เปิดมิติใหม่ไปกับ 2 แบรนด์เสื้อผ้าเด็ก ชุดน่ารักไซส์เล็กที่โอบอุ้มจินตนาการขนาดมหึมา
“วันนี้จะใส่ชุดอะไรดี” น่าจะเป็นคำถามที่ผุดขึ้นมาในหัวของหลาย ๆ คนทุกเช้า ขณะที่ยืนอยู่หน้าตู้เสื้อผ้าที่เต็มไปด้วยชุดสวยที่เลือก CF มาจากแพลตฟอร์มต่าง ๆ จนแทบจะล้นทะลักออกมาจากตู้
เพราะ “เครื่องแต่งกาย” คือหนึ่งในสิ่งที่ใช้สำรวจและบ่งบอกตัวตนของแต่ละบุคคลได้อย่างชัดเจนที่สุด และอาจสะท้อนภาพเบื้องต้นได้ว่าผู้สวมใส่มีความชอบหรือสไตล์รูปแบบไหน
แต่ถ้าพูดถึงบรรดา “เด็กน้อย” กับจุดยืนด้านแฟชั่นของพวกเขาแล้ว กลับพบว่าความนิยมชมชอบของเด็ก ๆ ในการเลือกเสื้อผ้าเองมักจะถูกละเลยและมองข้ามไปในโลกของผู้ใหญ่ ทั้งยังถูกตีกรอบด้วยค่านิยมของสังคมหลายอย่างตั้งแต่เรื่องของ “สี” ไปจนถึง “แพทเทิร์น” ที่เป็นกระแสหลัก
ท่ามกลางสังคมที่ส่งเสริมเด็กรุ่นใหม่ด้วยคติที่ว่า “เราสามารถเติบโตและเป็นได้ทุกอย่างที่ต้องการ” การจำกัดการแต่งกายในรูปแบบเดิม ๆ ก็ดูเหมือนจะเป็นกระแสที่ออกจะล้าหลังไปสักหน่อย และคงถึงเวลาแล้วที่เราจะมีแนวทางสำหรับเสื้อผ้าของเด็กรูปแบบใหม่ ๆ ที่จะตอบรับกับจินตนาการและความต้องการของเด็ก ๆ มากขึ้น
ตัดแปะให้สมใจไปกับ “Puzzleware”
คงไม่มีชุดไหนจะถูกใจและน่าภูมิใจไปมากกว่าชุดที่สร้างด้วยมือของตัวเอง และในปี 2018 แบรนด์สัญชาติสกอตแลนด์ “Almaborealis” ของไมจา ไนเกรน (Maija Nygren) ก็ได้เข้ามาตอบโจทย์นั้นผ่านไลน์สินค้าชื่อ “Puzzleware” (หรือที่เดิมชื่อ “Convertibles”) ชุดชิ้นผ้าสำหรับเด็กอายุตั้งแต่ 4 -12 ปีที่เกิดขึ้นเพื่อให้เด็กได้ฝึกทักษะและใช้จินตนาการของตัวเองในการสร้างชุดตัวเก่งที่สวมใส่ได้จริง โดยนำแนวคิดการสร้างมาจากทฤษฎีการเรียนรู้ยุคแรก ๆ อย่าง “Loose Parts Play1” สำหรับการหยิบมาประยุกต์ทำอุปกรณ์
ชุดของ “Puzzleware” ประกอบด้วยชิ้นผ้าขนสัตว์หลากสีสันที่มีการดีไซน์พร้อมรูใส่เชือกง่าย ๆ สำหรับให้เด็กได้เย็บปักถักร้อยพื้นฐาน ในเซ็ตยังมีอุปกรณ์สำหรับถัก ทั้งเข็มไม้และด้ายไหมพรม รวมถึงมีตารางสอนการถักขั้นพื้นฐานให้เหล่าช่างตัดเย็บเสื้อตัวจิ๋วได้ลองเรียนรู้การเย็บปักก่อนถึงเวลาลงสนามจริง การออกแบบอุปกรณ์ได้รับการพัฒนาให้เหล่าหนูน้อยสามารถใช้ได้ง่าย ไม่ยุ่งยาก เพื่อมุ่งสร้างความมั่นใจให้กับนักออกแบบรุ่นเยาว์
ไนเกรนให้สัมภาษณ์ถึงการเกิดขึ้นของ “Puzzleware” ว่า มาจากปัจจัยหลาย ๆ อย่างรวมกัน และหนึ่งในแรงบันดาลใจหลักของเธอนั้นก็อาจจะมีที่มาจากลูกสาววัย 8 ปีของเธอเอง ที่เริ่มเรียนรู้เรื่องความไม่ยั่งยืนในกระบวนการผลิตเสื้อผ้าแบบฟาสต์แฟชั่น แม้จะไม่เคยมีโอกาสได้จับเข็มกับด้ายเลยแม้แต่ครั้งเดียว โดยไนเกรนมองว่าอุตสาหกรรมขนาดใหญ่นี้กำลังสร้างช่องว่างซึ่งเคยเกิดขึ้นแล้วครั้งหนึ่งในช่วงรอยต่อระหว่างการผลิตตัดเย็บเสื้อผ้าในโรงงานกับการถักเย็บที่บ้านด้วยตนเอง
“คนยุคนี้และคนรุ่นต่อไป ไม่เพียงแต่จะสูญเสียทักษะด้านการทำเสื้อผ้าเท่านั้น แต่ยังเสียทุกอย่างที่พ่วงมากับมันด้วย ทั้งความเข้าใจในคุณค่าของวัสดุ และความเป็นช่างฝีมือ รวมถึงการได้รับรู้ที่มาของไอเท็มใกล้ตัวในชีวิตประจำวันเหล่านี้” เธอกล่าว ประกอบกับที่ไนเกรนเคยทำงานเป็นนักออกแบบชุดในโรงละครเด็กมาก่อน เธอจึงสนใจที่จะสร้างเสื้อผ้าสีสดใสที่ทั้งดึงดูดสายตาเด็ก ๆ ไปพร้อมกับสร้างทักษะและโอกาสการมีส่วนร่วมในการทำเสื้อผ้าที่ทั้งนุ่มและอบอุ่นของเด็ก ๆ เองด้วย
ในขณะเดียวกัน ไนเกรนก็ให้คุณค่ากับเรื่องของ “ความยั่งยืน” ในโปรเจ็กต์นี้ไปในตัว เพราะไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะหาชุดงานฝีมือสร้างสรรค์ในตลาดให้กับเด็ก ๆ ได้สวมใส่ในทุกวันนี้ และยิ่งยากเข้าไปใหญ่เมื่อจะต้องหาชุดงานฝีมือสร้างสรรค์ที่ยั่งยืนสำหรับโลกด้วย สิ่งของทุกอย่างใน “Puzzleware” แม้กระทั่งบรรจุภัณฑ์จึงล้วนแต่เป็นวัสดุชีวภาพที่สามารถย่อยสลายได้ 100% รวมถึงมีการใช้กระดาษรีไซเคิล เพื่อให้สอดคล้องกับหลักความยั่งยืนของโครงการ เช่นเดียวกับการฝึกฝนคุณธรรมอื่น ๆ ที่จะส่งเสริมจุดยืนด้านนี้ โดยไนเกรนกล่าวว่า “การให้เด็กได้ทำกิจกรรมที่สนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิต การคิดเชิงวิพากษ์และสร้างสรรค์ ตลอดจนทักษะการแก้ปัญหา คืออีกแง่มุมหนึ่งของการสร้างความยั่งยืนโดยรวม”
“สิ่งสำคัญคือการปลูกฝังแนวคิดที่ว่า สิ่งต่าง ๆ มาจากไหนและทำขึ้นมาได้อย่างไร ถ้าเราเข้าใจถึงต้นทางที่ของบางสิ่งถูกสร้างขึ้น เราก็จะมีแนวโน้มที่จะมีสายสัมพันธ์กับมันอย่างลึกซึ้งขึ้นและใส่ใจมัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเราสร้างมันขึ้นมาเอง” ทั้งนี้ ไนเกรนยังชี้ให้เห็นว่าการที่สังคมสูญเสียแนวคิดการประดิษฐ์สิ่งต่าง ๆ อาจเชื่อมโยงโดยตรงกับพฤติกรรมการบริโภคที่มากเกินจำเป็น
แน่นอนว่าการสร้างชุดของตนเองเพื่อสวมใส่นั้น จะต้องช่วยส่งเสริมการแสดงออกซึ่งตัวตนของเด็กแต่ละคน รวมถึงเรื่องของความคิดสร้างสรรค์ด้วย “Puzzleware” จะช่วยให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้และพัฒนาทักษะการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ รวมถึงได้สร้างความชำนาญในการประสานการทำงานของมือและสายตา ซึ่งเป็นประเด็นที่เห็นได้ไม่บ่อยนักในแวดวงแฟชั่นเด็ก โดยเธอหวังว่าการปลูกฝังทักษะเหล่านี้ตั้งแต่เยาว์วัยจะช่วยบ่มเพาะความสร้างสรรค์ได้ในระยะยาว โดยเฉพาะหลังจากที่ผลการศึกษาชี้ว่าทุกวันนี้มีจำนวนผู้เข้าเรียนวิชาสร้างสรรค์ลดฮวบ
อย่างไรก็ตาม ไนเกรนก็เข้าใจว่าไม่ใช่ผู้ปกครองทุกคนที่พร้อมจะเปิดรับการแต่งกายที่ฉูดฉาดและอาจไม่ประณีตเท่างานตัดเย็บแบบมืออาชีพ แต่ฉีกกรอบถูกใจเด็ก ๆ โดยเธอกล่าวว่า “อาจเป็นเรื่องยากพอดูที่จะอนุญาตให้ลูกของคุณออกไปข้างนอกและแต่งตัวในชุดที่พวกเขาอยากใส่ ฉันต้องกลืนคำพูดของฉันกลับตอนเห็นลูกใส่เสื้อผ้าที่เลือกเอง แต่ฉันก็อนุญาตให้เธอได้ออกไปข้างนอกอยู่ดี” กระนั้นไนเกรนก็แนะนำคุณพ่อคุณแม่ให้มองผลงานนี้เหมือนกับ “ลายมือ” ของเด็ก ๆ ที่มีเอกลักษณ์ และภูมิใจไปกับมันได้ อีกทั้งยังเป็นการพบกันครึ่งทาง โดยปัจจุบัน “Puzzleware” ได้ออกคอลเล็กชันชุดที่มีสีในโทนเดียวกันหรือเป็นสีเดียวกันในชุดมากขึ้นเพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้ปกครองที่เริ่มเปิดใจ
ในอนาคตเองไนเกรนยังหวังจะเพิ่มกิจกรรมอื่น ๆ เช่น การทำเวิร์กช้อปที่จะช่วยให้ได้เจอกับเหล่าดีไซเนอร์น้อยแบบตัวต่อตัวและช่วยเปิดอิสระทางความคิดด้วยผืนผ้าจิ๊กซอว์ที่มีหลากหลายแบบมากขึ้น เพื่อให้เด็ก ๆ สามารถเลือกชิ้นส่วนมาประกอบกันระหว่างทำกิจกรรมในคลาส ก่อนที่จะสวมใส่เสื้อตัวโปรดนี้กลับบ้านไปได้
วาดลวดแต้มลายให้เป็นสไตล์เรา
เด็กคนหนึ่งในกระดาษวาดรูปกำลังยิ้มแย้มอวดชุดแสนสวยที่คนวาดจินตนาการว่าได้สวมใส่ ใช่แล้ว ! ไม่ว่าเด็กคนไหนก็คงเคยผ่านช่วงของการเป็นดีไซเนอร์ในกระดาษขาวกันทั้งนั้น แต่ในปี 2016 ที่ผ่านมา ชุดสวย 2 มิติเหล่านั้นกลับเริ่มได้ออกมาโลดแล่นในโลกแห่งความเป็นจริงด้วย “Picture This Clothing” ที่จะเข้ามาสานฝันให้เหล่าศิลปินตัวน้อยได้สวมใส่ชุดสวยในจินตนาการ
เรื่องราวการเกิดขึ้นของ “Picture This Clothing” เริ่มจากในปี 2014 เมื่อไจมี ฟินนีย์ (Jaimee Finney) ได้เห็นความสุขจากใบหน้าของลูกสาววัย 6 ขวบหลังจากได้รับของขวัญเป็นชุดที่ลอกออกมาจากภาพวาดที่เธอออกแบบเอง เธอตะโกนก้องตั้งแต่ชุดยังไม่เสร็จดีว่า “หนูได้สวมใส่จินตนาการของหนู!” ความตื่นเต้นดีใจนี้เองที่เป็นความรู้สึกที่ทำให้ฟินนีย์เหมือนเป็นแม่ที่ประสบความสำเร็จที่สุดในชีวิต และแอบคิดในใจหลังจากพูดคุยกับแฟนของเธอว่าจะเป็นอย่างไรถ้าพ่อแม่และเด็ก ๆ ครอบครัวอื่นได้สัมผัสกับความรู้สึกแบบนี้บ้าง
“มันคือช่วงเวลาของเวทมนตร์แสนบริสุทธิ์เมื่อคุณเห็นเด็กน้อยถือผลงานที่สร้างจากจินตนาการสู่แผ่นกระดาษ แต่เราก้าวไปอีกขั้นและพามันมาสู่โลกความเป็นจริง พวกเขาเห็นมันได้ ถือมันได้ สวมใส่มันได้ และชุดนี้จะเป็นชุดเดียวในโลก พิเศษในแบบที่พวกเขาเป็น” จากจุดนี้ ฟินนีย์และแฟนของเธอจึงเริ่มที่จะคิดไอเดียที่เป็นไปได้ที่สุด โดยพิจารณาจากปัจจัยด้านกำลังคนที่มีอยู่จำกัด จนได้คำตอบมาเป็นการลอกลายจากภาพวาดที่เด็ก ๆ ออกแบบ
ขั้นตอนการทำงานของชุดลายพิเศษนี้ก็แสนจะง่าย เพียงแค่เลือกไซส์และแบบเสื้อผ้าที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อยืด เดรส หรือหมวกบีนนี่ แล้วให้เหล่าดีไซเนอร์ตัวน้อยได้ละเลงแต่งแต้มกระดาษนั้นไปตามจินตนาการจนสมใจ จากนั้นก็ถ่ายรูปแล้วส่งให้กับทางทีมจัดทำ เพียงไม่กี่อาทิตย์ต่อมา ภาพวาดในกระดาษนั้นก็จะแปลงร่างออกมาเป็นชุดที่สวมใส่ได้จริง และไม่เพียงแค่เด็ก ๆ เท่านั้นที่จะสวมใส่ได้ แต่ยังมีชุดไซส์ใหญ่สำหรับผู้ใหญ่ และไซส์มินิสำหรับตุ๊กตาน้อยแสนรักของเด็ก ๆ อีกด้วย “สำหรับเรา มันไม่เกี่ยวกับ ‘ชุดเด็ก’ เลย มันเกี่ยวกับการเปิดประสบการณ์ทางจินตนาการ การสร้างสรรค์ และการมีความมั่นใจที่มากพอที่จะโอบรับว่าคุณไม่เหมือนใครจริง ๆ ” ฟินนีย์ กล่าว
ความสวยงามและรูปแบบลวดลายใหม่ ๆ ล้วนเกิดขึ้นได้จากความสร้างสรรค์ที่ไม่รู้จบ โดยเฉพาะกับเด็กน้อยที่มีพลังแห่งจินตนาการและอิสระจากข้อจำกัดมากกว่าใคร การเปิดประตูสู่โลกการออกแบบของทั้งสองแบรนด์นี้ จึงไม่ใช่เพียงแค่การหยิบยกและเชิดชูความเป็นตัวเองของเด็กในโลกแฟชั่น แต่ยังอาจเป็นจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ที่จะบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งความสร้างสรรค์ให้กับเหล่าดีไซเนอร์แห่งอนาคต ที่จะสร้างเทรนด์เกินจินตนาการในโลกของแฟชั่นต่อไป
1Loose Parts Play คือ ทฤษฎีที่พัฒนาโดยไซมอน นิโคลสัน สถาปนิกในช่วงต้นทศวรรษที่ 1970 โดยมีแนวคิดพื้นฐานว่าหากเด็กได้รับคอลเลคชันของชิ้นเล็กชิ้นน้อย ยกตัวอย่างเช่น ของในธรรมชาติอย่างก้อนหิน เศษไม้ หรืออุปกรณ์ที่เห็นได้ในบ้านอย่างกล่องใส่ไข่ ลูกปัด กระดุม พวกเขาก็จะมีโอกาสมากขึ้นในการแสดงออกถึงความคิดสร้างสรรค์จากการมีส่วนร่วมในการออกแบบและจัดวางใหม่ เหมือนกับที่เด็ก ๆ มักจินตนาการถึงการนำชิ้นส่วนเล็ก ๆ หลายอย่างมารวมกันเป็นของเล่นชิ้นใหม่ เช่นการสร้างตุ๊กตาจากเศษไม้และลูกสน เป็นต้น
ที่มา : บทความ “These D.I.Y. Sewing Kits Teach Kids the Value of Making Clothes That Last” โดย Kathryn O’Shea-Evans จาก slowdown.tv
บทความ “Almaborealis designs sew-your-own clothing kit for children” โดย Jane Englefield จาก dezeen.com
บทความ “Like LEGO made of wool, Puzzleware lets kids make (and remake) their own clothes” โดย Liesbeth den Toom จาก trendwatching.com
บทความ “Understanding Loose Parts Play” จาก gowriensw.com.au
บทความ “Puzzleware: The importance of kid’s involvement in garment creation” โดย Rachel Douglass จาก fashionunited.uk
บทความ “Picture This Clothing turns your kid’s crayon art into a sweet dress” โดย Devin Coldewey จาก techcrunch.com
เว็บไซต์ almaborealis.com
เว็บไซต์ picturethisclothing.com
เรื่อง : บุษกร บุษปธำรง