โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ถุงยางอนามัย” มีมานานแล้วนับ 3,000 ปี จริงหรือ?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 17 เม.ย. 2567 เวลา 15.03 น. • เผยแพร่ 14 เม.ย. 2567 เวลา 15.58 น.
ภาพโดย Bruno จาก Pixabay

ถุงยางอนามัย (condom) คืออุปกรณ์หรือภาชนะที่ใช้ในการป้องกันการตั้งครรภ์ของผู้หญิงและสามารถป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ อย่างเช่น ซิฟิลิส หนองใน เป็นต้น

ถุงยางอนามัย ที่เก่าแก่ที่สุด สันนิษฐานว่าชาวอียิปต์โบราณเป็นผู้คิดค้นการใส่ถุงยางอนามัยเพื่อป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ใช้ผ้าลินินมาหุ้มปลายองคชาติและย้อมสีผ้าลินินคนละสีเพื่อบ่งบอกสถานะทางสังคม แต่อย่างไรก็ตามยังไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าชาวอียิปต์โบราณเป็นผู้สวมใส่ถุงยางครั้งแรก

ก่อนศตวรรษที่ 15 ญี่ปุ่นและจีนในอดีตมีการใช้ถุงยางอนามัย ทำจากกระดองเต่าและกระดาษทาน้ำมันหรือไส้แกะ

การใช้ “ถุงยางอนามัย” ครั้งแรกเกิดขึ้นในยุโรปช่วง ค.ศ. 1564 โดย Gabrielle Falloppia (นักกายวิภาคศาสตร์ชาวอิตาลี) ในช่วงนั้นได้เกิดโรคซิฟิลิสกำลังระบาดเป็นอย่างหนัก เขาจึงได้แนะนำให้เอาถุงผ้าลินินไปชุบน้ำเกลือก่อนมาหุ้มบริเวณปลายอวัยวะเพศชาย มีผู้ทดลองทั้งหมด 1,100 คน ผลสรุปคือไม่มีใครติดโรคเลย

ต่อมาช่วงศตวรรษที่ 17 ในสงครามกลางเมืองอังกฤษ กองทัพของพระเจ้าชาลส์ที่ 1 ติดโรคซิฟิลิสอย่างรุนแรง พระเจ้าชาลส์ที่ 1 ทรงให้กองทัพฯ แจกจ่ายปลอกที่ทำมาจากไส้ปลา, ไส้แกะหรือไส้วัวให้กับเหล่าทหาร และทำให้ประชาชนเริ่มหันมาใช้ถุงยางอนามัยกันมากยิ่งขึ้น

Charles Goodyear (เป็นวิศวกรการผลิตและนักเคมีชาวอเมริกัน) ได้ค้นพบการทำถุงยางรูปแบบใหม่โดยทำให้ยางคงรูปและมีความยืดหยุ่นสูงในศตวรรษที่ 19 ช่วง ค.ศ.1839 ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมาก

การนำเข้าถุงยางเข้ามาในประเทศไทยครั้งแรกเกิดขึ้น ค.ศ. 1974 จุดประสงค์หลักการใช้ถุงยางในเริ่มแรกคือคุมกำเนิดลดประชากร แต่ในภายหลังถุงยางได้นำมาใช้เพราะโรคเอชไอวี(เอดส์) ได้ระบาดหนัก

ช่วง ค.ศ. 1985 เพื่อป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และมีการใช้ถุงยางมาตลอดจนถึงปัจจุบัน

จะเห็นได้ว่าวิวัฒนาการของถุงยางอนามัยจะขึ้นอยู่กับสาเหตุหรือเหตุผลที่นำมาใช้แก้ปัญหาทั้งเรื่องการป้องกันโรคและการคุมกำเนิดเพื่อลดจำนวนประชากรหรือลดปัญหาการตั้งครรภ์โดยไม่พร้อมในยุคปัจจุบัน อีกทั้งการพัฒนาคุณภาพของถุงยางอนามัยมีความสอดคล้องในเรื่ององค์ความรู้และวัตถุดิบของแต่ละยุคที่นำมาประยุกต์ใช้ มีการลองผิดลองถูกเพื่อที่จะพัฒนาเป็นถุงยางอนามัยที่มีคุณภาพอย่างปัจจุบัน

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

H Youssef MRCOG. (1992). The history of the condom. Journal of the Royal Society of Medicine, (4), 226-228. สืบค้นจาก https://journals.sagepub.com/doi/epdf/10.1177/014107689308600415

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 10 มกราคม 2566

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “ถุงยางอนามัย” มีมานานแล้วนับ 3,000 ปี จริงหรือ?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...