รีวิวไทม์ไลน์รถไฟฟ้าสารพัดสี "ส่วนต่อขยาย" ชะลอยาวไม่มีกำหนด สายไหนบ้าง เช็กเลย!
รีวิวไทม์ไลน์รถไฟฟ้าสารพัดสี “ส่วนต่อขยาย” ชะลอยาวไม่มีกำหนด สายไหนบ้าง เช็กเลย!
ปัจจุบันแผนแม่บทรถไฟฟ้ากรุงเทพฯและปริมณฑลหรือM-MAP (2553-2572) ที่ใช้มานานหลายปีดีดัก ทาง “กรมการขนส่งทางราง” สังกัดกระะทรวงคมนาคม กำลังศึกษาและจัดทำM-MAP ระยะที่2 โดยปรับปรุงแผนแม่บทเดิม และเพิ่มเติมโครงขายใหม่ให้เชื่อมการเดินทางในอนาคตอย่างไร้รอยต่อ
อัพเดตสถานะทุกสายทุกสี 553.4 กม.
พลิกดูโครงข่ายในแผนแม่บทปัจจุบัน กรมการขนส่งทางรางได้จัดเรียงไทม์ไลน์การเปิดใช้บริการของ 14 สายไว้ มีทั้งหมด 33 เส้นทาง ระยะทางรวม 553.41 กิโลเมตร มีทั้งเปิดบริการแล้ว อยู่ระหว่างก่อสร้าง อยู่ระหว่างการดำเนินการและอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมโครงการ
สถานะแต่ละเส้นทาง มีเปิดให้บริการแล้ว 11 เส้นทาง ระยะทางรวม 211.94 กิโลเมตร ได้แก่ สีเขียวหมอชิต-สมุทรปราการ ,สีเขียวหมอชิต -สะพานใหม่-คูคต,สีเขียวสนามกีฬาแห่งชาติ – บางหว้า,สีน้ำเงินบางซื่อ-หัวลำโพง,สีน้ำเงินบางซื่อ- -ท่าพระ ,สีน้ำเงินหัวลำโพง-บางแค,สีม่วงเตาปูน-บางใหญ่,สีแดงบางซื่อ – รังสิต ,สีแดงบางซื่อ – ตลิ่งชัน ,แอร์พอร์เรียลลิงก์(พญไท-สุวรรณภูมิ), สีทองกรุงธนบุรี – คลองสาน
จัดคิวเปิดบริการถึงปี 2572
เปิดบริการในปี 2566 ระยะทาง 64.90 กิโลเมตร ได้แก่ สายสีชมพูช่วงแคราย-มีนบุรีและสายสีเหลืองช่วงลาดพร้าว-สำโรง
เปิดบริการในปี 2568 ระยะทาง 25.50 กิโลเมตร ได้แก่ สายสีชมพูส่วนต่อขยายศรีรัช-เมืองทองธานี และสายสีส้มช่วงศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี
เปิดบริการในปี 2569 ระยะทาง 29.34 กิโลเมตร ได้แก่ สายสีแดงช่วงรังสิต-ม.ธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต ,สายสีแดงช่วงตลิ่งชัน-ศาลายาและสายสีแดงช่วงตลิ่งชัน-ศิริราช
เปิดบริการในปี 2570 ระยะทาง 45.40 กิโลเมตร ได้แก่ สายสีแดงพญาไท-ดอนเมืองและสายสีม่วงช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ
เปิดบริการในปี 2571 ระยะทาง 61.40 กิโลเมตร ได้แก่ สายสีแดงช่วงบางซื่อ-หัวลำโพง ,สายสีแดงช่วงบางซื่อ-มักกะสัน-หัวหมาก,สายสีส้มช่วงศูนย์วัฒนธรรม-บางขุนนนท์ ,สายสีน้ำตาลช่วงแคราย-ลำสาลี
เปิดบริการภายในปี 2572 ระยะทาง 114.3 กิโลเมตร ซึ่งเป็นส่วนต่อขยายเฟสสุดท้ายในแผนแม่บท ได้แก่ สายสีเขียวช่วงสมุทรปราการ-บางปู,สายสีเขียวช่วงคูคต-ลำลูกกา,สายสีน้ำเงินช่วงบางแค-พุทธมณฑลสาย4 ,สายสีแดงช่วงหัวลำโพง-มหาชัย,สายสีทองช่วงคลองสาน-ประชาธิปก,สายสีเทาช่วงวัชรพล-ทองหล่อ,สายสีเทาช่วงพระโขนง-ท่าพระ,สายสีฟ้าช่วงดินแดง-สาทรและสายสีเหลืองช่วงแยกรัชดา-แยกรัชโยธิน
แม้จะมีจัดคิวเปิดรายปี แต่ปฎิเสธไม่ได้ว่าการเดินทางของรถไฟฟ้าแต่ละสีต้องใช้เวลาพอสมควรกว่าจะได้ฤกษ์ตอกเข็มและเปิดบรืการ
รบ.ใหม่ดันสัมปทานค้างท่อชะลอต่อขยาย
สอดคล้องกับ”สุเมธ องกิตติกุล” ผู้อำนวยการวิจัยนโยบายด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย(ทีดีอาร์ไอ) ได้สะท้อนว่า การเลือกตั้งที่กำลังจะมีขึ้นในเดือนพฤษภาคม 2566 ยังไม่เห็นพรรคการเมืองชูนนโยบายการลงทุนพัฒนาโครงการรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายในแผนแม่บทที่ยังค้างท่ออยู่อีกหลายสาย และคงจะชะลอไม่มีกำหนด โดยเฉพาะเฟสสุดท้ายในแผนแม่บท
ไม่ว่าสายสีเขียวสมุทรปราการ-บางปู,สีเขียวคูคต-ลำลูกกา ,สีน้ำเงินบางแค-พุทธมณฑลสาย4 ,สีแดงหัวลำโพง-มหาชัย,สีทองคลองสาน-ประชาธิปก,สีเทาวัชรพล-ทองหล่อและพระโขนง-ท่าพระ,สีฟ้าดินแดง-สาทร,สีเหลืองแยกรัชดา-รัชโยธิน
“ดูจากนโยบายตอนนี้ ส่วนต่อขยายใหม่คงจะชะลอไม่มีกำหนด ซึ่งรัฐบาลใหม่มีเวลา 4 ปีดำเนินการ แต่กว่าจะเดินหน้าแต่ละขั้นตอนใช้เวลานาน เช่น เวนคืนที่ดิน ประมูล ความซับซ้อนของพื้นที่ที่รถไฟฟ้าพาดผ่านกับหน่วยงานที่กำกับดูแลไม่ว่ากรุงเทพมหานคร(กทม.)หรือการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.) เพราะส่วนต่อขยายจะสร้างอยู่ในพื้นที่จังหวัดปริมณฑลเป็นหลัก”สุเมธกล่าวย้ำ
พร้อมขยายความว่า ที่สำคัญรัฐบาลจะมีเงินลงทุนหรือไม่ ดังนั้นรัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศ คงเข้ามาสะสางสายเก่ายังตกค้างอยู่มากกว่า เช่น สายสีเขียว สายสีส้ม รวมถึงสายสีแดงต่อขยายรังสิต-ม.ธรรมศาสตร์ ,ตลิ่งชัน-ศาลายา ,ตลิ่งชัน-ศิริราช จะเปิดประมูลอีกกว่า 21,833 ล้านบา เนื่องจากรัฐบาลปัจจุบันคงจะมีการประชุมคณะรัฐมนตรีอีก 2 ครั้งก่อนยุบสภาและรัฐบาลรักษาคงไม่กล้าอนุมัติโครงการขนาดใหญ่ ต้องรอรัฐบาลใหม่
ค่าตั๋ว20-40 บาทตลอดสายเกิดยาก
จากแผนงานก่อสร้าง”สุเมธ”ยังวิเคราะห์ถึงนโยบายค่าโดยสารรถไฟฟ้าตลอดสาย ของ 2 พรรคใหญ่ หลังเพื่อไทยจุดพลุจัดระเบียบรถไฟฟ้าสายต่างๆในกรุงเทพฯและปริมณฑลใหม่ เพื่อใช้ระบบตั๋วร่วม 20 บาทตลอดสายได้ก่อนปี 2570 ขณะที่พรรคภูมิใจไทยจัดให้เริ่มต้น 15 บาท ตลอดสายไม่เกิน 40 บาท
“นโยบายดูแล้วไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ เพราะไม่ได้บอกวิธีกาเลยว่าจะทำอย่างไร นำเงินจากไหนมารับภาระส่วนต่างค่าโดยสาร และคำว่าตลอดสายนั้น นั่งรวมกันทุกสายหรือนั่งแค่สายเดียว หากเป็นแค่สายเดียวก็คงพอทำได้และใช้เงินอุดหนุนไม่มาก เพราะปัจจุบันรถไฟฟ้าแต่ละสายจะเก็บค่าโดยสารสูงสุดไม่เกิน 50 บาทอยู่แล้ว เช่น บีทีเอสส่วนหลักอยู่ที่ 47 บาท สีน้ำเงิน 43 บาท แต่จะให้คิดตลอดสายทุกระบบคงยาก และรัฐต้องมีเงินมาอุดหนุนจำนวนมาก”สุเมธสรุป
อสังหาชี้ขยายรถไฟฟ้าคนซื้อบ้านถูก
ฝั่งผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ “อุทัย อุทัยแสงสุข“ ประธานผู้บริหารสายงานปฏิบัติการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ส่วนหนึ่งดูตามการเกิดของโครงการอินฟราสตรัคเจอร์ที่รัฐลงทุน ซึ่งรถไฟฟ้าเป็นส่วนหนึ่งของการตัดสินใจ หากรัฐมีการต่อขยายเส้นทางออกไปอีกตามแผนแม่บทที่กำหนดไว้ จะเป็นเรื่องดี
เนื่องจากทำให้เกิดการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจและการขยายตัวของเมืองไปยังพื้นที่รอบนอกมากขึ้น ทำให้บ้านราคาจะถูกกว่าในเมือง ซึ่งมีต้นทุนที่ดินราคาสูง ทำให้บ้านราคาแพง หากมีรถไฟฟ้าขยายออกไป ทำให้คนที่ซื้อบ้านอยู่ชานเมือง และสามารถใช้รถไฟฟ้าเข้ามาทำงานในเมืองได้ ทำให้เมืองไม่กระจุกอยู่เฉพาะกรุงเทพฯ
“ขึ้นอยู่กับภาครัฐจะมีงบประมาณเพียงพอในการลงทุนหรือไม่ ซึ่งการลงทุนมีหลายรูปแบบ รัฐจะลงทุนเองหรือให้เอกชนร่วมPPP ก็ได้ สิ่งสำคัญคือต้องทำให้ค่าโดยสารรถไฟฟ้าถูกลงกว่านี้ที่ผ่านมาเห็นหลายรัฐบาลมีนโยบายแต่ยังไม่มีออกมาเป็นรูปธรรม เพราะถ้าค่าโดยสารถูกจะจูงใจให้คหันมาใช้รถไฟฟ้ามากขึ้น”นายอุทัยกล่าวทิ้งท้าย