โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ดาราสาวสุดช้ำ ปิดโอกาสรีเทิร์นแฟนเด็ก รับไม่ได้ผู้ชายกลับไปทำอาชีพเก่า

The Bangkok Insight

อัพเดต 15 ก.พ. 2566 เวลา 07.06 น. • เผยแพร่ 15 ก.พ. 2566 เวลา 07.00 น. • The Bangkok Insight

เอ้ ชุติมา ปิดโอกาสรีเทิร์นแฟนเด็ก เผยเจ็บแต่จบ รักมากแค่ไหน ก็กลับไปเหมือนเดิมไม่ได้

เมื่อ เอ้ ชุติมา ได้มาเป็นแขกรับเชิญคนพิเศษ ในรายการ Club Friday Show เล่าเรื่องราวในชีวิตที่ผ่านมาพร้อมกับเปิดทุกช่วงเวลาของความรัก ที่รักมากก็เจ็บมากอย่างเช่น ความรักล่าสุดที่ยอมตัดให้จบทั้งที่ยังเจ็บก็เพราะเห็นคุณค่าของตัวเอง พร้อมเปิดเหตุผลที่ไม่สามารถกลับไปรักได้เหมือนเดิม

เอ้ ชุติมา

"น้องก็เลยติดที่ต้องออกทุกคืน ทุกคืนจริง ๆ มีบางคืนต่อให้อยู่บ้านก็แล้วเดี๋ยวนี้ ที่บ้านตอนนี้ทำบ้านเริ่มจะเป็นผับแล้วค่ะ บ้านก็มีไฟแว๊บ ๆ ไฟติดรอบบ้านเลย เขาเป็นคนติด ยังไม่พอมีคาราโอเกะ เสียงเพลงแบบตื๊ด ๆ อย่างนี้เลยค่ะ บางทีเขาก็เรียกเพื่อนมาบ้าน เขาก็แดนซ์กันอยู่ตี 3-4 อะไรอย่างนี้ ส่วนเราก็นอนอยู่ข้างบนปล่อยเขาเลย เขาอยากจะเพลงอะไรข้างล่างก็ปล่อยเขาไป อยู่ในบ้านเราก็ยังโอเค คือ ถ้าเมาแล้วหลับอยู่ในบ้าน อาเจียนในบ้านเราก็โอเคมันเซฟไง แฟนทุกคน เอ้ ตามใจหมด ขอให้อยู่แล้วดีกับเราซื่อสัตย์กับเรา"

"แต่ว่าเรื่องทั้งหมดที่ทำขึ้นมาเนี่ยที่เราดูแลจากใจ มันกลายเป็นกลับไปว่าเขาไม่ได้เห็นคุณค่าเลย นั่นคือสิ่งที่ เอ้ เสียใจแบบ เอาจริง ๆ ก็ไม่ใช่ผู้หญิงที่ดีอะไรมากนะคะ แต่ว่าเป็นผู้หญิงที่รักใครแล้วรักจริงมาก ๆ แต่พอวันที่มันอยู่ด้วยกันนาน ๆ ทำไมเขาถึงไม่มองเราเป็นที่หนึ่ง เรากลายเป็นตัวสำรองเฉยเลย เราก็รู้สึกว่าเราไม่มีค่า อะไรก็ตามที่อยู่แล้วไม่มีค่า เอ้ จะรู้สึกแย่ วันสุดท้ายที่เขาเริ่มเที่ยวหนักขึ้น เริ่มมีการเที่ยวกลางคืน เริ่มมีเที่ยว PR เริ่มเที่ยวลานจ์คาราโอเกะ เราเริ่มจับได้เราเริ่มอะไรอย่างนี้ เราก็เริ่มรู้สึกแบบทำไมเราไม่มีค่าพอเหรอ ผู้หญิงคนหนึ่งที่ซื่อสัตย์ทำงานสุจริต แล้วทำไมเขาไปเลือกแบบนั้น"

"ขอเลิกกันเป็นร้อย ๆ รอบแล้วค่ะ แล้วก็ย้ายของเนี่ยแบบ เก็บของ ๆ ต่อหน้าเค้า 7-8 ครั้งแล้ว แล้วก็ไปไม่ได้สักที เขาอาจจะเห็นก็ได้มั้งว่าเรายังไปไม่ได้ (เริ่มซับน้ำตา) เขาคงคิดตลกว่าเราก็ไปไม่ได้เพราะรักเขาจะตาย แต่ครั้งนี้เป็นครั้งที่ เอ้ ตัดใจจริง ๆ เอ้ นั่งทำใจอยู่ข้างล่างเป็นชั่วโมง ซึ่งช่วงหลัง ๆ สี่เดือนหลังนี่ ไม่ได้อยู่ห้องนอนเดียวกัน เพราะเราไม่รู้ว่าเขาไปข้างนอกไปอยู่กับใครบ้าง เราก็ต้องเซฟตัวเอง เราเป็นอย่างนี้ จนมีอยู่วันหนึ่งเราตัดสินใจขึ้นไปคุยกับเขา เราร้องไห้จนจบแล้วขึ้นไป เพราะคิดว่าจะไม่ร้องไห้ต่อหน้าผู้ชายคนนี้จะพูดกับเขาเลยว่าให้โอกาสครั้งสุดท้าย เขาก็งงไม่ได้ขึ้นมานอนกับเขาตั้งนาน ขึ้นไปนอนบนอกเขาเลย เขาก็แบบมาไม้ไหนเนี่ย กินยาไม่ได้เขย่าขวดเหรอ ขึ้นมานอนได้อย่างไรวันนี้ เราบอกว่าไม่ใช่เราไม่ได้อยากอะไรกับเขา อยากจะพูดจากข้างในขอนอนในอกได้ไหม เปิดมือได้ไหมให้ เอ้ นอนอย่างนี้"

เอ้ ชุติมา

วันนั้นเหมือนเป็นความอบอุ่นสุดท้าย ?

"ใช่ค่ะ ก็นอนที่อกเขาแล้วก็กอดเขา แล้วก็บอกเขาว่าเป็นผู้ชายที่ เอ้ รักที่สุดนะ โคตรรักเลย ผูกพันมาก เป็นคนที่เราอยากใช้ชีวิตอยู่ด้วยจนสุดท้ายของลมหายใจของเรา เปลี่ยนแปลงได้ไหม ทำเพื่อ เอ้ ได้ไหม เลิกเที่ยวแบบนี้ทุกวันได้ไหม เห็น เอ้ มีค่าบ้างได้ไหม พร้อมตายแทนกับคุณคนนี้ เราก็พูดแทนความในใจทั้งหมด แล้วเขาก็กอดเขาบอกว่า เป็นอะไรไม่ต้องร้อง เขารักเอ้มาก เขาผูกพันเขาไม่ไปไหนหรอก เขารักที่สุดแล้ว เราบอกแก้ไขเพื่อ เอ้ ได้ไหม เขาก็ขำเหมือนเรื่องทุกครั้งที่ผ่านมา เดี๋ยวก็ดี เขาก็มาหอมแล้วหอมอีก แต่ข้างในคือตัดแล้ว เอ้ กอดเขาร้องไห้ตั้งแต่ขึ้นไปประมาณสี่ห้าทุ่มถึง 9 โมงเช้าร้องจนทิชชูหมดไม่รู้กี่กล่อง เรารู้ว่าแบบต่อให้ดื้อรั้นที่จะคบต่อไปก็ต้องมีวันนี้ สู้เราตัดใจเจ็บแล้วมันจบวันนี้ แล้วมันจบเลยไม่ต้องมาสานต่อให้เจ็บแล้วเจ็บอีกมันไม่จบสักทีถูกไหม เราก็มูฟออนจากบ้านหลังนั้นแล้วก็ไม่ติดต่อเขาเลย"

"ที่ไม่ได้เข้าบ้านหลาย ๆ คนถ้าดูแล้วเป็นแบบ เอ้ เนอะ เราอยู่บ้านหลังเดิม ๆ หลาย ๆ ปีมันผูกพันนะคะ ทุกวันนี้น้องเขายังโทษ เอ้ อยู่เลยที่เขาไปที่อื่นไปอะไรอย่างนี้ เพราะว่าเราทิ้งเขา เอ้อยากจะบอกว่าคนเรา ไม่ใช่อยู่ดีจะทิ้งกันง่าย ๆ นะ แต่ผู้หญิงคนหนึ่งที่มันพยายามให้โอกาสแล้ว ที่เราออกมาเพราะเราสุดจะทนแล้วจริง ๆ ถามว่ารักไหมทุกวันนี้ก็ยังรักอยู่ กล้าพูดออกรายการเลยว่ารักอยู่ แต่ให้กลับไปอีกก็…มันยากค่ะ มันต้องยอมเจ็บ ยอมมูฟออนดีกว่าที่จะแบบ… มันโดนทุกวันค่ะ"

แปลว่าน้องเขายอมออกเองใช่ไหม เขาบอกเราเหรอว่าเขาจะไปแล้ว ?

"ใช่ค่ะ เขาเข้ามาเก็บของประมาณ 4 วัน เขาก็โทรบอกเราว่า เนี่ย !! จะหมดแล้วนะของพยายามพูดให้เราฟังว่าจะหมดแล้วนะ พยายามให้เรากลับให้ได้ คือเรารู้เลยว่าถ้าเรากลับไปเจอเขาตอนนั้น คือเราก็ต้องกลับอยู่ดี"

ในวันที่ได้แต่แชทคุยกัน แต่มันก็มีบางครั้งที่ เอ้ ก็จะให้โอกาสวีดีโอคอลครั้งแรก หลังจากไม่ได้เจอกันมาหลายเดือน ?

"ใน 3 เดือนที่ไม่ได้วีดีโอคอลเลย เราตัดใจของเรามาก ๆ ตัดด้วยความทุกข์ แล้วก็ร้องไห้ทุกวัน จนวีดีโอคอลครั้งแรกพอเห็นหน้าเขา เรารักเขาแล้วเขาก็รักเรา ต่างคนต่างร้องไห้ ร้องทั้งคู่ร้องฟูมฟายคือแบบ .. ร้องหนักมากทั้งคู่ แต่ถามว่าให้กลับไหม ก็ไม่ได้กลับไปหรอกค่ะ เพราะว่ามันด้วยหลาย ๆ อย่าง ที่มันกลับมันลำบากมาก ๆ แล้วตอนนี้ หลาย ๆ ด้านที่ เอ้ สำเร็จเนอะ แต่มีอยู่ด้านเดียวที่ชีวิต เอ้ ล้มเหลวตลอด ก็คือเรื่องของความรัก ฝันว่าจะแต่งงาน เคยกระทั่งจะแต่งงานแล้วนะคะ ดูการ์ดแต่งงานแล้วก็ไม่ได้แต่ง อย่างคนล่าสุดก็จะหมั้นกันก็ติด โควิด-19 ก็ไม่ได้หมั้นไม่ได้แต่ง เรากระโจนเข้าไปในความรัก ก็คือเวลารักใครแล้วเรารักด้วยหัวใจ กระโจนเข้าไปก่อนเขาอีก ปัจจุบันนี้เลยเปลี่ยนมุมมองว่า… ต่อไปนี้จะหาคนที่อายุเกินแบบเป็นผู้ใหญ่หน่อยแล้ว อาจจะแบบอายุมากขึ้น 28 ถึง 40 ปี ไม่ได้ว่าจะต้องเป็นเพศไหนอะไรก็ได้ ความรักมันไม่มีนิยามว่าขอแค่รักจริงไม่เจ้าชู้ แล้วก็ดูแลกันได้แค่นั้นค่ะ แล้วก็ช่วยกันทำงาน ช่วยกันทำมาหากิน ไม่ใช่มาแล้วให้ เอ้ ทำงานให้ แล้วตัวเองสบายอย่างนี้ก็ไม่ได้นะ"

เอ้ ชุติมา

ความรักครั้งนี้แบบรักมากจริง ๆ รักมากจนทุ่มเททุกอย่างบ้านรถต่าง ๆ ?

"จริงๆแล้วคือเราต้องการใช้ชีวิตคู่ด้วยกัน เราต้องการมีบ้านเพื่อจะใช้ชีวิตคู่กันจริง ๆ จัง ๆ เลยค่ะ เราก็เลยไปดูบ้านแต่ไม่ได้บ้านหลังใหญ่นะคะ เป็นบ้านแบบแค่ทาวน์โฮมธรรมดา ที่แบบเด็กวัยรุ่นอยู่กัน แต่ว่าเป็นบ้านที่ตกแต่งเรียบร้อยหมดแล้ว เป็นบ้านตัวอย่างที่เราซื้อกันไว้ แล้วก็ไปดูรถบีเอ็มมาสักหนึ่งคันใช้ด้วยกันค่ะ แต่เผอิญว่าด้วยความที่น้องอายุน้อย น้องสามารถที่จะแบบซื้อบ้านเป็นชื่อน้อง รถเป็นชื่อน้องได้เพราะว่ามันกู้ได้ถูกไงคะ"

แปลว่า เอ้ ซื้อบ้านและซื้อรถในชื่อเขา ?

"ใช่ค่ะ ชื่อน้องเพราะเอทำสเตทเม้นท์ให้น้อง ให้น้องทุกอย่างเพื่อให้เดินสเตทเม้นท์สวย ๆ"

แปลว่าเงินทุกอย่างอยู่ในบัญชีเขาเหรอ ?

"ใช่ค่ะ เพื่อจะใช้ชื่อเขากู้ซื้อบ้านซื้อรถ แล้วก็ทำบัตรเครดิตทุกอย่าง เพราะว่าวัยเราอายุ 55 ปีแล้ว ถ้าเราไปผ่อนบ้านเขาก็ลำบากมาก แต่น้องเพิ่ง 20 ปีเท่านั้นเอง ตอนนั้นประมาณ 21-22 ปีอะไรอย่างนี้ค่ะ แล้วก็ให้น้องเป็นหุ้นบริษัทเราด้วย"

แล้วไม่คิดว่ามันเสี่ยงเหรอ ?

"ความรักที่มากหลังจากนั้นพอมีปัญหาค่ะ เราเป็นคนเชื่อใจน้องว่า… น้องจะต้องไม่ยึดทรัพย์สมบัติของเรา ตอนมีปัญหาแล้วเนี่ยไม่เป็นคนที่เห็นแก่ตัวเรื่องพวกนี้ ตอนเลิกกันเราก็บอกเขาว่าไม่อยากให้ทุกคนมามองไม่ดี เราทำสัญญากันไหมทำสัญญาขึ้นมาแบบว่า เอ้จะผ่อนรถบ้านปกติ แต่วันหนึ่งที่จบแล้วให้โอนมาเป็นชื่อเรา โดยที่คุณไม่คิดจะเอาสมบัติเรา เขาบอกโอเคไม่อยากเอาสมบัติเรา เราก็คุยกับคุณพ่อคุณแม่เขาด้วย เขาก็อยู่ของเขาไปอะไรอย่างนี้ค่ะ ก็เลยทำสัญญากันเรียบร้อยแล้วว่า วันหนึ่งที่ เอ้ ผ่อนจบ บ้านที่อยู่ปัจจุบันนี้ แล้วก็รถยนต์บีเอ็ม ก็จะต้องกลับมาเป็นชื่อเอ้เหมือนเดิม โดยที่มีสัญญาเซ็นค้ำประกันเรียบร้อยจากทนายความ ทำไว้เรียบร้อยมีบัตรประชาชนแนบกันหมดเลยว่า เราสัญญากันแบบนี้ต่อให้ในอนาคต เราจะเป็นเพื่อนที่ดีหรือไม่ได้เป็นเพื่อนที่ดีหรืออะไรก็ตาม เราก็จะมาโอนกันแบบนี้ คืออย่างน้อย ๆ ข้างใน เอ้ ก็ยังรู้สึกว่าความดีของเขามันต้องมีเด็กคนนี้ เราอยู่กับเขาเราก็รู้ว่าเขาเป็นคนอย่างไร"

เอ้ ชุติมา

ด้วยความรักมากด้วยความทุ่มเทความผูกพันทั้งหลายทั้งปวง เคยมีสักแว๊บไหม ที่รู้สึกว่า… หรือจะกลับไปดีถ้าเขายังทุรนทุรายที่จะมีเรามากกว่านี้ ?

"เหนื่อยใจคนถามเรื่องนี้เยอะมากเลยทั้งวงการเลยดีกว่าเวลาเจอกัน ถามว่าอยากกลับไปดีไหมก็มีส่วนค่ะ แต่ว่าในที่สุดมัน … มันมีบางเรื่องที่ทำให้เรากลับไปลำบากมาก ๆ ยากที่จะกลับมันยากอยู่อย่างเดียวที่กลับไม่ได้ตอนนี้รู้สึกแบบ"

ส่วนหนึ่งที่ทำให้ตัดสินใจไม่กลับไปคือ ข่าวลือว่าเขากลับไปทำอาชีพบางอย่างที่เราไม่ชอบ ?

"ใช่ค่ะ คือ ที่ไม่กลับไม่ได้ว่าอาชีพที่เขาทำปัจจุบันนี้ไม่ดีนะคะ จริง ๆ เขาหน้าตาดีเขาควรมีอาชีพอื่นที่มันทำได้มากกว่านี้ เขาเคยอยู่กับ เอ้ เขาเคยถ่ายแบบ เคยถ่ายโฆษณา เคยถ่ายละครกับเอ้ เขาเพิ่ง 23 - 24 ปี แล้วหน้าตาอย่างนี้ เขาฝึก เขาเรียนรู้ อีกหน่อยเขาก็อยู่ในวงการได้ แต่เขากลับไปเลือกสิ่งที่เขาเลือกแบบนั้น ซึ่งมันจะกลับมาในวงการบันเทิงมันยากแล้วค่ะ ไม่ได้รังเกียจอาชีพนี้นะคะ และก็ไม่ได้ว่าน้องที่เลือกอาชีพนี้ แต่ละคนอยู่ที่ตัวคนไม่ได้อยู่ที่อาชีพค่ะ"

ความรักคือการให้ เข้าใจหมดเลย แต่เราเคยนั่งมองไหมว่าเราให้จนเขาเริ่มอ่อนแอ และทำให้เข้าใจว่าทุกสิ่งต้องมาได้ง่าย ๆ สิ เพราะตอนที่อยู่กับ เอ้ ยังได้เลย ?

"เป็นส่วนหนึ่งค่ะ อันนั้นก็ยอมรับว่าผิดเองด้วยไม่ใช่ว่าน้องเขาผิดคนเดียว เพราะมันไม่มีหรอกค่ะที่คนจะผิดคนเดียวมันก็ผิดทั้งสองฝ่ายเสมอ เพราะเราดูแลน้องให้เขามีชีวิตที่ดี หรือทุกอย่างไม่ให้เขาลำบากเลยตัว เอ้ เองพูดกับน้องตลอดเวลาว่าเป็นคนรักศักดิ์ศรีมากต่อให้ เอ้ จน ต่อให้ไม่มีกินเงินซื้อ เอ้ ไม่ได้ค่ะ"

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...