ศาสนาประจำชาติกับมเหสีหลายคน ของกษัตริย์เฮนรีที่ 8 แห่งอังกฤษ
ประเทศที่มีศาสนาประจำชาติที่โด่งดังประเทศหนึ่ง คือประเทศอังกฤษที่มีคริสต์ศาสนานิกายอังกฤษ(Church of England) เป็นศาสนาประจำชาติตั้งแต่ พ.ศ.2075 (ก่อนที่จะเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งแรก 37 ปี) เนื่องจาก กษัตริย์เฮนรีที่8 แห่งอังกฤษทรงขอให้พระสันตะปาปาที่กรุงโรมผู้เป็นประมุขของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกจัดการทำพิธีให้กษัตริย์เฮนรีที่8 หย่าขาดกับพระมเหสีของพระองค์ เพราะ พระนางแคทเธอรีน แห่งอารากอนไม่สามารถให้กำเนิดบุตรชายได้ และกษัตริย์เฮนรีที่8 ต้องการที่จะแต่งงานใหม่ แต่พระสันตะปาปาไม่อนุญาต อ้างว่าทางนิกายคาทอลิกถือว่าการแต่งงานเป็นพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์เมื่อแต่งงานแล้วหย่าไม่ได้ แต่หากผู้ชายที่แต่งงานแล้วจะมีเมียน้อยก็ไม่ว่าอะไรแต่อย่าเปิดเผยมากนักก็แล้วกัน แต่บังเอิญสตรีที่กษัตริย์เฮนรีที่8 อยากแต่งงานใหม่ด้วยนั้นไม่ยอมเป็นเมียน้อยก็เลยต้องหย่าเสียก่อน
เมื่อพระสันตะปาปาไม่อนุญาตให้หย่า กษัตริย์เฮนรีที่8 เลยตั้งศาสนาคริสต์นิกายใหม่เสียเองเลย คือ นิกายอังกฤษ(Church of England) นี่แหละ โดยตั้งตัวพระองค์เป็นประมุขของศาสนจักรอีกตำแหน่งหนึ่ง ซึ่งเป็นผลให้กษัตริย์ของอังกฤษเป็นทั้งประมุขของอาณาจักรควบกับประมุขของศาสนจักร2 ตำแหน่งควบกันมาจนทุกวันนี้
กษัตริย์เฮนรีที่8 นี่แต่งงาน6 ครั้งนะครับ คือมีมเหสีเป็นตัวเป็นตน6 คน ซึ่งมีประวัติดังนี้คือพระเจ้าเฮนรีที่8 ขึ้นเป็นกษัตริย์เมื่อ พ.ศ.2052 และหย่ากับมเหสีคนแรก ส่วนมเหสีคนที่สองถูกสั่งตัดหัวโดยกษัตริย์เฮนรีที่8 เอง มเหสีคนที่สามคลอดโอรสแล้วตาย ส่วนมเหสีคนที่สี่นี้มาแปลก พอเห็นหน้าเป็นครั้งแรกก็ไม่ชอบใจ เลยขอหย่าโดยไม่ถูกเนื้อต้องตัวกันเลยแถมสั่งตัดหัวพ่อสื่อคือสมุหนายกชื่อ โทมัส ครอมเวลล์ อีกด้วย ส่วนมเหสีคนที่ห้าก็ถูกสั่งให้ตัดหัวอีก สำหรับมเหสีคนที่หกนั้นพอดีกษัตริย์เฮนรีที่8 ตายเสียก่อน ไม่ยังงั้นก็ไม่แน่เหมือนกัน
กษัตริย์เฮนรีที่8 นี่สำคัญจริงๆ นะครับ ถ้าจะเอาผลงานแล้วบางทีอาจจะเป็นถึงขั้นมหาราชได้สบายๆ เลย แต่เรื่องที่สั่งตัดหัวมเหสี2 คนนี่แหละที่ทำให้ไม่มีใครยกย่องเท่าไหร่นัก กษัตริย์เฮนรีที่8 ได้ประกาศแยกตัวออกจากศาสนาคริสต์นิกายคาทอลิกจากที่นับถือสันตะปาปาที่กรุงโรมมาตั้งเป็นศาสนาคริสต์นิกายอังกฤษโดยให้พระเจ้าแผ่นดินอังกฤษคือตัวเองเป็นประมุขทางศาสนาอีกตำแหน่งหนึ่ง มีความสำคัญคือพระองค์รวยขึ้นทันตาเห็นด้วยการยึดทรัพย์และที่ดินของศาสนาคริสต์นิกายคาทอลิกมาหมด แถมยังยกที่ดินเป็นจำนวนมากของศาสนจักรคาทอลิกให้กับมหาวิทยาลัยอ๊อกซ์ฟอร์ดและเคมบริดจ์ ทำให้สองมหาวิทยาลัยมีรายได้จากค่าเช่าที่ดินเลี้ยงมหาวิทยาลัยมาจนทุกวันนี้
การที่คนอังกฤษหนีไปอยู่อเมริกากันมาก ประการหนึ่งก็คือหนีจากการถูกบังคับให้ต้องนับถือกษัตริย์ว่าเป็นประมุขของศาสนาอีกตำแหน่งหนึ่ง ทำให้คนอังกฤษจำนวนไม่น้อยนับถือไม่ลงว่ายังงั้นเถอะ แต่เนื่องจากในสมัยก่อนอังกฤษมักขนเอานักโทษที่มีอยู่เยอะมากจนไม่มีคุกที่จะขังไปปล่อยไว้ที่ทวีปอเมริกาเป็นจำนวนมากมาแล้วนั่นเอง เพราะว่าเมื่อก่อนนี้ในอังกฤษนั้นการกู้เงินเขามาแล้วไม่มีปัญญาใช้ตามกำหนดถือเป็นความผิดทางอาญาต้องติดคุก คนมันเลยล้นคุกขนาดต้องเอานักโทษไปขังใต้ท้องเรือที่จอดลอยลำอยู่ในแม่น้ำเทมส์เลยทีเดียว ดังนั้นการอพยพไปอยู่ทวีปอเมริกาอันเป็นที่เนรเทศนักโทษของอังกฤษอยู่แล้วจึงไม่มีปัญหาอะไร คนอังกฤษคนไหนอยากไปก็ออกสตางค์เดินทางไปเองได้โดยเสรี
ขอเล่าเรื่องมเหสีทั้ง6 คนของเฮนรีที่8 พอสังเขป เพราะเรื่องนี้มีผลสืบเนื่องมายาวนานจนถึงปัจจุบันเลย กล่าวคือเมื่อกษัตริย์เฮนรีที่8 ขึ้นครองราชย์เนื่องจากพี่ชายตายไปเสียก่อน เลยแต่งงานกับเมียพี่ชายคือแคทเธอรีนแห่งอารากอน ผู้ตั้งครรภ์ตั้งหลายครั้ง แต่แท้งบ้าง ลูกชายเกิดแล้วตายบ้าง ในที่สุดกษัตริย์เฮนรีที่8 เลยคิดแต่งงานใหม่เพื่อจะได้ลูกชาย(ข้อแก้ตัวนี้ใช้กันบ่อย) โดยหมายตา แอนน์ โบลีน ซึ่งเป็นนางกำนัลของพระมเหสีแคทเธอรีนนั่นเองเอาไว้แล้ว ความจริงกษัตริย์เฮนรีที่8 ก็ได้พี่สาวของแอนน์ โบลีนเป็นสนมไปแล้ว แต่ไม่ทราบเพราะอะไรจึงเกิดมั่นใจว่าแอนน์โบลีนจะให้กำเนิดลูกชายได้ เลยไปขอสันตะปาปาให้ช่วยประกาศว่าการแต่งงานครั้งแรกถือเป็นโมฆะ ความจริงสันตะปาปาก็โปรดปรานกษัตริย์เฮนรีที่8 มาก เนื่องจากเฮนรีต่อต้านนักบวช มาร์ติน ลูเธอร์ หัวหน้าใหญ่ของนิกายโปรเตสแตนต์ซึ่งไม่ยอมรับนับถือสันตะปาปาอย่างแข็งขัน สันตะปาปาถึงกับตั้งฉายาให้เกียรติแก่
เฮนรีที่8 เป็น“ผู้คุ้มครองศรัทธาผู้ยิ่งใหญ่” เลยทีเดียว แต่บังเอิญ แคทเธอรีนแห่งอารากอนนั้นเป็นน้าของจักรพรรดิชาร์ลส์แห่งอาณาจักรโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ผู้ทรงอิทธิพลเหนือทวีปยุโรปในขณะนั้น พระสันตะปาปาเลยไม่กล้าทำอย่างที่กษัตริย์เฮนรีทรงขอ กษัตริย์เฮนรีที่8 จึงตั้งนิกายอังกฤษขึ้นเองและตั้งตัวเองเป็นประมุขทั้งศาสนจักรและอาณาจักรเสียเลย แม้ในปัจจุบันกษัตริย์ชาร์ลส์ที่3 แห่งอังกฤษ ก็ยังดำรงฐานะประมุขของศาสนจักรและอาณาจักรอยู่ด้วย
แอนน์ โบลีน เมื่อได้รับการสถาปนาเป็นมเหสีแล้วแต่ไม่สามารถมีบุตรชายได้สักทีจึงถูกกล่าวหาว่ามีชู้ และโดนตัดสินประหารชีวิต
มเหสีองค์ที่3 คือ เจน ซีมัวร์ องค์นี้คลอดลูกชายโดยวิธีการผ่าท้องและตายภายหลังคลอดไม่นาน ลูกชายได้เป็นกษัตริย์ต่อจากกษัตริย์เฮนรีที่8 แต่ครองราชย์อยู่ไม่นานก็ตายเมื่ออายุได้16 ปีเอง
มเหสีองค์ที่สี่ คือ แคทเธอรีนแห่งคลีฟส์ เป็นเจ้าหญิงชาวโปรเตสแตนต์เยอรมัน โดยมีสมุหนายกชื่อโทมัส ครอมเวลล์ จัดการงานแต่งงานเพื่อให้อังกฤษหาพันธมิตรต่อต้านพวกคาทอลิกนั่นเอง แต่พอเฮนรีเห็นหน้าครั้งแรกก็จะขอหย่าเลย เรียกว่าไม่ถูกรสนิยมว่างั้นเถอะ ไม่มีการถูกเนื้อต้องตัวกันเลยนะครับ ในที่สุดก็หย่ากันหลังแต่งงานกันได้6 เดือน
มเหสีองค์ที่หก องค์สุดท้ายคือ แคทเธอรีน พาร์ เป็นแม่ม่ายสามีตายมาแล้ว2 คน ตอนแต่งงานกับเฮนรีก็อายุ33 ปี แคทเธอรีน พาร์ นี่แหละครับที่เสนอให้เฮนรียกที่ดินให้ทั้งออกซ์ฟอร์ดและเคมบริดจ์ เมื่อเฮนรีสิ้นไปแล้ว แคทเธอรีน พาร์ก็แต่งงานใหม่อีก และเสียชีวิตจากการคลอดลูก
อ้อ! ลืมมเหสีองค์ที่ห้าไป พระนางคือแคทเธอรีน โฮวาร์ด คนนี้ถูกกล่าวหาว่ามีชู้ ก็เลยโดนตัดหัวไปเหมือนกัน
หลังจากกษัตริย์เฮนรีที่8 เสียชีวิตลงแล้วก็เป็นเรื่องของการต่อสู้กันระหว่างนิกายคาทอลิกกับนิกายโปรเตสแตนต์อย่างยาวนานทีเดียว โดยเริ่มจากลูกชายของเฮนรีที่8 ขึ้นครองราชย์ตั้งแต่อายุไม่ถึง10 ขวบ พออายุได้16 ปีก็ตาย คือ พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่6 หลังจากนั้นพี่สาวคนละแม่ คือ พระนางแมรีที่1 ขึ้นครองราชย์ต่อ คราวนี้ก็กลับไปเป็นคาทอลิกอีก จับพวกพระและขุนนางที่เป็นโปรเตสแตนต์เผาทั้งเป็นเสียหลายคน แต่พระนางแมรีก็อายุสั้น ครองราชย์ได้ไม่กี่ปีก็ตาย คราวนี้ พระนางเอลิซาเบธที่1 ก็ขึ้นครองราชย์ ซึ่งพระราชินีองค์นี้ครองราชย์นานทีเดียวและได้นำพาอังกฤษขึ้นสู่ความเป็นมหาอำนาจ และในทางศาสนาก็นำพาอังกฤษหวนกลับมาเป็นนิกายอังกฤษอีกครั้งหนึ่ง
แต่ภายหลังรัชกาลของพระนางเอลิซาเบธที่1 นี่ก็เป็นประวัติศาสตร์ของการแย่งการปกครองกันระหว่างนิกายอังกฤษ นิกายพิวริตัน(เป็นโปรเตสแตนต์อีกพวกหนึ่ง) และนิกายคาทอลิกซึ่งในที่สุดเกิดการปฏิวัติอันรุ่งโรจน์(The Glorious Revolution) เมื่อ พ.ศ.2231 (ตรงกับสมัยพระเพทราชา แห่งกรุงศรีอยุธยา) ทำให้ศาสนาคริสต์นิกายอังกฤษของกษัตริย์เฮนรีที่8 นั่นแหละที่ชนะและเป็นศาสนาประจำชาติอังกฤษมาจนถึงทุกวันนี้
โกวิท วงศ์สุรวัฒน์