โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ : ผู้ถือบัตรรายเดิม ใช้สิทธิ์ได้จนกว่าเริ่มโครงการใหม่

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 01 ก.พ. 2566 เวลา 06.06 น. • เผยแพร่ 01 ก.พ. 2566 เวลา 04.07 น.

รองโฆษกรัฐบาลเผย เลื่อนประกาศบัตรสวัสดิการแห่งรัฐออกไปก่อน เพื่อให้มีความถูกต้อง ครบถ้วน ผู้ถือบัตรรายเดิม 13.2 ล้านคน กรมบัญชีกลาง ยังโอนเงินสวัสดิการให้จนกว่าจะเริ่มโครงการใหม่

วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2566 น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กระทรวงการคลังได้แจ้งการเลื่อนประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติผู้ร่วมโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2565 จากกรอบเวลาเดิมที่จะต้องมีการประกาศผลและยืนยันตัวตนผู้ผ่านคุณสมบัติภายในเดือน ม.ค. 2566

ทั้งนี้ เนื่องจากลงทะเบียนรอบนี้ได้มีการปรับเกณฑ์การพิจารณาคุณสมบัติผู้ร่วมโครงการทั้งเกณฑ์บุคคลและเกณฑ์ครอบครัว จึงต้องมีการตรวจสอบสิทธิโดยหลายหน่วยงาน เพื่อให้มีความถูกต้อง ครบถ้วน

อย่างไรก็ตาม กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างการเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จ และจะประกาศให้ประชาชนทราบโดยเร็ว ซึ่งผู้ที่ได้ลงทะเบียนไว้ สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารและข้อมูลต่าง ๆ ของโครงการได้ ผ่านเว็บไซต์ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th หรือ https://welfare.mof.go.th หรือจากข่าวประชาสัมพันธ์ของกระทรวงการคลัง

น.ส.ไตรศุลีกล่าวว่า การที่บัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ยังอยู่ในขั้นตอนดำเนินการ กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลังจะยังคงดำเนินการโอนเงินสวัสดิการให้ผู้ถือบัตรรายเดิม จำนวน 13.2 ล้านคน ตามปกติ โดยในรอบเดือน ก.พ. 2566 การโอนเงินยังเป็นไปตามตาราง คือ

  • วันที่ 1 ก.พ. 2566 โอนเงินซื้อสินค้า, ค่าก๊าซหุงต้ม, ค่ารถโดยสาร
  • วันที่ 18 ก.พ. 2566 เงินคืนค่าไฟฟ้า เงินคืนค่าน้ำประปา
  • วันที่ 22 ก.พ. 2566 เงินเพิ่มเบี้ยคนพิการ สำหรับผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ถือมีบัตรประจำตัวคนพิการ

“กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างเร่งดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติผู้ร่วมโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐปี 2565 ให้แล้วเสร็จ และประกาศให้ประชาชนทราบโดยเร็ว

ส่วนผู้ที่มีบัตรรายเดิมยังคงสามารถใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้จนถึงวันสุดท้ายของเดือนก่อนเริ่มโครงการใหม่ ที่เมื่อกระทรวงการคลังประกาศผู้ผ่านคุณสมบัติแล้ว การใช้สิทธิต่าง ๆ จะต้องใช้ผ่านบัตรประจำตัวประชาชนอเนกประสงค์ หรือแบบสมาร์ทการ์ดเท่านั้น ส่วนบัตรสวัสดิการเดิมจะถูกยกเลิกไป” น.ส.ไตรศุลีกล่าว

น.ส.ไตรศุลีกล่าวว่า เมื่อกระทรวงการคลังประกาศผลโครงการลงทะเบียนปี 2565 แล้ว ผู้ที่ได้ลงทะเบียนไว้สามารถตรวจสอบว่าตนเองผ่านคุณสมบัติใน 3 ช่องทาง ได้แก่

1.เว็บไซต์ทางการ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th หรือ https://welfare.mof.go.th

2.ที่หน่วยงานรับลงทะเบียนทั้ง 7 หน่วยงาน ได้แก่

  • ธนาคารออมสิน
    • ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)
    • ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) (ธนาคารกรุงไทย)
    • สำนักงานคลังจังหวัด
    • ที่ว่าการอำเภอทุกอำเภอ
    • สำนักงานเขตกรุงเทพมหานคร
    • ศาลาว่าการเมืองพัทยา

3.โทรศัพท์สอบถาม สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง และ Call Center โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หลังจากวันประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติ

บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จ่ายค่าอะไรได้บ้าง ?

สำหรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ กรมบัญชีกลาง ได้เบิกจ่ายและโอนเงินให้แก่หน่วยงานและร้านค้าที่รับชำระค่าสินค้าและบริการผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2566 ดังนี้

ทุกวันที่ 1 ของเดือน (ไม่สามารถถอนเป็นเงินสดได้ และไม่สะสมในเดือนถัดไป)

  • วงเงินซื้อสินค้า 200/300 บาทต่อเดือน
  • ส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้ม 100 บาทต่อ 3 เดือน (ม.ค.-มี.ค. 66)
  • ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ประกอบด้วย ค่าโดยสารรถ บขส. 500 บาทต่อเดือน, ค่าโดยสารรถไฟ 500 บาทต่อเดือน และค่าโดยสารรถ ขสมก./รถไฟฟ้า (MRT/BTS/ARL) 500 บาทต่อเดือน (สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่อาศัยอยู่ในเขต กทม.และปริมณฑล)

ทุกวันที่ 18 ของเดือน (สามารถถอนเป็นเงินสดได้ และสะสมในเดือนถัดไปได้)

  • เงินชดเชยค่าไฟฟ้า ไม่เกิน 315 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน (สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ได้ลงทะเบียนกับ กฟน. กฟภ. และกิจการไฟฟ้าสวัสดิการสัมปทานกองทัพเรือ ที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 315 บาทต่อเดือน)
  • เงินชดเชยตามจำนวนเงินที่ชำระค่าน้ำประปา ไม่เกิน 100 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน (สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่ได้ลงทะเบียนกับ กปน. กปภ. ที่ใช้น้ำประปาไม่เกิน 315 บาทต่อเดือน จะได้รับเงินคืนค่าน้ำประปาไม่เกิน 100 บาท (ที่ได้ชำระเงินแล้ว) ส่วนที่เกินจาก 100 บาท ผู้ถือบัตรเป็นผู้ชำระเอง)

ทุกวันที่ 22 ของเดือน (สามารถถอนเป็นเงินสดได้ และสะสมในเดือนถัดไปได้)

  • เงินเพิ่มเบี้ยความพิการ 200 บาทต่อเดือน (สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่มีบัตรประจำตัวคนพิการและได้รับเงินเบี้ยความพิการ)

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...