โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วิบากกรรม 'โดนัลด์ ทรัมป์' ช่วงสุดท้ายก่อนลงจากตำแหน่ง / บทความต่างประเทศ

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 19 ม.ค. 2564 เวลา 09.13 น. • เผยแพร่ 19 ม.ค. 2564 เวลา 09.13 น.
เครดิตภาพ AFP

บทความต่างประเทศ

วิบากกรรม ‘โดนัลด์ ทรัมป์’

ช่วงสุดท้ายก่อนลงจากตำแหน่ง

กลายเป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โต หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา ยังคงไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง ที่ “โจ ไบเดน” จากพรรคเดโมแครต ได้รับชัยชนะไป แต่ทรัมป์ก็ยังคงพยายามหาหนทางที่จะพลิกผลการเลือกตั้งให้ได้
จนมีข่าวจากสื่อใหญ่ของอเมริกา ออกมารายงานว่า ทรัมป์ได้พยายามกดดันนายแบรด ราฟเฟนสเปอร์เกอร์ มุขมนตรีแห่งรัฐจอร์เจีย ให้ไปหาคะแนนมาเพิ่ม เพื่อพลิกผลเลือกตั้งในรัฐจอร์เจียให้ทรัมป์ชนะ เนื่องจากที่รัฐจอร์เจีย ซึ่งถือเป็นสวิงสเตตนั้น ไบเดนมีคะแนนอิเล็กทรอรัลโหวต ชนะทรัมป์อยู่
ถือเป็นความพยายามอย่างต่อเนื่องของทรัมป์ ที่ยังไงก็ไม่ยอมที่จะ “พ่ายแพ้” ต่อการแข่งขันครั้งนี้อย่างเด็ดขาด
นอกเหนือจากความพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีแล้ว พรรครีพับลิกันยังพ่ายแพ้ต่อเดโมแครตในการเลือกตั้งซ่อมวุฒิสมาชิกรัฐจอร์เจีย 2 ที่นั่ง ที่ส่งผลให้พรรคเดโมแครตครองเสียงส่วนใหญ่ ทั้งในสภาผู้แทนราษฎรและในวุฒิสภา
ด้วยเหตุนี้ ทรัมป์ผู้ไม่ยอมแพ้ จึงเดินหน้าออกมาใช้สื่อโซเชียลอย่าง “ทวิตเตอร์” เรียกร้องให้ผู้สนับสนุนตน ออกมาเคลื่อนไหวเพื่อคัดค้านการลงมติรับรองผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ที่จะมีขึ้นในวันที่ 6 มกราคม เพื่อเป็นการปกป้องประเทศ
พร้อมประกาศจะ “ไม่ขอยอมแพ้เป็นอันขาด” และว่า สิ่งที่เกิดขึ้นถือเป็นการปล้น และไม่ใช่เวลาที่จะแสดงความอ่อนแอ

จะด้วยการเรียกร้องของทรัมป์หรืออะไรก็แล้วแต่ ทำให้เกิดการรวมตัวของผู้คนในวันที่ 6 มกราคม ผู้คนจำนวนมากพากัน “บุก” เข้าไปในอาคารรัฐสภา ที่ตั้งอยู่ในกรุงวอชิงตัน เมืองหลวงของสหรัฐอเมริกา ผู้คนต่างอยู่ในความโกรธแค้น และตะโกนเรียกร้องว่า ต้องการ “ทรัมป์”
เหตุการณ์บานปลายกลายเป็นการ “จลาจล” ผู้คนบุกเข้าไปในอาคารรัฐสภา ปีนป่ายตามตึก บุกเข้าไปภายในห้องประชุม จนต้องมีการอพยพบรรดา ส.ส.ที่อยู่ในอาคารออกอย่างเร่งด่วน รวมถึงนายไมก์ เพนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐ
ขณะที่เจ้าหน้าที่ต้องใช้สเปรย์พริกไทย และแก๊สน้ำตา เพื่อสลายกลุ่มผู้ชุมนุม ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องใช้อาวุธปืนเพื่อข่มขู่ผู้บุกรุก
สถานการณ์บานปลาย จนนายมูเรียล โบว์เซอร์ นายกเทศมนตรีกรุงวอชิงตัน ต้องประกาศเคอร์ฟิวในเย็นวันนั้น ถึงเช้าวันรุ่งขึ้น
ถือเป็นเหตุบุกอาคารรัฐสภาสหรัฐครั้งแรก นับตั้งแต่เดือนสิงหาคม ค.ศ.1814 ที่อังกฤษเคยบุกโจมตีและเผาอาคารรัฐสภาสหรัฐมาแล้ว
หลังผ่านไปราว 4 ชั่วโมง เหตุการณ์ได้สงบลง สภาคองเกรสก็ประกาศรับรองชัยชนะของโจ ไบเดน และจะได้ขึ้นเป็นประธานาธิบดีสหรัฐคนที่ 46 ต่อไป โดยจะมีพิธีสาบานตนรับตำแหน่งในวันที่ 20 มกราคมนี้

เหตุจลาจลที่เกิดขึ้น ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 ราย ถูกจับกุมตัวไปอีกกว่าครึ่งร้อย
และผลที่ตามมาคือ เสียงก่นด่าที่มีต่อโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้ปลุกปั่นทำให้เกิดจลาจลครั้งนี้ขึ้น จนกลายเป็นที่มาของการเดินหน้ากระบวนการถอดถอนทรัมป์ออกจากตำแหน่ง
แม้จะเหลือเวลาในการดำรงตำแหน่งอีกไม่มากนัก สำหรับทรัมป์ แต่ ส.ส.จากเดโมแครตก็ยืนยันที่จะเริ่มต้นกระบวนการถอดถอนทรัมป์ให้เร็วที่สุด ภายใต้ข้อหายุยงปลุกปั่นให้เกิดการจลาจลขึ้น จนนำไปสู่การบุกยึดสภา และทำให้มีผู้เสียชีวิต
นางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ จากพรรคเดโมแครต ยืนยันว่า สภาจะเดินหน้ากระบวนการถอดถอนทรัมป์ออกจากตำแหน่ง หรืออิมพีชเมนต์ให้เร็วที่สุด ในฐานะเป็นผู้ยุยงให้ผู้สนับสนุนโจมตีอาคารรัฐสภา โดยจะยื่นหนังสือเรียกร้องให้นายไมก์ เพนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐ ประกาศว่า ทรัมป์ไม่มีความเหมาะสมสำหรับตำแหน่งประธานาธิบดีอีกต่อไป
ทั้งนี้ เพื่อดำเนินการตามรัฐบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ 25 อาศัยเสียงข้างมากเด็ดขาด 2 ใน 3 ของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา เพื่อถอดถอนพ้นจากตำแหน่งต่อไป

แต่หากไม่มีการตอบสนองใดจากรองประธานาธิบดีเพนซ์ ก็จะเริ่มกระบวนการอิมพีชเมนต์ของสภาในทันที ซึ่งจะส่งผลให้ทรัมป์กลายเป็นผู้นำอเมริกาคนแรกในประวัติศาสตร์ ที่ถูกถอดถอนด้วยกระบวนการอิมพีชเมนต์ถึง 2 ครั้งในช่วงเวลา 4 ปี
นอกเหนือไปจากความพยายามถอดถอนทรัมป์ออกจากตำแหน่งแล้ว ทวิตเตอร์ที่ถือเป็นเครื่องมือบนโลกออนไลน์ที่สำคัญของทรัมป์ ได้ประกาศระงับบัญชีของทรัมป์เป็นการถาวร ส่วนเฟซบุ๊กกับไอจี ก็แบนแบบไม่มีกำหนด อันเป็นผลจากการใช้สื่อโซเชียลในการยุยงให้เกิดความรุนแรงนั่นเอง
ดูเหมือนการลงจากตำแหน่งของทรัมป์ในครั้งนี้ ดูจะไม่ค่อยสวยหรูเสียแล้ว

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...