Goodmate ผุดนมโอ๊ต บุกเกาหลี-ญี่ปุ่น-จีน ตั้งเป้าเบอร์ 1 เอเชีย รับตลาดแพลนต์เบสมาแรง
นายกันต์ กุลปิยะวาจา ผู้จัดการฝ่ายขายและการตลาดประจำประเทศไทยและตลาดต่างประเทศ กล่าวว่า ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา กระแสรับประทานอาหารที่มาจากพืช หรือ แพลนต์เบส (Plant-Based) ขยายตัว จากปัจจัยหนุนโควิดทำคนรักสุขภาพมากขึ้น และมองหาสินค้าที่มีความหลากหลาย รวมถึงผู้บริโภคที่มีความสนใจและส่งเสริมในเรื่องผลิตภัณฑ์ทางเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
โดยเฉพาะกลุ่มนมทางเลือก ที่ในต่างประเทศมีมูลค่าตลาดรวมนมจากพืช ในปี 2565 อยู่ที่ 19,800 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 6 แสนล้านบาท และคาดการณ์ว่าภายในปี 2574 ภาพรวมมูลค่าตลาดนมทางเลือกทั้งหมดจะเติบโตขึ้นถึง 47,200 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 1.5 ล้านล้านบาท
สำหรับประเทศไทย ผลิตภัณฑ์นมโอ๊ตเป็นกลุ่มสินค้าที่มีอัตราการเติบโตสูงที่สุดในกลุ่มผลิตภัณฑ์นมทางเลือกทั้งหมด และยังมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง
จึงเป็นที่มาการทำตลาดแบรนด์ Goodmate นมโอ๊ตพรีเมียม นำเข้าวัตถุดิบข้าวโอ๊ตจากออสเตรเลีย ใน 3 รสชาติ ได้แก่ The Original Oat milk รสออรินัล, Chocolate Deluxe Oat milk รสช็อคโกแลต และ Oat-Barista Professional
มีเป้าหมายเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพ มองหาสินค้าที่ตอบโจทย์ทั้งเรื่องประโยชน์ และรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ ทั้งยังตอบสนองผู้บริโภคที่แพ้นมวัวและมองหาผลิตภัณฑ์มาทดแทน
เบื้องต้น ได้วางแผนกลยุทธ์การตลาดโดยเร่งขยายกำลังการผลิตและช่องทางการจัดจำหน่าย พร้อมสร้างทีมขายเพื่อกระจายสินค้าทั่วประเทศ
รวมถึงการร่วมมือทางธุรกิจกับแบรนด์ชั้นนำ อาทิ Dean&Deluca และ Diamond Grain ด้วยการเจาะกลุ่มทั้ง B2B และ B2C ซึ่งถือเป็นการสร้าง Customer Experience ให้แบรนด์สามารถใกล้ชิดกับผู้บริโภคมากขึ้น และเพิ่ม Brand Touch Point กับผู้บริโภคในหลายช่องทาง
นอกจากนี้ ยังเน้นกลยุทธ์ Customer Retention โดยการรักษากลุ่มลูกค้าเดิมและเพิ่มฐานลูกค้าใหม่ไปพร้อมกัน ควบคู่กับการใช้ Data เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลความสนใจและพฤติกรรมผู้บริโภค นำไปสู่การวางแผนการตลาดและการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ เพื่อตอบโจทย์และสามารถเข้าถึงไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในแต่ละกลุ่มที่แตกต่างกันไป
ในส่วนของการทำตลาดในต่างประเทศแบรนด์วางแผนเจาะตลาดญี่ปุ่น เกาหลี จีน และสิงคโปร์ ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศที่มีความต้องการผลิตภัณฑ์นมทางเลือกสูงและแนวโน้มการเติบโตอย่างน่าสนใจ ควบคู่การตลาดในประเทศไทย รองลงมาเป็นตลาด CLMV
โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาและวางแผนผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์มากขึ้น อาทิ เน้นผลิตสินค้าขนาดพกพา 180ml.
นอกจากนี้ ยังมีแผนพัฒนาผลิตภัณฑ์รสชาติใหม่ โดยคาดว่าจะสามารถจำหน่ายภายในปีนี้ พร้อมขยายช่องทางการจัดจำหน่ายให้ครอบคลุมทุกแพลตฟอร์มออนไลน์ และร้านค้าปลีก ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วประเทศ ไปพร้อม ๆ กับขยายการรับรู้ให้ผู้บริโภคไทยหันมานิยมรับประทานนมทางเลือกมากขึ้น และตั้งเป้าเติบโตเพิ่มขึ้น 150% ภายในปี 2566
ด้านพรีเซนเตอร์ทางแบรนด์เลือก “ใบเฟิร์น-พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์” เป็นแบรนด์พรีเซนเตอร์คนแรก ซึ่งเป็นตัวแทนกลุ่มผู้บริโภคที่ใส่ใจดูแลตัวเองเลือกสินค้าที่มีประโยชน์และมีสุขภาพที่ดี และปล่อยหนังโฆษณาชุดใหม่ล่าสุด
เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์แบรนด์สุขภาพและเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ โดยเลือกใช้ช่องทางออนไลน์เป็นหลัก เพื่อสื่อสารกับผู้บริโภคได้อย่างเรียลไทม์และครอบคลุม
รวมถึงยังเป็นอีกหนึ่งช่องทางสำคัญที่ตอบโจทย์ด้านความสะดวกสบายและรวดเร็วในการซื้อผลิตภัณฑ์ โดยทุกการสั่งซื้อจะถูกจัดส่งจากโรงงานสู่มือของผู้บริโภคโดยตรง
นอกจากนี้ ทางแบรนด์จะมีการจัดงานแสดงสินค้าเพื่อมองหาผู้แทนจำหน่ายและพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจเพิ่มเติมในอนาคต
“สำหรับครึ่งปีแรก จะเน้นเจาะกลุ่มเป้าหมายคนรักสุขภาพไปที่ตลาดเอเชียก่อน โดยทำการตลาดเชิงรุกเน้นการเข้าถึงผู้บริโภคในทุกจุดและวางแผนกลยุทธ์อย่างเข้มข้น เพื่อขยับเป็นผู้นำด้านผลิตภัณฑ์นมทางเลือกอันดับหนึ่งของไทยและเอเชีย พร้อมก้าวสู่ Global Brand ซึ่งปัจจุบันเดินหน้าเต็มกำลัง โดยอยู่ในขั้นตอนการคัดเลือกพันธมิตรทางธุรกิจที่มีศักยภาพร่วมขยายตลาดในแต่ละประเทศ ขึ้นแท่นผู้นำตลาดในกลุ่มประเภทนมโอ๊ตต่อไปในอนาคต”