โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

'ไอซ์ ปรีชญา' กับมรสุมชีวิต แฟนหนุ่มร่ำไห้สงสารสุดใจ 'ทำไมเขาไม่มีความสุขเหมือนผม'

MATICHON ONLINE

อัพเดต 03 เม.ย. 2566 เวลา 09.17 น. • เผยแพร่ 03 เม.ย. 2566 เวลา 08.30 น.

‘ไอซ์ ปรีชญา’ กับมรสุมชีวิต แฟนหนุ่มร่ำไห้สงสารสุดใจ ‘ทำไมเขาไม่มีความสุขเหมือนผม’

ไอซ์ ปรีชญา พงษ์ธนานิกร ไปเป็นแขกในรายการ ‘เม้าท์อยู่กับปากอยากอยู่กับคิ้ม’ ที่เผยแพร่ทางยูทูบ MY CHANNEL – OFFICIAL โดยไอซ์เล่าว่า เธอเติบโตมาในครอบครัวที่เรียกได้ว่า เพอร์เฟ็กชั่นนิสต์ สำหรับเธอเองก็เรียนโรงเรียนอินเตอร์มาตั้งแต่เด็ก

“ตอนนั้นที่บ้านอู้ฟู่มาก ทำธุรกิจหลายอย่าง” ไอซ์เล่า กระทั่งเกิดเหตุการณ์วิกฤต ปี 2540 ที่ทำให้ล้มละลาย

ไอซ์ยังเล่าด้วยว่า ตอนเด็กๆ เธอจะเลือกรถที่จะไปรับส่ง จะเลือกว่าจะนั่งยี่ห้ออะไร และ “ถ้าไม่ใช่เบนซ์จะไม่นั่ง”

ไอซ์ซึ่งเป็นลูกคนเดียวของครอบครัวยังเล่าด้วยว่า ตอนนั้นถ้าหากเสื้อที่ใส่เลอะ แม้จะไม่มาก คือแค่มีอะไรหยดใส่นิดนึง ก็จะต้องเปลี่ยน

“ต้องมีสแปร์ให้ใส่” ไอซ์เล่า

แล้วก็ทำให้คิ้มถึงกับบอก “ลูกเทวดา”

ด้านไอซ์บอก “ลูกเทวดา ใช่เลยค่ะ” ว่าแล้วก็ยิ้ม

ครั้นพ่อล้มละลาย ไอซ์บอกว่า เธอต้องออกจากโรงเรียนแล้วย้ายไปอยู่ที่จังหวัดเพชรบูรณ์ อยู่แถวนอกเมือง ซึ่งไปถึงครั้งแรกก็งงๆ แต่ก็พยายามปรับตัว และก็ต้องเรียนซ้ำชั้น

ครั้นได้เข้ามาในวงการบันเทิง ได้เป็นนางเอกร้อยล้าน ก็ยังเจอเหตุพลิกผัน เนื่องจากเกิดอุบัติเหตุจากการขับรถแล้วหลับใน ไปชนกับรถ 6 ล้อ ตอนนั้นสลบไปราวไป 10 นาที รู้ตัวอีกทีก็เจอกู้ภัยมาช่วย ได้ยินเขาพูดถึงเลือด และหน้าเละหมดแล้วนะ ต่อมาจึงพบว่ามีอาการไหปลาร้าหัก ข้อมือหัก กระดูกซี่โครงข้างขวาหักไปทิ่มปอด ปอดรั่ว หน้าต้องเย็บ 3 ชั้น

“เสียโฉมเลย”

เล่าด้วยว่า ตอนนั้นต้องใช้หมอรักษาถึง 5 คน เป็นหมอด้านศัลยกรรมพลาสติก, หมอปอด, หมอตา, หมอสมอง แล้วก็หมอกระดูก และนั่นก็คือจุดเริ่มต้นของการทำศัลยกรรม

“หน้าฝั่งซ้ายไม่เป็นอะไร แต่ซีกขวาไปหมดเลย ไม่ว่าตัวหรือว่าหน้า” ไอซ์เล่า

ตอนแรกไอซ์บอกว่า เธอต้องไปหาหมอสัปดาห์ละครั้ง ตอนนั้นจะไม่ส่องกระจกเลย 3 เดือน และใช้วิธีผมมาบังหน้า เรื่องสภาพจิตใจ “แย่มาก แย่มากๆ มันเหมือนกับว่าเราหยุดงานด้วย กลายเป็นว่าเราก็มีเวลาคิดเยอะขึ้น ก็พยายามไปหาหมอรักษา คุณหมอช่วยให้หน้าดีขึ้น ซึ่งกว่าจะกลับมาได้ก็ใช้เวลา 2 ปี”

เรื่องที่ถูกมองว่าเสพติดศัลยกรรม ไอซ์บอก “พอเริ่มทำไปแล้ว ก็รู้สึกว่ามันก็ไม่ได้แย่ แต่ว่าก็เคยพลาด จะมีช่วงที่เราทำ แล้วเราพลาด”

ถึงขั้นที่มีช่วงนึงผลจากฉีดโบท็อกซ์ไม่เท่ากัน ส่งผลให้ปากเบี้ยว พอกินน้ำ น้ำก็ไหลออก แล้วก็มีคนบอกว่ายิ้มแล้วปากเบี้ยว ก็เลยต้องฝึกมัดกล้ามเนื้อให้บาลานซ์กัน

สำหรับค่าใช้จ่ายในการทำศัลยกรรม ไอซ์บอกว่าทั้งหมดน่าจะเกิน 10 ล้านบาท

ในเรื่องสุขภาพ ไอซ์บอกว่าเธอเองเป็นโรคซึมเศร้า และเคยถึงขั้นที่ตอนนั่งรถอยู่กับพ่อก็จะเปิดประตูรถและกระโดดลงไป

“แล้วพ่อก็ดึงกลับมา เป็นอะไร ไอซ์ว่าไอซ์ไม่ปกติ ไม่ไหวแล้ว ตอนนั้นน่าจะเบรก ดาวน์สุดๆ ร้องไห้ไม่หยุด ต้องไปพบคุณหมอ”

อาการซึมเศร้า ไอซ์บอกว่าเป็นมา 8 ปีแล้ว

ในรายการ สเตฟาน อีสเลอร์ แฟนหนุ่มของไอซ์ยังมาร่วมพูดคุย โดยเขาซึ่งเป็นลูกครึ่งไทย-สวิส เกิดและเติบโตที่นั่น เพิ่งย้ายมาอยู่เมืองไทยได้ 4 ปี เล่าว่าเจอกับไอซ์ครั้งแรกเมื่อ 3 ปีก่อน

ขณะไอซ์เสริมว่า ตอนนั้นต่างฝ่ายต่างพาสุนัขมาเดินเล่น

“เราก็ชอบหมาเขา ถามชื่อ เขาบอกไม่รู้ สักพักผู้หญิงเดินมา อ๋อ…หมาแฟน” ไอซ์เล่าพลางยิ้ม

ด้านสเตฟานเล่าต่อว่า พอโสดได้สักพัก เลื่อนไอจีเจอไอซ์ ก็เขียนไปบอกว่าจำได้ไหม คุณน่ารักนะ

ไอซ์บอกด้วยว่าที่ผ่านมามีคนส่งข้อความหาเธอเยอะมาก ทั้งดารา ศิลปิน แต่ไม่เคยตอบ แต่กับสเตฟานก็งงๆ ว่าทำไมถึงตอบไป เหมือนเขาพูดอะไรสักอย่างที่ต้องถามกลับ

“ผมคิดเยอะ รอบคอบมากในการเขียน ที่ต้องให้เขาตอบให้ได้ เล่าว่าเคยเจอที่ไหน เหตุการณ์เป็นยังไง แล้วบอกว่าหวังว่าสักวันจะได้เจอกันอีก”

สเตฟานเล่าว่า หลังจากนั้นประมาณ 1 อาทิตย์ไอซ์ก็ส่งรูปตอนอยู่โรงพยาบาลมาให้ เห็นแล้วเป็นห่วงและอยากเจอ จึงตัดสินใจบินมาหา

ด้านไอซ์บอกว่า “ตอนที่อยู่โรงพยาลที่ส่งรูปหาเขา เป็นภาวะอ่อนแอ แล้วก็ไม่รู้ว่าทำไมต้องส่งหาเขาเหมือนกัน”

ในด้านความสัมพันธ์ สเตฟานบอกว่า คบกันมาได้ 9 เดือนแล้ว ทั้งยังบอกด้วยว่า ปกติเขาเป็นคนที่มีความสุข ชนิดที่ตื่นมาก็มีความสุขได้เลย ขณะที่ไอซ์เป็นซึมเศร้า ดังนั้นเวลาเห็นไอซ์ทุกข์ ก็จะทุกข์ไปด้วย

“เวลาเขาร้องไห้ ก็ร้องไห้ตามไปด้วย สงสารเขา เขาตื่นมาเขาไม่มีความสุข ผมงง ทำไมเขาไม่มีความสุขเหมือนที่ผมเป็น” สเตฟานเล่าพร้อมกับร้องไห้

บอกด้วยว่า ทุกวันนี้เขาพยายามทำอะไรๆ ให้ไอซ์มีความสุขให้เขามีความสุขไปเรื่อยๆ

ด้านไอซ์บอกว่าการได้เจอกับสเตฟานถือว่าโชคดี

“เขามาในจังหวะที่พอดีด้วย”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...