โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วางขวดน้ำในสวนสาธารณะแล้วไปวิ่ง เชื่อถูกเจาะรูขวดวางยาหมดสติเข้า ร.พ. โชคดีกินไปไม่ถึงครึ่ง

TODAY

อัพเดต 23 มิ.ย. 2563 เวลา 00.26 น. • เผยแพร่ 22 มิ.ย. 2563 เวลา 15.30 น. • workpointTODAY

วันที่ 22 มิ.ย. ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Etoriw Sibaht โพสต์เล่ากรณีไปวิ่งออกกำลังกายในสวนสาธารณะและวางขวดน้ำที่ยังไม่ได้เปิดไว้ ต่อมาได้เปิดดื่มและเกิดอาการไม่สบายหนัก จนหมดสติและถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล พบภายหลังว่าขวดถูกเจาะและมีการวางยา คาดคนร้ายหวังทรัพย์สิน

ผู้โพสต์ เล่าเหตุการณ์มีใจความสำคัญว่า วันศุกร์ที่ 22 มิ.ย. ตนได้ขี่รถจักรยานยนต์ไปวิ่งที่สวนสาธารณะศาลากลางจังหวัดนนทบุรี และซื้อน้ำดื่มไปวางไว้บริเวณสนามตะกร้อ โดยยังไม่ได้เปิดดื่ม หลังจากวิ่งไปได้ประมาณ 4 กิโลเมตรสวนปิดไฟจึงเลิกวิ่งและไปดื่มน้ำ รู้สึกรสชาติแปลกไปกว่าเดิมแต่ได้ดื่มไป 1 ใน 3 และขี่รถกลับไปที่ทำงาน โดยนำขวดน้ำวางไว้ที่หน้ารถ
หลังไปกินข้าวกับที่ทำงานรู้สึกหายใจติดขัด ภาพหมุน เหมือนจะอาเจียนจึงให้คนที่ทำงานไปส่งที่แผนกฉุกเฉินโรงพยาบาลรามาธิบดี โดยมีอาการลิ้นแข็ง ทรงตัวไม่ได้ แพทย์วินิจฉัยว่าเป็นโรคหลอดเลือดสมอง จนกระทั่งหมดสติ
อย่างไรก็ตามวันรุ่งขึ้นตื่นมาที่โรงพยาบาลสภาพสะลึมสะลือ แพทย์สงสัยว่าทำไมฟื้นตัวเร็วกว่าปกติ วินิจฉัยว่าอาจไปเสพสารบางอย่างมาและให้อยู่ที่ห้องฉุกเฉินเพื่อดูอาการ

วันอาทิตย์ ยังมีอาการอ่อนเพลีย หมอเจ้าของไข้สรุปว่า อาจะเป็นเพราะได้รับสารพิษบางอย่างเข้าในร่างกายหรือร่างกายสร้างสารพิษขึ้นมา ตนจึงเริ่มสงสัยเรื่องถูกวางยาในน้ำดื่ม และสายวันเดียวกันหมอก็ให้กลับบ้านโดยไม่มีอาการป่วยใดๆ เลย
หลังจากนั้นจึงได้กลับบ้านไปพักและไปเอารถจักรยานยนต์ที่ทำงาน จึงตรวจสอบขวดน้ำพบมีรอยเจาะใกล้ฝาขวดจึงมั่นใจว่าถูกวางยา และได้ไปแจ้งความโดยตำรวจให้รอนำผลตรวจเลือดและใบรับรองแพทย์มาประกอบ
เจ้าของโพสต์ระบุว่า ปกติตนจะวิ่งนานกว่านี้และพักดื่มน้ำแล้ววิ่งต่อ ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้นจะตกเป็นเหยื่อพวกโจรที่วางยาปลดทรัพย์แน่นอน เพราะมีทั้งนาฬิกานักวิ่งและสมาร์ทโฟน จึงนำเรื่องนี้มาเพื่อเตือนภัยให้ดูแลตัวเองและระมัดระวังมากขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...