โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

เคล็ดไม่ลับ! วิธีเติมลมยางให้เหมาะสมกับรถแต่ละประเภท

Car2day

อัพเดต 06 ก.ย 2567 เวลา 18.39 น. • เผยแพร่ 23 ก.พ. 2566 เวลา 10.29 น. • Car2Day

การดูแลลมยางรถยนต์ เป็นสิ่งที่คนใช้รถยนต์จำเป็นต้องทำความเข้าใจ เนื่องจากรถแต่ละประเภทมีการเติมลมยางที่แตกต่างกัน ซึ่งปกติแล้วการเติมลมยางที่เหมาะสมหรือประเภทนั้นสามารถดูได้ที่สมุดคู่มือที่ติดมากับรถ แต่สำหรับคนที่ไม่เคยเติมลมยางมาก่อน และอยากจะรู้ว่ารถของคุณควรเติมลมยางเท่าไหร่? วันนี้ลองมาดูวิธีที่เหมาะสมกันดูค่ะ

เติมลมยาง

ยาง เป็นอุปกรณ์สำคัญสำหรับรถยนต์ที่ต้องหมั่นดูแลเป็นพิเศษ เพราะยางเป็นเป็นส่วนประกอบที่ต้องสัมผัสกับพื้นถนนตลอดเวลา นอกจากจะช่วยยึดเกาะถนนแล้ว ยังสามารถช่วยเพิ่มสมรรถนะการขับขี่ให้กับรถของคุณได้อีกด้วย ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับประเภทยาง, ขนาด และการเติมลมยางที่เหมาะสม

ดังนั้นแล้ว เราจึงควรหมั่นตรวจเช็กสภาพดอกยาง, แก้มยาง และลมยางอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง ในกรณีที่ไม่ค่อยได้ใช้รถ และเดือนละ 1-2 ครั้ง สำหรับรถที่ใช้งานเป็นประจำทุกวัน เพื่อเป็นการป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้กับตัวรถและตัวคุณนั่นเอง

เติมลมยาง

ปริมาณการเติมลมยางของรถแต่ละประเภท

ปริมาณแรงดันลมยางสามารถดูได้ที่ตำแหน่งข้างประตูคนขับ โดยทางผู้ผลิตจะมีสติกเกอร์แปะเอาไว้เพื่อบอกแรงดันลมยางที่เหมาะสมกับรถคันนั้น ๆ ซึ่งหน่วยของแรงดันลมยางในประเทศไทย จะเรียกว่า PSI หรือ Pound per Square inche (ปอนด์ต่อตารางนิ้ว) เป็นหน่วยมาตรฐานในเครื่องปั้มลมทั่วประเทศ

เติมลมยาง

ปัญหาจากการเติมลมยางอ่อนเกินไป

  • ลมยางอ่อนเกินไป ผู้ขับอาจรู้สึกว่าช่วงล่างนุ่ม ไม่กระด้าง แต่เมื่อลมยางอ่อนเกินไปจะทำให้เครื่องยนต์ทำงานหนักกว่าปกติ เปลืองน้ำมันมากขึ้น หากขับในความเร็วสูงและเข้าโค้งจะรู้สึกว่าช่วงล่างย้วย ไม่นิ่ง มีอาการโยนตัว และเสี่ยงต่อการระเบิดของยาง เนื่องจากเมื่อเกิดความร้อน ลมยางจะขยายตัว

  • ลมยางแข็งเกินไป ในกรณีที่เติมลมยางมากหรือแข็งเกินไป รถยนต์จะออกตัวได้ดีกว่าการเติมลมยางอ่อนก็จริง แต่ประสิทธิภาพในการขับขี่ลดลง ยางเกาะถนนน้อยลงทั้งบนทางตรงและทางโค้ง การเบรคจะต้องใช้ระยะที่มากขึ้น และดอกยางตรงกลางจะเสื่อมเร็วกว่าบริเวณข้าง ๆ เนื่องจากเป็นส่วนที่สัมผัสพื้นถนนมากกว่า ไม่หมดเพียงเท่านั้น หากลมยางแข็ง ยังเสี่ยงกับการระเบิดของยางเมื่อขับผ่านหลุมและบ่อบนถนนอีกด้วย

วิธีการเติมลมยางที่เหมาะสมของรถแต่ละประเภท

  • รถยนต์ขนาดเล็ก ควรเติมแรงลมที่ 25 – 30 ปอนด์
  • รถยนต์ขนาดกลาง ควรเติมแรงลมที่ 30 – 35 ปอนด์
  • รถกระบะ (ไม่บรรทุก) ควรเติมแรงลมที่ 35 – 40 ปอนด์
  • รถตู้บรรทุก 7 – 10 คน ควรเติมแรงลมที่ 43 – 55 ปอนด์

เติมลมยาง

เติมลมไนโตรเจน ดีอย่างไร?

ลมยางไนโตรเจน คือลมที่เป็นแก๊สเพียงอย่างเดียว (ผ่านการคัดเอาออกซิเจนและความชื้นออกไปทั้งหมด) โดยลมยางไนโตรเจนประกอบด้วยไนโตรเจนมากกว่า 93% และเป็นไนโตรเจนที่มีไอน้ำปนอยู่น้อยหรือแทบไม่มีเลย อีกทั้งยังมีการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิน้อย ทำให้เกิดการขยายตัวน้อยกว่า โอกาสการระเบิดของยางจึงน้อยตามลงไป

ข้อดีของลมยางไนโตรเจน

  • ขับขี่ได้นุ่มนวลกว่าการเติมลมยางธรรมดา เพราะแรงดันคงที่
  • แรงดันลมยางรั่วซึมได้น้อยลงหรือแทบไม่มีเลย
  • โอกาสยางระเบิดน้อย
  • ไม่ต้องเติมลมยางบ่อย

ทั้งนี้การเติมลมควรขึ้นอยู่กับน้ำหนักที่บรรทุก และควรเป็นไปตามคู่มือการใช้รถแต่ละรุ่น หรือดูข้อมูลจากด้านข้างประตูรถด้านคนขับ แต่ถ้าเติมแข็งเกินไป ความยืดหยุ่นในการเกาะถนน การเข้าโค้ง และการเบรกก็น้อยลง หรือเติมอ่อนจนเกินไปก็ไม่ดีอีก เพราะจะสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงมากกว่าปกติ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...