“นักการเมือง” ชวนชิม ร้านเด็ด-ร้านดังทั่วไทย
ใกล้วันเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ 14 พฤษภาคม 2566 บรรยากาศการหาเสียงของ “นักการเมือง” ยิ่งดูมีสีสัน ท่ามกลางอากาศที่ร้อนระอุและอบอ้าว การลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนทั่วประเทศก็แสดงถึงความอึด มุ่งมั่นและตั้งใจ
แน่นอนกองทัพต้องเดินด้วยท้อง “ประชาชาติธุรกิจ” จึงขอตามรอย “ร้านโปรด-เมนูสุดเลิฟ” ของเหล่านักการเมืองที่แวะชิมระหว่างเดินสายหาเสียง
บิ๊กตู่ชอบร้านฮับเซ่ง-ข้าวซอย
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรครวมไทยสร้างชาติ มีก๋วยเตี๋ยวเนื้อ นางเลิ้งเป็นเมนูโปรด ประจำโต๊ะอาหารในทำเนียบรัฐบาล แต่ห้วงเวลาหาเสียงเลือกตั้งต้องเดินทางขึ้นเหนือ-ล่องใต้ จึงมีโอกาสชิมของอร่อยตามที่ต่าง ๆ
เมื่อครั้งลงใต้ จ.สงขลา ได้แวะดื่มชา กาแฟ กินติ่มซำ “ร้านฮับเซ่ง” พร้อมทักทายประชาชนที่มารอต้อนรับ แล้วสั่งชาเย็น จากนั้นก็ถ่ายรูปกับภาพวาดฝาผนัง ซึ่งเป็นภาพการจิบน้ำชาของคนสงขลาในช่วงเช้า และเป็นจุดเช็กอินถนนย่านเมืองเก่า ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยว ก่อนจะเดินทางขึ้นเวทีปราศรัยย่อยที่ลานคนเมืองเทศบาลสงขลา
“ร้านฮับเซ่ง” เป็น “สภากาแฟ” อยู่คู่คนสงขลามานานกว่า 100 ปี นอกจากเมนูที่บิ๊กตู่สั่งมากินดื่มแล้ว ยังมีเมนูเด็ดเป็นสังขยาสูตรโบราณ ขนมปังปิ้งทาเนย
จากใต้ขึ้นเหนือ พล.อ.ประยุทธ์ หาเสียงในเมืองเชียงใหม่ ไม่พลาดที่จะแวะชิมอาหารพื้นเมืองอย่างข้าวซอย ร้านที่แคนดิเดตนายกฯ รวมไทยสร้างชาติและคณะแวะไปชิมคือร้าน “ข้าวซอยลุงประกิจ” หนึ่งในร้านที่การันตีโดยมิชลินไกด์
ในหนังสือมิชลินไกด์ บรรยายว่า “ร้านในซอยเล็ก ๆ แห่งนี้รู้จักกันดีในชื่อ ข้าวซอยเน็ตฟลิกซ์ เปิดบริการมากว่า 40 ปี ภาพลูกค้าแน่นร้านแทบจะตลอดเวลาคงการันตีได้ถึงฝีมือ ข้าวซอยเนื้อรสเด็ดมาก น้ำแกงข้นพอดี เนื้อตุ๋นนุ่มอร่อย เส้นบะหมี่ลวกมาสุกนุ่มแต่ไม่เละ มีเครื่องเคียงหัวหอม ผักกาดดองช่วยชูรส บีบมะนาวอีกนิดเพิ่มกลิ่นรสสดชื่น”
ลุงป้อม ส.หน้าวัง-มนต์ นมสด
ขณะที่ “ลุงป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ พลังประชารัฐ นอกจากได้รับเสียงชมด้านฝีมือการทำอาหาร โดยเฉพาะเมนู “อัดซีอิ๊ว” สูตรก้าวข้ามความขัดแย้งแล้ว ลุงป้อมชอบจะแวะเวียนชิมอาหารอยู่ในพื้นที่เมืองหลวงเป็นส่วนใหญ่ หนึ่งใน “ภาพจำ” การชิมอาหารกับหลาน ๆ คือย่านเสาชิงช้า
สองร้านโปรดที่ “ลุงป้อม” ไปชิม ร้านแรกชื่อ “ส.หน้าวัง” ร้านเด็ดย่านถนนดินสอ คนที่ใช้ชีวิตอยู่ในย่านพระนคร แถวศาลาว่าการกรุงเทพมหานครจะรู้จักกันดี เพราะมีดีที่รสชาติและเป็นร้านเก่าแก่ เมนูเด่นจะเป็นผัดหมี่กระเฉด สุกี้แห้งและสุกี้น้ำ ข้าวผัดหมู เย็นตาโฟ ก๋วยเตี๋ยวหมูเด้ง อาหารพื้น ๆ แต่อร่อยทุกอย่าง
อีกร้านคือ “มนต์ นมสด” ไม่มีใครไม่รู้จัก เพราะอยู่มานานกว่า 50 ปี ตั้งแต่ขายบนรถกระบะ จนขยับเข้ามาอยู่ตึกแถว ตรงข้ามศาลาว่าการ กทม. จากชื่อ “มนต์ คาเฟ่” เปลี่ยนมาเป็น “มนต์ นมสด” รสชาติอร่อยไม่เคยเปลี่ยน
อนุทิน โจ๊กปรินซ์ บางรัก
“เสี่ยหนู-อนุทิน ชาญวีรกูล” รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ถือเป็นนักชิมตัวยงอีกคนหนึ่ง มักจะถ่ายรูปร้านเด็ดร้านดังแล้วโพสต์ขึ้นโซเชียลมีเดียแทบทุกครั้ง
การชวนชิมร้านอาหารครั้งล่าสุดของเสี่ยหนู เกิดขึ้นเมื่อ 23 เมษายน 2566 ที่ผ่านมา โดยโพสต์เฟซบุ๊ก ชวนชิมโจ๊กปรินซ์ บางรัก เช้าวันอาทิตย์ วันนี้ต้องลงไปเดินสายภาคใต้สองสามวัน ก่อนไปสนามบินจึงแวะไปทานโจ๊กก่อนที่บางรัก ร้านชื่อ #โจ๊กปรินซ์บางรัก อยู่ริมถนนเจริญกรุง เยื้อง ๆ ตลาดบางรักเลย หาง่ายมาก
โจ๊กร้านนี้จะมีรสและกลิ่นหอมจากเตาถ่านอย่างชัดเจนเพราะเขาเคี่ยวโจ๊กโดยใช้เตาถ่าน เนื้อโจ๊กมันเคล้าข้นและที่เลิศที่สุดคือหมูบะช่อสับที่ปั้นเป็นก้อนแล้วต้มสุกพร้อมกับโจ๊ก เจ้าของร้านเขาทำทีละชามเลย ไม่ใช่ทำไว้ก่อน เข้าไปต้องรอประมาณยี่สิบนาทีถึงจะได้กินเพราะคนเยอะมาก ต้องยืนเข้าคิวหน้าร้าน
“ผมสั่งแบบหมูสับไข่เยี่ยวม้าไม่ใส่เครื่องในเพราะไม่ชอบ แต่เห็นเขาลวกตับก็ดูน่ากิน เที่ยวหน้าจะสั่งใส่ตับด้วย”
“สำหรับอาหารเช้าของเรา ๆ ท่าน ๆ ร้านนี้อร่อยครับ ขอบอก และยิ่งไปกว่านั้น ขอยืนยันว่า รสชาติอร่อยกว่าร้านโจ๊กที่ถนนนาธาน ฮ่องกง ที่คนไทยที่ไปเที่ยวชอบนักหนา เปิดตั้งแต่หกโมงเช้าถึงบ่ายสาม หากหมดก่อนก็ปิดร้านก่อน สบาย ๆ ได้กินแน่ ๆ ก็ไปช่วงเช้าครับ”
ร้านโจ๊กปรินซ์ ย่านบางรัก ข้อมูลในโลกออนไลน์ระบุว่า ขายมานานกว่า 60 ปี มีรางวัลมิชลินการันตีถึง 5 ปีซ้อน ในหนังสือมิชลินไกด์ บรรยายว่า “เนื้อโจ๊กเนียนนุ่ม ต้มจากปลายข้าวชั้นดี ใส่หมูสับก้อนโต หอมกลิ่นเตาถ่าน อันเป็นเอกลักษณ์ เลือกทานร้อน ๆ กับไข่ลวก หรือไข่เยี่ยวม้าได้ตามชอบ แนะนำให้รีบมา เพราะโจ๊กอาจหมดก่อนร้านปิด”
ตอนที่เสี่ยหนูลงพื้นที่หาเสียงย่านสาทร กทม. ช่วงกลางเดือนเมษายนที่ผ่านมา เขาบอกว่า คิวหาเสียงช่วงเช้าเริ่มตั้งแต่ 06.00 น. นับหนึ่งจากสมาคมแต้จิ๋วแห่งประเทศไทย ถนนเย็นจิต แถวทุ่งวัดดอน เขตสาทร ก่อนเดินไปตลาดเช้ากิตติ ซอยจันทร์ 18/7 แยก 12 ต่อด้วยซอยเซนต์หลุยส์ แล้วแวะทักทายถ่ายรูปกับประชาชนเป็นระยะ ก่อนปิดท้ายเติมพลังกันที่ร้านขาหมูเลิศรส จส.100 เซนต์หลุยส์ เพราะกองทัพต้องเดินด้วยท้อง
“ร้านขาหมูเลิศรส จส.100 เซนต์หลุยส์” ตำนานขาหมูย่านสาทร ตึกแถวเก่าสุดคลาสสิกตั้งอยู่ที่เซนต์หลุยส์ซอย 3 เปิดตี 03.00-15.00 น. จุดเด่นร้านนี้มีทั้งขาหมูติดมัน ไส้หมู และต้มจืดหมูสับเต้าหู้สาหร่าย ซดคล่องคอ และตัดรสชาติหนัก ๆ ได้ดีเลย
เศรษฐา ชิมร้านหมี่เกี๊ยวจันดี
ส่วน “เสี่ยนิด-เศรษฐา ทวีสิน” แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย พร้อมคณะชุดใหญ่ได้ลงพื้นที่หาเสียงช่วยถาวรวัฒน์ คงแก้ว ผู้สมัคร ส.ส.นครศรีธรรมราช เขต 6 เบอร์ 1 ย่านตลาดสดเทศบาลทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช เมื่อ 27 เมษายนที่ผ่านมา ช่วงเดินตลาดนั้น นายเศรษฐาได้แวะแคะขนมครก และชิมขนมพื้นบ้านหลายอย่างตามคำร้องขอของแม่ค้า ซึ่งเรียกเสียงฮือฮามาก จากนั้นได้แวะกินกวยจั๊บเครื่องใน หมี่เกี๊ยวจันดี และอีกหลายเมนูที่ชวนให้ชิม ทั้งข้าวมันไก่ ข้าวหมูกรอบ และติ่มซำ
ช่วงระหว่างหาเสียงในพื้นที่อื่น ๆ ใกล้เคียงก็แวะชิมไก่ย่างเขาสวนกวาง แล้วบอกแม่ค้าว่า สามารถเป็นซอฟต์พาวเวอร์ส่งออกไปขายต่างประเทศได้เลย เพราะหอมอร่อย รวมทั้งข้าวเหนียวมะม่วง จ้ำบ๊ะ (น้ำแข็งไส) เศรษฐกิจท้องถิ่นจะดีได้เราคนไทยต้องช่วยกันผลักดันและกระตุ้นการจับจ่าย เพื่อให้พ่อค้าแม่ค้าขายของได้ดี มีเงินใช้
หมี่เกี๊ยวจันดี มีดีที่บะหมี่ เกี๊ยวและหมูกรอบ เป็นร้านเด็ดร้านดังประจำท้องถิ่น ต้นกำเนิดอยู่จันดี อ.ฉวาง แล้วขยายสาขาสู่ตัวเมืองนครศรีธรรมราช ล่าสุดมีเปิดสาขาที่กรุงเทพฯด้วยแถวหมู่บ้านเมืองทอง แจ้งวัฒนะ
สุวัจน์ชวนชิม จิ๊บกี่ นางเลิ้ง
นักการเมืองที่ชอบชิมอีกท่าน “สุวัจน์ ลิปตพัลลภ” อดีตรองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า จะชอบ “ผัดหมี่โคราช” เมนูขึ้นชื่อของภาคอีสาน ทุกครั้งที่จัดอีเวนต์ในแต่ละเทศกาลทั้งปีใหม่ ตรุษจีน สงกรานต์ จะมีการผัดหมี่โชว์ แล้วจัดพื้นที่ “ถนนคนเดิน” ให้ทุกคนมาเที่ยว กิน ช็อปตามใจชอบ อย่าง “ร้านน้อยกระโทก” เจ้าของสูตรเด็ดความอร่อยก็ขึ้นชื่อ ถึงขั้นเสี่ยสุวัจน์ประกาศจะนำครัวไทยสู่ครัวโลก เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจท่องเที่ยว โดยหนุนโคราชเป็นแหล่งผลิตวัตถุดิบสินค้าทางการเกษตรที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทยเลยทีเดียว
“กล้วยหักมุก” ปิ้งเตาถ่านในตลาดนางเลิ้ง ก็เป็นอาหารว่างที่เสี่ยสุวัจน์ชอบใจ และที่โปรดปรานมาก เป็นขาประจำกันมานานคือ ร้านจิ๊บกี่ ย่านนางเลิ้ง เป็นร้านเป็ดย่างเก่าแก่อยู่ตรงข้ามตลาดนางเลิ้ง ร้านนี้มีดีที่เป็ดย่างแห้งหนังกรอบ, หมูแดงย่างมีกลิ่นหอม, หมูกรอบอร่อย และน้ำราดกลมกล่อม ร้านจะปิดเร็ว เพราะหลังเที่ยงไม่เกิน 14.00 น. อาจจะหมด เพราะขายดีเหลือเกิน
บรรยากาศก็ให้อารมณ์ Y2K เป็นตึกแถวย้อนยุค เสี่ยสุวัจน์บอกว่า “ร้านนี้ผูกพันมานานกว่า 30 ปี เป็นตำนานเป็ดย่างกวางตุ้ง 3 รุ่น ซึ่งกำลังใจที่ดีที่สุดคือ คนไทยต้องช่วยอุดหนุนกัน ร้านนี้ไม่ต้องรอมิชลิน ผมสุวัจน์ชวนชิมเองครับ”