โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

‘SPRC’ โฉมใหม่ ธุรกิจน้ำมันครบวงจร หลังเข้าซื้อกิจการ

The Bangkok Insight

อัพเดต 07 ก.พ. 2566 เวลา 13.48 น. • เผยแพร่ 08 ก.พ. 2566 เวลา 00.40 น. • The Bangkok Insight

ผู้ถือหุ้น SPRC หรือบริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) ได้อนุมัติแผนเข้า ซื้อกิจการ มูลค่า 5,562.5 ล้านบาท ครอบคลุมธุรกิจสถานีบริการน้ำมัน CALTEX กว่า 427 แห่งทั่วประเทศ จากบริษัท เชฟรอน (ไทย) จำกัด

รวมถึงเพิ่มการถือหุ้น 9.91% ในบริษัท ท่อส่งปิโตรเลียมไทย จำกัด และเพิ่มถือหุ้น 2.51% ในบริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BAFS นอกจากนี้ ยังมีที่ดินแปลงที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม และสัดส่วนการใช้ประโยชน์ในคลังน้ำมันเชื้อเพลิงที่ตั้งอยู่ในจังหวัดสงขลาและจังหวัดสุราษฎร์ธานีด้วย

เท่ากับว่าต่อจากนี้ SPRC จะมีธุรกิจน้ำมันแบบครบวงจร ตั้งแต่ธุรกิจโรงกลั่นน้ำมัน โดยมีผลิตภัณฑ์ เช่น ก๊าซปิโตรเลียมเหลว น้ำมันเบนซินที่เราเติมกัน น้ำมันสำหรับเครื่องบิน และก็ยังมีผลิตภัณฑ์กลุ่มปิโตรเคมี ตลอดจนธุรกิจค้าปลีกน้ำมันที่จะรวมเข้ามาด้วย

อย่างไรก็ดี ต้องบอกว่าทั้ง SPRC และปั๊มน้ำมัน CALTEX มีเจ้าของเดียวกันนั่นคือ เชฟรอน ดังนั้น จึงสามารถมองได้ว่าดีลเป็นการปรับโครงสร้างธุรกิจของกลุ่มให้มีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น ด้วยการนำธุรกิจจัดจำหน่ายน้ำมันข้ามาอยู่ภายใต้การบริหารของบริษัทเดียวกัน พร้อมทั้งเป็นการสะท้อนมูลค่าหุ้น SPRC ไปในตัวด้วย

ซื้อกิจการ

คาดการณ์ว่าการควบรวมกิจการครั้งนี้ จะดำเนินการภายในช่วงระยะเวลา 10 ถึง 12 เดือนข้างหน้า หรือภายในช่วงไตรมาสแรกของปี 2567 ซึ่งก็น่าสนใจว่าอีกไม่นานเราจะได้เห็นแบรนด์ปั็มน้ำมันเบอร์ใหญ่แทบทุกรายเข้ามาอยู่ในตลาดหุ้น ขาดเพียงแค่ปั๊ม SHELL เท่านั้น

ในมุมมองของ SPRC ถือเป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความสามารถการแข่งขัน และเป็นการขยายธุรกิจเชิงกลยุทธ์ด้านห่วงโซ่คุณค่าที่จะให้บริการลูกค้าในประเทศไทยได้ดียิ่งขึ้น ผ่านการตลาดและจัดจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีคุณภาพสูงของบริษัท เนื่องจากสามารถดำเนินธุรกิจการกลั่นและการตลาดได้ครบวงจรมากขึ้น ควบคู่กับการมอบประสบการณ์และบริการให้กับลูกค้าได้ครอบคลุมยิ่งขึ้นผ่านเครือข่ายสถานีบริการน้ำมันที่มีอยู่ทั่วประเทศ

ในส่วนของเซฟรอน โดยนายแบรนท์ ฟิช ประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์สากล (President of Chevron International Products) เปิดเผยว่า ปัจจุบันเชฟรอนเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ SPRC ในสัดส่วนมากกว่า 60% จึงเล็งเห็นว่าการทำธุรกรรมครั้งนี้จะเป็นการรวมธุรกิจการกลั่นเชื้อเพลิงปิโตรเลียมและการตลาดในประเทศไทยให้มาอยู่ภายใต้โครงสร้างการบริหารจัดการเดียวกัน

ซื้อกิจการ

อีกทั้งการเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่มีการบริหารจัดการโดยอิสระ จึงทำให้ SPRC สามารถสร้างโอกาสในการเติบโตและสร้างผลกำไร ซึ่งจะส่งผลให้เชฟรอนมีความสามารถในการแข่งขันในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้นผ่านการดำเนินธุรกิจของ SPRC

ซื้อกิจการ

ขณะที่ความเคลื่อนไหวของราคาหุ้น SPRC ถือว่ามีความผันผวนและปรับตัวขึ้นลงตามทิศทางราคาน้ำมันและค่าการกลั่น อย่างไรก็ตาม ผลตอบแทนของราคาหุ้นในรอบ 1 ปี สร้างผลตอบแทนสูงกว่า 19% จากการกลับมาเติบโตสร้างกำไรอย่างโดดเด่นของธุรกิจโรงกลั่น

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...