระบฏด้วย

นอกจากจะปรากฏพระบฏในเมืองเหนือแล้ว ภาคใต้ก็มีการกล่าวถึงพระบฏด้วยเช่นกัน คืองานแห่พระบฏใน“ประเพณีห่มผ้าขึ้นธาตุ” ที่เมืองนครศรีธรรมราช รวมถึงในภาคอีสานก็มีการทำ“ผ้าพระเวส” หรือ“ผ้าผะเหวด” ซึ่งนิยมเขียนภาพชนพระบฏด้วยเวสันดรชาดกทั้ง13 กัณฑ์

จิตรกรรมบนพระบฏ

พระบฏมีพัฒนาการด้านทัศนศิลป์มาตลอดระยะเวลาหลายร้อยปี ซึ่งสังเกตได้จากรูปแบบของลวดลายบนพระบฏ กล่าวคือ ลวดลายยุคก่อนมักเน้นที่การเขียนรูปพระพุทธเจ้าประทับยืนตรงกลางเพียงองค์เดียว จากนั้นก็พัฒนาเพิ่มรายละเอียดต่าง ๆ มากขึ้น สามารถจำแนกพระบฏเป็น5 แบบ ดังนี้

แบบที่หนึ่ง– เขียนภาพเต็มพระบฏ เป็นภาพพระพุทธเจ้าประทับยืน หรือประทับยืนในซุ้ม พร้อมด้วยพระอัครสาวกซ้าย–ขวา

แบบที่สอง– แบ่งพระบฏเป็นสองส่วน ส่วนแรกจะเป็นภาพพระพุทธเจ้าประทับยืน หรือประทับยืนในซุ้ม พร้อมด้วยพระอัครสาวกซ้าย–ขวา ส่วนที่สองจะเป็นภาพเล่าเรื่องพุทธประวัติ พระมาลัย หรือทศชาติ

แบบที่สาม– แบ่งพระบฏเป็นสามส่วน ส่วนตรงกลางจะเป็นภาพพระพุทธเจ้าประทับยืน หรือประทับยืนในซุ้ม พร้อมด้วยพระอัครสาวกซ้าย–ขวา ส่วนด้านบนและด้านล่างจะเป็นภาพเล่าเรื่องพุทธประวัติ พระมาลัย หรือทศชาติ

แบบที่สี่– เขียนภาพเต็มพระบฏ เป็นภาพเล่าเรื่องพุทธประวัติ พระมาลัย ทศชาติ รอยพระพุทธบาท ฯลฯ

แบบที่ห้า– ทั้งสี่แบบก่อนหน้านี้จะเป็นผ้าผืนยาว แต่แบบที่ห้านี้มีสัดส่วนเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสหรือเกือบจะเป็นเหลี่ยมจัตุรัส เป็นภาพเล่าเรื่องพุทธประวัติ ชาดก และที่นิยมกันมากคือเวสสันดรชาดก

นอกจากรูปแบบของพระบฏแล้ว วัสดุในการวาดเขียนพระบฏก็มีพัฒนาการมาโดยตลอดเช่นกัน นั้นคือ“สี” ในยุคแรก ๆ จะใช้“สีฝุ่น ที่มาจากแร่ หิน โลหะ มาใช้ในการเขียนลวดลาย ซึ่งมีเพียงไม่กี่สีเท่านั้น คือ สีดำจากเขม่า สีขาวจากฝุ่นขาว สีแดงจากดินแดง สีเหลืองจากดินเหลือง

เมื่อวิทยาการของมนุษย์เจริญการหน้ามากขึ้นก็ได้มีการพัฒนาสีอื่น ๆ ขึ้นมาใช้อีก เช่น สีรงค์จากยางไม้รงค์ สีเหลืองหรดาลได้จากแร่หรดาล สีเหลืองจากตะกั่ว สีแดงชาด สีแดงลิ้นจี่ สีขาวจากออกไซด์ของตะกั่ว เป็นต้น

ในสมัยรัชกาลที่5 สีฝุ่นเริ่มหายากช่างจิตรกรจึงนิยมหันไปใช้สีผสมจากต่างประเทศมากขึ้น มีสีสำเร็จรูปส่งมาจากต่างประเทศ เช่น สีเขียวตั้งแชจากเมืองจีน สีเขียวชินศรีจากตะวันตก และสีเขียวจากหินขี้นกการะเวก

พระบฏจึงไม่เพียงแต่เป็นวัตถุธรรมเนื่องในพุทธศาสนาที่สะท้อนสัญลักษณ์ถึงพระพุทธเจ้าแต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่พระบฏก็ยังเป็นงานทัศนศิลป์จิตรกรรมที่วิจิตรงดงามอย่างมาก เป็น“พุทธศิลป์” ที่ทรงคุณค่าของประเทศชาติ

บรรณานุกรม :

กรมศิลปากร.(2508).สมบัติศิลปจากบริเวณเขื่อนภูมิพล. พิมพ์ครั้งที่2. กรุงเทพฯ : แพร่การช่าง. ฉบับออนไลน์ จาก หอสมุดแห่งชาติ นครศรีธรรมราช

มติชน. (2547). พจนานุกรม ฉบับมติชน.กรุงเทพฯ: พิมพ์ดี

ราชบัณฑิตยสถาน.(2556).พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554. พิมพ์ครั้งที่2. กรุงเทพฯ : ศิริวัฒนาอินเตอร์พริ้นท์

จารุณี อินเฉิดฉาย. (2548, มกราคม-มิถุนายน). พระบฏในประเทศไทย. วารสารสถาบันวัฒนธรรมและศิลปะ. 6(12): 29-41.

. (2545, 4 ตุลาคม-ธันวาคม). พระบฏ: พุทธศิลป์บนผืนผ้า. เมืองโบราณ. 28(4): 51-60.

น้ำดอกไม้. (2545, กรกฎาคม). พระบฏ. กินรี. 19(7).

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 19 กุมภาพันธ์ 2562

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...