โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ถอดความเชื่อและเรื่องเล่า รูพญานาคกับพระเจ้าใหญ่ วัดโพนชัย จ.เลย

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 01 ส.ค. 2567 เวลา 02.46 น. • เผยแพร่ 31 ก.ค. 2567 เวลา 06.07 น.

ถอดความเชื่อและเรื่องเล่า รูพญานาค กับ พระเจ้าใหญ่ วัดโพนชัย จังหวัดเลย

วัดแห่งนี้เป็นศาสนสถานที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำหมันในเขตเมืองด่านซ้าย ตำแหน่งที่ตั้งของศาสนาคารที่สำคัญของวัดอยู่เนินสูง ซึ่งในภาษาถิ่นเรียกว่า “โพน” จึงมีชื่อเรียกว่า “วัดโพน” วัดโพนชัยสร้างขึ้นตั้งแต่เมื่อไรนั้นไม่ปรากฏหลักฐานที่ชัดเจน นักประวัติศาสตร์ท้องถิ่นสันนิษฐานว่า น่าจะสร้างขึ้นในคราวเดียวกันกับการสร้างพระธาตุศรีสองรัก ในระหว่าง พ.ศ. 2103-2106 โดยเป็นที่พักของพระสงฆ์ที่มาร่วมงานสมโภชพระธาตุศรีสองรัก [1]

สอดคล้องกับนักประวัติศาสตร์ศิลปะที่ระบุว่า ภายในวัดมีพระเจดีย์ที่มีรูปแบบสถาปัตยกรรมคล้ายคลึงกับพระธาตุศรีสองรัก แต่มีขนาดเล็กและชะลูดกว่า ซึ่งน่าจะสร้างขึ้นในช่วงเวลาใกล้เคียง หรือหลังการสร้างพระธาตุศรีสองรักเล็กน้อย [2]

ชาวบ้านเชื่อว่า บริเวณเนินดินที่ถูกสร้างเป็นวัดโพนชัย เกิดจากขุยดินปากรูพญานาค ซึ่งในสมัยพุทธกาล พญานาคเคยได้ถวายพื้นที่แห่งนี้ให้พระพุทธเจ้าประทับแรม พร้อมด้วยพระสาวก 500 รูปมาก่อน ทำให้ขุยดินปากรูพญานาคดังกล่าวกลายเป็นเนินดินย่อม ๆ ชาวด่านซ้ายเรียกเนินดินนี้ว่า “โพน” ภายหลังจึงมีการสร้างวัดและศาสนาคารบนเนินดินดังกล่าว แล้วตั้งชื่อเป็นมงคลว่า “วัดโพนชัย” [3]

เหนือเนินดินวัดโพนชัย มี วิหารหลวง เป็นอาคารที่มีขนาดใหญ่และสำคัญที่สุดของวัด เป็นอาคารรูปแบบสถาปัตยกรรมพื้นถิ่น ที่ได้รับอิทธิพลจากรูปแบบสถาปัตยกรรมล้านช้าง หันหน้าไปทางทิศใต้สู่แม่น้ำหมันและตัวชุมชนเมืองด่านซ้าย เดิมเป็นวิหารโถง เสาไม้ แต่ได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์มาอย่างต่อเนื่อง ส่วนบนเป็นเครื่องไม้มุงด้วยกระเบื้องดินเผา ส่วนล่างเป็นผนังก่ออิฐถือปูน มีช่องหน้าต่าง

ภายในวิหารหลวงประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้นขนาดใหญ่ ชาวบ้านเรียกว่า “หลวงพ่อพระเจ้าใหญ่” เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ลงรักปิดทอง ขนาดหน้าตักกว้างประมาณ 79 นิ้ว เป็นพระพุทธรูปศิลปะล้านช้าง ฝีมือช่างท้องถิ่น อายุราวพุทธศตวรรษที่ 22-23 สันนิษฐานว่า อาจสร้างขึ้นพร้อมกับการสร้างวัดโพนชัย [4]

ที่พื้นวิหารหลวงทางด้านหลัง ทางซ้ายของฐานชุกชีพระประธานติดกับผนัง มีหลุมคล้ายรู ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 40 เซนติเมตร ลึกประมาณ 1 เมตร มีป้ายขนาดเล็กเขียนกำกับที่ปากหลุมไว้ว่า “รูพญานาค” จากการสัมภาษณ์พระมหายุรนันท์ สุมงฺคโล ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโพนชัย ทำให้ทราบว่า การทำหลุมหรือรูพญานาคนี้ ทำทดแทนรูพญานาคเดิมที่อยู่ทางหลังด้านขวาของฐานชุกชี ซึ่งถูกปิดไปเมื่อราว 30 ปีมาแล้ว [5]

รูพญานาครูเดิมมีขนาดปากหลุมใกล้เคียงกับรูปัจจุบัน รูดังกล่าวปรากฏอยู่ด้านข้างฐานชุกชีมาช้านานแล้ว สันนิษฐานว่าตั้งแต่พร้อมกับการสร้างวิหารหลวง เคยมีผู้เอาลูกมะพร้าวแห้งหย่อนลงไปในหลุม ปรากฏว่าลูกมะพร้าวแห้งดังกล่าวได้ไปปรากฏลอยวนอยู่ในแม่น้ำหมัน บริเวณท่าวังเวิน ซึ่งอยู่เยื้องจากหน้าวิหารหลวงไปทางทิศตะวันออก

ชาวด่านซ้ายเชื่อว่า รูพญานาค เป็นทางขึ้นลงของพญานาคจากแม่น้ำหมัน ที่มาคอยดูแลปกปักรักษาองค์พระเจ้าใหญ่ [6]

ในอดีตยังมีเรื่องเล่าว่า ในช่วงวันพระมักจะปรากฏเป็นคราบโคลนหรือน้ำอยู่บนฐานชุกชี และหน้าตักพระเจ้าใหญ่เป็นประจำ บ้างก็ว่า เป็นรอยคล้ายกับรอยพญานาค คราบโคลนหรือน้ำที่ปรากฏดังกล่าวเชื่อว่า เป็นโคลนที่ติดมากับตัวพญานาค ที่ขึ้นมากราบและดูแลพระเจ้าใหญ่วัดโพนชัย [7] ทั้งนี้ ความเชื่อเรื่องรูพญานาคดังกล่าว ยังสอดคล้องกับเรื่องเล่าที่มาของเนินดินวัดโพนชัย ที่เกิดจากขุยดินปากรูพญานาคตั้งแต่สมัยพุทธกาลอีกด้วย

ต่อมา พระครูสุมนวุฒิกร (หลวงปู่ใหญ่) อดีตเจ้าอาวาสวัดโพนชัย ได้ปิดรูพญานาคดังกล่าว เนื่องจากไม่ต้องการให้พญานาคเอาโคลนเข้าในวิหารหลวง แต่หลังจากปิดรูแล้วทำให้วัดโพนชัยไม่เจริญรุ่งเรือง มีแต่ทรุดโทรมลงไป ทำให้ใน พ.ศ. 2536 เกิดเหตุการณ์พญานาคได้มาเข้าทรงร่างคุณยายสมปอง ชามนตรี ชาวบ้านเดิ่น ตำบลด่านซ้าย พร้อมกับพูดต่อว่ามาปิดทางเดินของพญานาคทำไม เพราะพญานาคไม่สามารถขึ้นมารักษาดูแลพระเจ้าใหญ่ได้ ปิดรูของพญานาคก็เหมือนปิดวัด [8]

หลังจากพญานาคมาเข้าทรงแล้ว พระสงฆ์ ชาวบ้าน และคณะกรรมการวัด จึงได้ตกลงเปิดรูที่อยู่หลังพระเจ้าใหญ่อีกครั้ง โดยขยับมาไว้ทางด้านซ้ายของฐานชุกชี เพื่อให้พญานาคขึ้นมาดูแลพระเจ้าใหญ่ นับแต่นั้นมาวัดโพนชัยก็มีความเจริญรุ่งเรือง และเป็นที่รู้จักของชาวไทยและชาวต่างประเทศ ในฐานะสถานที่จัดงานบุญหลวง และการละเล่นผีตาโขนอันโด่งดังไปทั่วโลก

จากการตีความหลักฐานประวัติศาสตร์และคติชนวิทยาพบว่า คำว่า “นาค” ที่ปรากฏอยู่ในตำนานหรือนิทานปรัมปราต่าง ๆ บางครั้งไม่ได้หมายถึงสัตว์ หากแต่ “นาค” คือกลุ่มคนพื้นเมืองดั้งเดิมที่อาศัยอยู่ในผืนแผ่นดินใหญ่ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มีระบบความเชื่อทางศาสนาเป็นของตนเองมาก่อน คือ ลัทธิบูชางูหรือนาค [9]

ดังนั้น เรื่องเล่านิทานปรัมปราเกี่ยวกับ พญานาค ในลุ่มน้ำหมัน จึงอาจมีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มคนพื้นเมืองดั้งเดิมที่นับถือพญานาคหรืองูใหญ่ แล้วต่อมาก็เกิดการปรับเปลี่ยนมารับคติพระพุทธศาสนาในภายหลัง แต่ยังคงยกย่องพญานาคให้คอยปกป้องคุ้มครองพระพุทธศาสนาต่อไป

ความเชื่อเรื่อง รูพญานาค ที่วัดโพนชัย เห็นได้ชัดว่าสถานที่ตั้งวัดโพนชัยได้เกิดการสร้างวัดทางพระพุทธศาสนาซ้อนทับพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของความเชื่อดั้งเดิม คำอธิบายเกี่ยวกับการเสด็จมาของพระพุทธเจ้าและพระสาวก แล้วพญานาคก็ยอมยกเนินขุยดินปากรูให้เป็นที่ประทับแรมนั้น

สะท้อนให้เห็นว่า พระพุทธศาสนาได้เข้ามาประดิษฐานอยู่ที่บริเวณวัดโพนชัยแห่งนี้แทนที่พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของความเชื่อเรื่องพญานาคของกลุ่มคนพื้นเมืองดั้งเดิม และเป็นการยอมรับนับถือพระพุทธศาสนาแทนความเชื่อดั้งเดิมเรื่องนาคของผู้คนในลุ่มน้ำหมันแห่งนี้

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

[1] สัมฤทธิ์ สุภามา และคณะ. พระธาตุศรีสองรัก อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ดินแดนแห่งสัจจะและไมตรี. (เลย : มูลนิธิพระธาตุศรีสองรัก, 2556), น. 42.

[2] ศักดิ์ชัย สายสิงห์. เจดีย์ พระพุทธรูป ฮูปแต้ม สิม ศิลปะลาวและอีสาน. (กรุงเทพฯ : มิวเซียมเพรส, 2555), น. 71.

[3] พระมหายุรนันท์ สุมงฺคโล ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโพนชัย อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย, สัมภาษณ์ วันที่ 25 สิงหาคม 2561.

[4] ธีระวัฒน์ แสนคำ. พระพุทธรูปสำคัญในจังหวัดเลย. (เลย : สำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย, 2561), น. 24-35.

[5] พระมหายุรนันท์ สุมงฺคโล สัมภาษณ์ วันที่ 25 สิงหาคม 2561.

[6] นางประจบ หมื่นสม ปราชญ์ท้องถิ่นตำบลด่านซ้าย อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย, สัมภาษณ์ วันที่ 26 สิงหาคม 2561.

[7] พระครูถาวรรัตนากร (เชาวรัตน์ จตฺตภโย) เจ้าคณะตำบลด่านซ้าย ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโพนชัย อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย, สัมภาษณ์ วันที่ 25 สิงหาคม 2561.

[8] นางสมปอง ชามนตรี ผู้ถูกพญานาคเข้าทรงร่าง ชาวบ้านเดิ่น อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย, สัมภาษณ์ วันที่ 26 สิงหาคม 2561.

[9] ดู สุจิตต์ วงษ์เทศ. นาคในประวัติศาสตร์อุษาคเนย์. (กรุงเทพฯ : มติชน, 2546), น. 3-62.

หมายเหตุ : คัดเนื้อหาบางส่วนจากบทความ “เรื่องเล่าพญานาคในลุ่มน้ำหมัน : การผสานความเชื่อดั้งเดิมกับพระพุทธศาสนาในอำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย” เขียนโดย ธีระวัฒน์ แสนคำ ในศิลปวัฒนธรรม ฉบับพฤศจิกายน 2561

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 9 มีนาคม 2564

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ถอดความเชื่อและเรื่องเล่า รูพญานาคกับพระเจ้าใหญ่ วัดโพนชัย จ.เลย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...