โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ตั๋วเครื่องบินแพง ดันสเปนดิ้ง บัตรเครดิตตีปีกรับเทรนด์ท่องเที่ยวบูม

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 28 ก.พ. 2566 เวลา 01.41 น. • เผยแพร่ 24 ก.พ. 2566 เวลา 00.37 น.

ธุรกิจบัตรเครดิตเฮรับเทรนด์ท่องเที่ยวบูม หนุนยอดใช้จ่ายผ่านบัตรโตแซงหน้าก่อนโควิด “กรุงศรี คอนซูมเมอร์” ปักธงทั้งปีโกย spending แตะ 3.5 แสนล้าน ขณะที่ “เคทีซี” เผยค่าตั๋วเครื่องบินแพงขึ้น 20-30% ปัจจัยดันยอดใช้จ่ายพุ่ง ฟาก “ทีทีบี” เตรียมอัดแคมเปญตลอดทั้งปีรับกระแสท่องเที่ยว

นางสาวณญาณี เผือกขำ ประธานกรรมการ กรุงศรี คอนซูมเมอร์ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปี 2566 นี้ ภาพรวมการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต (spending) มีทิศทางการเติบโตมากขึ้น โดยเฉพาะหมวดการท่องเที่ยวที่มีการขยายตัวชัดเจน

นับตั้งแต่ครึ่งหลังของปี 2565 เป็นต้นมา เนื่องจากคนต้องการเดินทางท่องเที่ยวมากขึ้น หลังโควิด-19 คลี่คลาย โดยในปีนี้กรุงศรีฯตั้งเป้าการใช้จ่ายผ่านบัตรที่ 3.5 แสนล้านบาท หรือเติบโต 17% จากปีก่อนอยู่ที่ 3.3 แสนล้านบาท

ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรในหมวดท่องเที่ยว ทั้งในประเทศและต่างประเทศตั้งแต่ต้นปี-กลางเดือน ก.พ. 2566 อยู่ที่ 2,413 ล้านบาท เติบโตขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2562 หรือก่อนโควิดประมาณ 14% ดังนั้น ปีนี้คาดว่าน่าจะมียอดใช้จ่ายผ่านบัตรในหมวดท่องเที่ยวสูงถึงเกือบ 3 หมื่นล้านบาท

ขณะที่ยอดการใช้บัตรในต่างประเทศ (ไม่รวมซื้อของออนไลน์จากต่างประเทศ) ในช่วงเดียวกันอยู่ที่ 1,330 ล้านบาท เติบโตขึ้นจากก่อนโควิดประมาณ 9% ทั้งนี้ หากสถานการณ์การท่องเที่ยวขาออก (outbound) ยังคึกคักต่อเนื่อง กรุงศรีฯน่าจะมียอดใช้บัตรในหมวดท่องเที่ยวต่างประเทศถึง 13,600 ล้านบาท

นางสาวณญาณีกล่าวว่า ภายในเดือน เม.ย.นี้ กรุงศรีฯจะจัดแคมเปญพิเศษ รวมถึงสิทธิประโยชน์เกี่ยวกับการท่องเที่ยวต่าง ๆ

นางสาวพัทธ์ธีรา อนันต์โชติพัชร ผู้บริหารแผนกเคทีซี เวิลด์ ทราเวล เซอร์วิส และการตลาดท่องเที่ยว บมจ.บัตรกรุงไทย (เคทีซี) กล่าวว่า หลังเปิดประเทศ ยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรเติบโตเพิ่มขึ้นเห็นได้ชัด โดยเฉพาะในหมวดการท่องเที่ยว

ซึ่งในปี 2565 มีอัตราการเติบโตกว่า 100% แม้จะเปิดท่องเที่ยวไม่เต็มที่ และในปี 2566 ช่วง 2 เดือนแรก มียอดเกือบ 50% เมื่อเทียบไตรมาส 1/2562 ก่อนเกิดการระบาดของโควิด-19 ที่มียอดรวมอยู่ที่ 4,700 ล้านบาท

“การเปิดประเทศมากขึ้น และคนไทยที่ต้องการท่องเที่ยวมากขึ้น การใช้จ่ายในหมวดการท่องเที่ยวในปี 2566 จะมีอัตราเติบโตเทียบเท่าช่วงก่อนโควิด โดยเคทีซีตั้งเป้ายอดการใช้จ่ายผ่านบัตรหมวดท่องเที่ยวเติบโตอย่างน้อย 20-30% คิดเป็นเม็ดเงินราว 1.8-2 หมื่นล้านบาท

ถือเป็นหมวดที่มีการใช้จ่ายเป็นอันดับ 3 โดยเป็นรองจากหมวดประกัน และเติมน้ำมัน เทียบกับในช่วงโควิดที่หมวดท่องเที่ยวตกไปอยู่ในอันดับ 13 ที่มียอดใช้จ่ายอยู่ที่ 6,000 ล้านบาท”

อย่างไรก็ดี ยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรที่เพิ่มขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากราคาตั๋วเครื่องบินที่ปรับเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 20-30% ส่งผลให้ภาพรวมยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเฉลี่ยจากเดิมอยู่ 5,000-6,000 บาทต่อบัตรค่อคน เพิ่มเป็น 7,000-8,000 บาทต่อบัตรต่อคน

ดังนั้น กลยุทธ์การเติบโตของเคทีซีในปีนี้ จะใช้แผน 3 แกนหลัก คือ 1.จับมือพันธมิตร (partner) ที่เกี่ยวข้องในหมวดการท่องเที่ยว และองค์กรส่งเสริมการท่องเที่ยว 2.เจาะกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังใช้จ่ายที่มีรายได้ 5 หมื่นบาทขึ้นไป ซึ่งเป็นกลุ่มที่ใช้จ่ายท่องเที่ยวสูง

และ 3.การสื่อสารและกิจกรรมการตลาด เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้าเดิมกลับมาใช้บัตรและที่ใช้อยู่กลับมาใช้จ่ายผ่านบัตรมากขึ้น โดยปัจจุบันเคทีซีมีฐานบัตรท่องเที่ยวราว 2 แสนใบ และมีสมาชิกที่ใช้จ่ายผ่านบัตรในกลุ่มเดินทาง 7.4 แสนราย

“เราจะมีการทำแคมเปญร่วมกับองค์กรส่งเสริมการท่องเที่ยวต่อเนื่อง ซึ่งตอนนี้เรื่องราคาอาจจะไม่มีผล เพราะยิ่งรอราคายิ่งปรับขึ้น สายการบิน capacity ยังกลับมาได้เพียง 80% เท่านั้น จะเห็นว่าราคาตั๋วเพิ่มจาก 2 หมื่นบาท วันนี้ 4 หมื่นบาทแล้ว แต่คนก็ยังไปเที่ยวกันอยู่ ซึ่งสะท้อนไปยังยอดใช้จ่ายผ่านบัตรอัตโนมัติหลังมีการเปิดประเทศกลางปี 2565 ยอดเราเติบโต 143%”

นายจเร เจียรธนะกานนท์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หัวหน้าบริหารผลิตภัณฑ์สินเชื่อรายย่อย ธนาคารทหารไทยธนชาต (ทีทีบี) กล่าวว่า จากการฟื้นตัวของรายได้ภาคท่องเที่ยวและการบริโภคเอกชน เป็นปัจจัยบวกต่อการเติบโตและยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต

โดยปีนี้คาดว่ายอดใช้จ่ายและยอดบัตรใหม่จะเติบโตต่อเนื่องจากปีก่อนอยู่ที่ 20-30% ตามสัญญาณการใช้จ่ายของผู้บริโภค ซึ่งธนาคารจะมีแคมเปญทางการตลาดกระตุ้นยอดใช้จ่ายตลอดทั้งปี เน้นทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ทำกระบวนการสมัครสินเชื่อให้รวดเร็วขึ้น และเพิ่มความร่วมมือกับพันธมิตรต่อยอดการเติบโต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...