โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

5 สกินแคร์เกาหลีล้วน ที่เคยใช้

Jeban.com

เผยแพร่ 11 มี.ค. 2564 เวลา 17.00 น. • RV

สวัสดีค่ะ ก่อนอื่นขอออกตัวก่อนเลยว่าชื่อกระทู้ที่บอกว่า ‘ที่เคยใช้มาทั้งชีวิต’ นี่ไม่ได้พูดเพื่อการโฆษณา ไม่ได้โม้ ไม่ได้เวอร์นะ! แต่เกิดมา 25 ปีเพิ่งเคยใช้สกินแคร์มา 5 ตัวจริง ๆ ค่ะ!
เมื่อก่อนเราเป็นคนไม่ดูแลผิวเลยยยย สกินแคร์ไม่ใช้ กันแดดไม่ทา โฟมล้างหน้าและน้ำเปล่าเท่านั้นที่ได้สัมผัสผิว นอกนั้นเหรอ หึ ฝุ่นเอย ยูวีเอย มลภาวะเอย ได้สัมผัสเต็มๆ T-T ด้วยความที่ไม่ค่อยมีปัญหาผิวมาตลอดเลยชะล่าใจ จนรู้สึกว่าไม่ไหวแล้วพส อายุมากขึ้นมันก็ยิ่งเห็นชัดขึ้นว่าจริง ๆ แล้วเราก็มีปัญหาผิวเหมือนกันนี่นา สิวเสี้ยนบ้างแหละ สิวผดบ้างแหละ รูขุมขนก็ชัด ริ้วรอยก็มา แถมผิวก็หย่อน ๆ แห้ง ๆ ดูสุขภาพไม่ดีเลย
กระทั่งมีครั้งนึงไปเที่ยวเกาหลี ดินแดนแห่งเครื่องสำอางและสกินแคร์แบรนด์ดัง เลยซื้อมาลองสักหน่อย ปรากฏว่าต่อจากนั้นไม่มีวันหยุดใช้สกินแคร์กันไม่ได้ ไม่ใช่ปัจจัยสี่แต่จำเป็นต้องมีเหมือนเงินในกระเป๋า จนตอนนี้ก็เปลี่ยนแบรนด์มาเรื่อย ๆ ซื้ออันนู้นอันนี้มาลอง ซึ่งก็คือ 5 ตัวที่จะมารีวิวในวันนี้ค่ะ
ก่อนเริ่มขอให้ข้อมูลไว้ตรงนี้ว่าสภาพผิวเราคือผิวผสมค่อนไปทางแห้ง และแต่ละตัวจะไม่ได้ใช้ร่วมกัน แต่ใช้เป็นขวด ๆ ไปค่ะ (ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับการพักผ่อน / การกิน / มลภาวะที่เจอ กับปัจจัยอื่น ๆ ในช่วงนั้น ๆ ด้วยน้า) และเป็นการรีวิวตามความรู้สึก อาจจะไม่ได้มีข้อมูลเชิงลึกหรือส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์อย่างละเอียดมากนักนะ

Innisfree Green Tea Seed Serum
ตัวแรกที่ใช้ เพราะเพื่อนฝากซื้อจากเกาหลีเลยซื้อตามเพื่อนบ้าง 5555555 เป็นเซรั่มตัวดังของ Innisfree ที่คิดว่าหลายคนน่าจะรู้จักดีอยู่แล้ว มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ แบบที่คิดว่าคงเป็นกลิ่นชาเขียวตามชื่อแหละ แถมส่วนประกอบยังเป็นชาเขียวจากเกาะเชจู ออแกร์นิคสุดอะไรสุด  ทาแล้วรู้สึกผ่อนคลายมากๆๆๆ เป็นจุดที่เราชอบที่สุดของเซรั่มตัวนี้เลย ส่วนเนื้อก็มีความใส แต่ไม่เหลวมาก ทาแล้วชุ่มชื้นกำลังดี ซึมไว ไม่หนักหน้า 
ผลหลังใช้ : ไม่ได้รู้สึกเห็นความแตกต่างจากเดิมมากขนาดนั้น คือก็ยังมีปัญหาสิวผดอยู่บ้าง แค่รู้สึกว่าผิวชุ่มชื้นขึ้น ไม่แห้งเหมือนเมื่อก่อน และน่าจะแข็งแรงขึ้นประมาณนึง (อาจจะเป็นเพราะนี่คือสกินแคร์ตัวแรกที่ได้รับหน้าที่ให้บำรุงผิวที่ไม่เคยผ่านอะไรมาเลย สภาพผิวข้างในคงปั่นป่วนอยู่ไม่น้อยแหละ ซึ่งทำได้เท่านี้ก็ถือว่าผ่านอยู่เด้อ)

Ample:N Peptide Shot Ampoule
เซรั่มใช้ทากลางคืนเพราะจะค่อนข้างเยิ้มพอสมควร แต่ทางนี้ชอบเพราะรู้สึกถึงความผิวโกล์ว ตื่นมาก็ยังโกล์วอยู่ แบบถูกใจสายชอบผิวฉ่ำวาวววววสะท้อนแสงแดดปิ๊งๆๆ ซึ่ง Ample:N เขาจะมีหลายสูตรนะ แต่สูตรที่เราใช้คือ Ampoule ช่วยในเรื่องของริ้วรอย รูขุมขน ความผิวกระชับต่าง ๆ ใครที่มองหาสกินแคร์ Anti-Aging น่าจะถูกใจตัวนี้น้า ตอนนั้นซื้อมาใช้เพราะรู้สึกว่าร่องแก้มชัดและรูขุมขนกว้าง เนื้อเขาจะมีความหนืด ๆ ผสมเปปไทด์เยอะมากๆๆ แบบเรียกว่าผสมในทุกอณูของเซรั่มเลย ชอบมาก รู้สึกทาแล้วมีอะไร 5555555 ส่วนกลิ่นรู้สึกว่าไม่ใช่กลิ่นธรรมชาติพวกดอกไม้ใบหญ้า แต่ก็ไม่แรงมาก อ่อน ๆ แบบทางปุ๊บกลิ่นก็จางปั๊บ แม้เนื้อจะหนักกว่าทุกตัวในทั้งหมดที่ใช้แต่ก็ซึมไวอยู่ ไม่เหนอะหนะน่ารำคาญ เวลาทาก็จะโกล์ว ๆ ฉ่ำ ๆ ชุ่มชื้นตามที่บอก เคลือบผิวแบบแม่ทักว่าทำไมอาบน้ำแล้วไม่ล้างหน้า หน้ามัน แง เขาเรียกผิวฉ่ำแม่!!!!!
ผลหลังใช้ :รู้สึกว่าผิวกระชับขึ้นจริง ๆ รูขุมขนตื้นขึ้น แถมยังได้ความชุ่มชื้นมากถึงมากที่สุด ตลอดเวลาที่ใช้ตัวนี้ไม่เคยได้สัมผัสกับคำว่าผิวแห้งอีกต่อไป!!

Mamonde Red Energy Recovery Serum
ตัวที่ชอบที่สุดดดใน 5 ตัวที่ใช้มา แบบเริ้บมาก แต่ไม่ได้เริ้บตั้งแต่แรกพบสบตานะ เป็นการค่อย ๆ ตกหลุมรักระหว่างที่อยู่ด้วยกัน และเป็นสกินแคร์ตัวเดียวที่ไม่ได้ตั้งความหวังอะไรไว้เลย แค่ลองซื้อเพราะตัวเก่าหมดและตอนนั้นตัวนี้กำลังลดราคาพอดี แต่น้องแบบ น่ารักทุกอย่าง ดีทุกอย่าง ดีเกินไปถึงขนาดใช้จนหยดสุดท้าย (ตอนถ่ายรีวิวนี้คือต้องเปิดขวดเอาออกมาป้าย ๆ เพราะปั๊มไม่ออกแล้วจ้า) น้องหอมมาก หอมแบบกลิ่นดอกไม้ (ก็เขาว่ามันเป็น Blossoming Energy สารสกัดจากดอกไม้บานที่เป็นซีเคร็ตของแบรนด์ สารอะไรไม่รู้ แต่ดือ!!) เนื้อจะไม่ใสมาก ออกขาวบาง ๆ ทาแล้วชุ่มชื้น ซึมเร็ว ผ่อนคลายทั้งผิวทั้งคนทา ใช้ได้ทั้งเช้าทั้งเย็นเลยยย
ผลหลังใช้ :รู้สึกว่าน้องฟื้นฟูผิวได้ดีตามประสิทธิภาพที่แบรนด์เคลมไว้เลย ช่วงที่ใช้ตัวนี้แทบไม่มีปัญหาผิวกวนใจ ผิวใส สุขภาพดี ไม่แห้ง ไม่หมอง น้องเอาอยู่แบบไม่มีอะไรจะพูด โอเค นัมเบอร์วัน!!

ANUA Heartleaf 77% Soothing Toner
โทนเนอร์ตัวดังเรียกขานกันทั่วไปว่า #โทนเนอร์พี่จุน เนื้อบางเบามากแบบเบากว่านี้ก็ไม่ต้องใช้แล้วโทนนงโทนเนอร์ แทบไม่รู้สึกเลยว่าลงอะไรไปที่ผิว ซึมเร็ว ไม่เหนียว ไม่หนัก กลิ่นก็จางจนแบบถ้าใช้ตอนเป็นหวัดคัดจมูกอยู่คงไม่ได้กลิ่นเลยว่าซั่น เหมือนหยดน้ำเปล่าใส่สำลีแล้วเอามาเช็ดหน้าแต่ประสิทธิภาพปังกว่า 100 เท่า เขาว่ากันว่าช่วยเรื่องสิวผดชะงัดนัก รวมถึงรอยสิว รอยดำ รอยแดงต่าง ๆ ด้วย แถมยังปรับสมดุลผิวตามคุณสมบัติของโทนเนอร์ที่ดี เรียกว่าเพียบพร้อมจนต้องมีไว้ในครอบครอง เนื้อเหลวเป็นน้ำแบบถ่ายรีวิวยากมาก เพราะไหลๆๆๆๆ จากหลังมือไปถึงข้อมือลงไปยันศอก เช็ดไปสามรอบกว่าจะถ่ายได้ 55555 (แนบรูปให้ดูความไหลของน้อง)
ผลหลังใช้ :สิวผดลดลงจริงงง หน้านุ่มขึ้นเล็กน้อย รู้สึกว่าผิวแข็งแรงแหละ แต่ด้วยความเป็นโทนเนอร์น่าจะต้องใช้ร่วมกับสกินแคร์ตัวอื่นควบคู่ไปด้วย เราใช้เดี่ยว ๆ อยู่ประมาณ 2 สัปดาห์ กำลังคิดว่าจะลองใช้รวมกับตัวอื่นแล้วดูอีกที เผื่อจะปังกว่าเดิม!

LANEIGE cream skin refiner
สกินแคร์นวัตกรรมใหม่ที่รวมทุกอย่างมาไว้ในขวดเดียว!! ตั้งแต่โทนเนอร์ เซรั่ม ครีม ฯลฯ ทุกศาสตร์แห่งการบำรุงผิว ชนิดที่ว่าไม่ต้องเสียเวลาใช้อะไรเยอะ ๆ ทีละขั้น ๆ ใช้ตัวนี้ตัวเดียวจบปึ้ง! ไม่เสียเวลาแต่งหน้าแต่งตัว นอนตื่นสายได้อีก 5 นาที เพราะคุณสมบัติที่ว่ามามีหรือคนขี้เกียจอย่างเราจะรอช้า ซื้อจ้ะ!!! ถึงปกติจะใช้สกินแคร์ทีละตัวอยู่แล้ว แต่ในเมื่อ LANEIGE ตัวนี้ใช้แค่ 1 ได้มากถึงสองสามสี่ห้าหกก็เลยลองซะหน่อย ความประทับใจแรกคือขวดใหญ่มากและราคาไม่แรง เนื้อเป็นน้ำสีขาวเหลว ๆ บางเบา ไม่เหนอะ ไม่หนืด กลิ่นมีความนม ๆ จาง ๆ แบบอ่อนมากๆๆๆๆ ตอบโจทย์สำหรับคนไม่ชอบอะไรเยอะแยะ เราใช้แค่ 3-4 หยดทั่วใบหน้า ทาแล้วรู้สึกชุ่มชื้น มีความโกล์วนิด ๆ ก่อนนอนตอนเช้าได้หมดถ้าสดชื่น
ผลหลังใช้ :ได้ความชุ่มชื้นเต็ม ๆ เหมือนรดน้ำให้ผิว ไม่แห้ง ไม่แตก ใช้แล้วคิดได้ว่านี่สินะที่เขาเรียกกันว่าผิวฟูอิ่มน้ำ 555555 เราใช้มาประมาณ 1 เดือน ความชุ่มชื้นกับผิวนุ่มฟูเป็นสิ่งที่เห็นได้ชัดที่สุด ส่วนเรื่องสิวผดก็ยังขึ้นบ้างและรูขุมขนก็ยังเห็นอยู่ แต่รับได้ ไม่แย่! 

อ่านต่อ กดเลย
รีวิวจากคอมมูนิตี้จีบัน : Ploy Apanuch
สอบถามข้อสงสัย คุย LINE@ กับ Jeban.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...